ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กจีนเผชิญแรงกดดันสูงมาก โดยเฉพาะในระบบการศึกษาที่มีการแข่งขันดุเดือด ล่าสุดรัฐบาลจีนเร่งผลักดันมาตรการลดความเครียดในโรงเรียน เพื่อบรรเทาภาระทั้งของนักเรียนและผู้ปกครอง ท่ามกลางความกังวลว่าแรงกดดันดังกล่าวกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ลังเลที่จะมีลูก
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ออกแนวทางถึงหน่วยงานท้องถิ่น เน้นย้ำแนวคิด สุขภาพต้องมาก่อน พร้อมกำชับให้โรงเรียนให้ความสำคัญกับการดูแลอารมณ์และลดความเครียดของนักเรียนอย่างจริงจัง ควบคู่กับมาตรการจำกัดการสอบในระดับประถมและมัธยมต้น เพื่อลดการแข่งขันที่รุนแรงเกินไป โดยห้ามสอบข้อเขียนในช่วง 2 ปีแรกของประถมศึกษา ส่วนระดับชั้นอื่นสามารถจัดสอบได้เพียงภาคเรียนละ 1 ครั้ง และห้ามจัดอันดับหรือเปิดเผยคะแนนต่อสาธารณะ โดยให้แจ้งผลเฉพาะนักเรียนและผู้ปกครองเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังสั่งห้ามโรงเรียนในพื้นที่เดียวกันจัดสอบร่วมกัน ยกเว้นระดับชั้นสุดท้าย หลังพบว่าบางแห่งลดเวลาเรียนปกติเพื่อให้นักเรียนฝึกทำข้อสอบซ้ำๆ เพื่อแข่งขันกัน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังออก 10 มาตรการยกระดับสุขภาพจิตนักเรียน มุ่งลดภาระการเรียนที่หนักเกินไปและหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่ไร้ระเบียบ ซึ่งกระทบต่อเวลาพักผ่อนของเด็ก หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการขยายเวลาพักระหว่างคาบจาก 10 นาทีเป็น 15 นาที และส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อลดปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะสายตาสั้น หลังพบว่านักเรียนมัธยมในเมืองต้าเหลียนราว 95% ต้องสวมแว่นสายตาในห้องเรียน
ความเคลื่อนไหวนี้ สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการคลายความตึงเครียดในระบบการศึกษา ท่ามกลางความกังวลว่าแรงกดดันให้บุตรหลานประสบความสำเร็จกำลังซ้ำเติมวิกฤตอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง
โดยผลสำรวจของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเหรินหมิน ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชาชนกว่า 8,000 คนในช่วงปี 2023-2024 พบว่า นอกจากภาระค่าที่อยู่อาศัยแล้ว ความกังวลด้านการศึกษาเป็นอีกปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจมีบุตร เนื่องจากผู้ปกครองต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาพื้นฐานสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา
เสียงสะท้อนจากภาคประชาชนก็สอดคล้องกัน อวี๋ หญิงอายุ 30 กว่าปีจากเมืองต้าเหลียน ซึ่งมีบุตรชายเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กล่าวสังคมจีนยังให้ความสำคัญกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างมาก ใครทำได้ดีก็มีโอกาสในชีวิตมากกว่า ส่งผลให้การแข่งขันทางการศึกษาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังสร้างความตึงเครียดต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
ทั้งนี้ จีนเคยออกนโยบาย ลดภาระสองด้าน เมื่อปี 2021 เพื่อลดการบ้านและการเรียนกวดวิชาหลังเลิกเรียน รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แต่ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจน ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาเร่งแก้ปัญหาอีกครั้ง ท่ามกลางข้อกังขาว่านโยบายเดิมเพียงพอหรือไม่
ทั้งหมดสอดคล้องข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงานว่า อัตราการเกิดของประเทศลดลงจากมากกว่า 10 ล้านคนในปี 2021 เหลือต่ำกว่า 8 ล้านคนในปี 2025 สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างในระยะยาว แม้ภาครัฐจะออกมาตรการต่อเนื่อง แต่การแข่งขันทางการศึกษายังคงฝังรากลึกในสังคมจีน โดยเฉพาะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกาเข่า ซึ่งยังคงเป็นด่านสำคัญที่กำหนดโอกาสในชีวิตของนักเรียนจำนวนมาก
ภาพ: hxdbzxy/shutterstock
อ้างอิง:

