รู้สึกไหมว่าความเศร้าไม่ได้มาจากเรื่องแย่ๆ เสมอไป แต่บางครั้งมันอาจเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่ดีมากๆ ต่างหาก เช่น หลังจากทริปหยุดยาวที่เราได้พัก ได้หายใจ ได้ออกไปใช้ชีวิตแบบที่ชอบและเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ พอกลับเข้าสู่ชีวิตจริง กลับมาเจอโต๊ะทำงานตัวเก่า และตารางประชุมทีมที่ถาโถมเข้าใส่ทันทีที่เปิดทำงาน ทุกอย่างเหมือนถูกดึงกลับเข้าสู่โหมดสุดโปรดักทีฟเดิมๆ ตื่นเช้า รถติด มีงานรอ การต้องตอบข้อความและทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกเลยที่ใจเราจะรู้สึกจ๋อยๆ แบบไม่มีเหตุผลชัดเจน
ความรู้สึกนี้มีชื่อเรียกว่า Post-Vacation Blues และมันไม่ได้แปลว่าเราไม่รักงานหรือชีวิตของตัวเอง แต่เป็นเพราะร่างกายและสมองกำลังปรับตัวจากโหมดพักผ่อนกลับสู่โหมดประสิทธิภาพอีกครั้ง
มีงานวิจัยบางส่วนในด้านจิตวิทยาพฤติกรรมอธิบายว่า ระหว่างที่เราอยู่ในช่วงวันหยุด สมองจะลดระดับความเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอลต่ำลง ขณะที่สารแห่งความสุขอย่างโดปามีนและเซโรโทนินเพิ่มขึ้น เราใช้ชีวิตในจังหวะที่ช้าลง มีอิสระ และไม่ถูกบีบด้วยความคาดหวัง
แต่ทันทีที่เรากลับเข้าสู่ Routine เดิม สมองต้องเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว ความต่างของจังหวะชีวิตนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนมีช่องว่างบางอย่างเกิดขึ้นภายใน
สิ่งสำคัญคือ ไม่ต้องรีบดึงตัวเองกลับมาให้ปกติทันที เพราะความรู้สึกแผ่วๆ นี้ ไม่ได้เป็นปัญหา แต่มันคือช่วงเปลี่ยนผ่าน บางครั้งวิธีรับมือที่ดีที่สุด ไม่ใช่การฝืนให้หายเศร้า แต่คือการค่อยๆ พาตัวเองกลับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะคิดว่าชีวิตกำลังกลับเข้าสู่กรอบเดิม ลองมองว่าทริปที่ผ่านมาได้รีเซ็ตระบบภายในของเราไปแล้วบางส่วน และตอนนี้เราแค่กำลังเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตแบบใหม่ ที่มีพื้นที่หายใจมากขึ้น แม้อยู่ในวันทำงานก็ตาม

