×

เปิดประตูสู่โลกคู่ขนานของโมเดิร์นอาร์ตกับค็อกเทลที่ Vesper

22.04.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 MINS READ
  • ค็อกเทลกว่า 20 เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะโมเดิร์นอาร์ตในช่วงทศวรรษที่ 1860-1970 ดริงก์ที่ออกมาจะมีรสชาติเป็นอย่างไร ต้องลอง
  • Vesper เป็นหนึ่งในค็อกเทลบาร์ที่ติดอันดับ Asia’s 50 Best Bars 2017 โดยติดอยู่ในอันดับที่ 40 ประจำปีนั้น และได้รางวัลในสาขา Most Creative Cocktail Program จาก The Bar Awards Bangkok 2018

 

แม้ว่าเราจะมาที่ Vesper หลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่มาก็ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ กลับไปเสมอ และจากการแวะครั้งล่าสุด Vesper ได้อัพเกรดตัวเองให้ #harderbetterfasterstronger ยิ่งกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็น Vesper เวอร์ชัน 2.0 กลับมาด้วยรูปโฉมใหม่ที่เท่กว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์หินอ่อนสีเขียวไปจนถึงเมนูค็อกเทลที่มีมิติยิ่งขึ้น

 

 

ค็อกเทลที่ Vesper ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะโมเดิร์นอาร์ตในช่วงทศวรรษที่ 1860-1970 โดย คุณโชติพงษ์ ลีนุตพงษ์ เจ้าของร้าน, คุณปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ และทีมงาน ร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาสูตรค็อกเทลที่มีโจทย์คือได้รับแรงบันดาลใจจากภาพเขียน ไม่ได้ผลิตซ้ำภาพวาดในรูปเครื่องดื่ม แต่ตั้งใจที่จะเปิดเผยความหมายเบื้องหลังงานศิลปะในแบบที่ศิลปินตั้งใจนำเสนอ และมีชื่อเรียกเล่มเมนูค็อกเทลว่า The Art Book ซึ่งเพิ่งจะได้รับการอัพเกรดและปรับสูตรให้ดียิ่งขึ้นเพื่อต้อนรับการรีโนเวตบาร์ใหม่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

 

Metamorphosis of Narcissus

 

Metamorphosis of Narcissus (360 บาท) ค็อกเทลที่ได้ชื่อและแรงบันดาลใจมาจากภาพวาดแนวเซอร์เรียลลิสม์ ฝีมือจิตรกรก้องโลก ซัลวาดอร์ ดาลี สื่อถึงการหลงตัวเองและภาพมายาที่เกิดจากความหลงใหลในตัวเองมากเกินไป ภายในภาพนี้มีภาพย่อยสองภาพ ภาพแรกเป็นชายนั่งก้มหน้าแตะเข่ากำลังมองเงาสะท้อนตัวเองจากบ่อน้ำ ส่วนภาพที่สองเป็นมือที่กำลังกำไข่และมีรอยแตกของเปลือก เผยให้เห็นต้นอ่อนดอกนาร์ซิสซัสที่ชอนไชออกจากเปลือกไข่ ซึ่งหากพิจารณาอย่างละเอียดจะเห็นว่าภาพที่สองคือการเลียนแบบภาพชายนั่งก้มหน้านั่นเอง สำหรับแก้วนี้ตั้งใจให้มีรสหวาน ขม และเปรี้ยว สะท้อนถึงชีวิตที่เต็มไปด้วยการหลงใหลตัวเอง แม้ในช่วงแรกจะรู้สึกดีและมีความสุข แต่บั้นปลายชีวิตจบลงด้วยความขมขื่น เช่นเดียวกับค็อกเทลแก้วนี้ที่เบสด้วยเหล้ารัมซึ่งอินฟิวส์กับเนยจืดและเมล็ดสนจนได้รัมที่มีความมัน จากนั้นผสมเหล้าอาร์ติโชก น้ำเลมอน น้ำสับปะรด และน้ำเกลือ ท็อปด้วยเจลลี่น้ำผึ้งกับเกลือและพริกไทย แก้วนี้ได้ความหอมจากสับปะรดรมควัน

 

Message from the Forest

 

โมเดิร์นอาร์ตค็อกเทลแก้วถัดมา Message from the Forest (390 บาท) ได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดแนวเซอร์เรียลลิสม์ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินหญิงชาวเช็ก มาเรีย เซอร์มีโนวา หรือนามแฝง Toyen สื่อถึงพลังของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่เหนือโลกของมนุษย์ นำเสนอด้วยภาพโทนมืดที่เผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตสีฟ้ารูปร่างคล้ายนกกำลังเกาะศีรษะหญิงสาว โดยเครื่องดื่มแก้วนี้เบสเป็นวิสกี้ที่ทำจากข้าวไรย์ ผสมส่วนประกอบที่สื่อถึงธรรมชาติอย่างผักชีลาว ขิง และมะกรูด (ลูก, ผิว, ใบ) เพิ่มสีสันด้วยน้ำบีตรูตที่เปลี่ยนค็อกเทลให้กลายเป็นสีแดงเข้ม โดยรวมมีรสเข้มข้นและจัดจ้าน

 

Cathedral Square, Milan

 

Cathedral Square, Milan (420 บาท) อีกหนึ่งค็อกเทลที่มีที่มาจากภาพวาดของ เกร์ฮาร์ด ริชเตอร์ ในปี 1968 เป็นภาพแนวโฟโต้เรียลลิสม์ หรือภาพวาดที่มีลายเส้นคล้ายภาพถ่าย แต่ไม่ชัดเจนเสียทีเดียว ภาพที่นำเสนอเป็นภาพวิหารดูโอโม แต่ดูเหมือนว่าภาพวิหารขาดหายไปเกินกว่าครึ่งหนึ่ง อีกทั้งลายเส้นอันชวนให้ตั้งข้อสงสัยว่าภาพที่เห็นเป็นภาพเขียนหรือภาพถ่าย ด้วยคอนเซปต์ความไม่ชัดเจนเช่นนี้เองที่นำมาเป็นไอเดียในการครีเอตค็อกเทลให้เกิดสารพัดรส ผสมผสานทั้งเหล้ารัม เมสคาล และอากาเว แยกเสิร์ฟในแก้วแรก ส่วนแก้วที่สองเป็นโฟมเหล้าสมุนไพรแบบอิตาเลียน พร้อมด้วยบัลซามิก รีดักชัน เวลาดื่มให้เทเหล้าใส่แก้วที่มีโฟมแล้วลองจิบทีละนิดจะสัมผัสได้ถึงรสชาติที่หลากหลาย รสหวานจากอากาเว รสหวานแบบน้ำตาลจากเหล้ารัม กลิ่นควันอ่อนๆ ที่ได้จากเมสคาล และรสขมจากอิตาเลียนบิตเทอร์ และเมื่อดื่มไปเรื่อยๆ บัลซามิก รีดักชันจะละลายทำให้รสเปรี้ยวเผยออกมา และโปรไฟล์ของรสชาติที่หลากหลายของค็อกเทลแก้วนี้ก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นค็อกเทลที่มีความลึกของรสชาติ เผยความแปลกใหม่ทุกครั้งที่ดื่ม

 

The Flower Carrier

 

หากกำลังมองหาดริงก์แก้วดื่มง่ายแถมยังน่าถ่ายรูป แนะนำ The Flower Carrier (400 บาท) ภาพวาดแนวโซเชียลเรียลลิสม์ของ ดิเอโก ริเวรา ปี 1935 แสดงให้เห็นถึงชายผู้หนึ่งที่นั่งเหยียดมือบนพื้นในท่าทางตั้งท่าเตรียมลุก สะพายหลังด้วยตะกร้าจักสานใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ โดยมีผู้หญิงกำลังช่วยดันตะกร้า สิ่งที่ดูผิวเผินเหมือนจะเบาแต่ก็อาจเป็นภาระหนักได้เช่นกัน ไม่ต่างอะไรกับเมนูค็อกเทลนี้ที่ดูภายนอกเหมือนจะเป็นเครื่องดื่มใสๆ หน้าตาสวยงาม แต่กลับมีความแรงของเหล้าแฝงอยู่ เพราะเบสด้วยรัม จิน และไวน์ขาวชาร์ดอนเนย์ เหล้าและไวน์ทั้งสามต่างมีสีขาวและสีอ่อน จากนั้นเพิ่มความหวานด้วยไซรัปชาหอมหมื่นลี้ และผสมน้ำมะนาวเพื่อสร้างสมดุลของรสชาติระหว่างเหล้ากับไซรัป ตกแต่งปิดท้ายด้วยใบไม้และดอกไม้นานาชนิด

 

Pork Terrine

 

เมนูเบาๆ สำหรับกินแกล้มค็อกเทลหรือรองท้องก่อนที่จะถึงมื้อเย็น แนะนำ Pork Terrine (320 บาท) หมูผสมตับบดขึ้นรูปเป็นก้อนเหลี่ยมกินคู่กับขนมปัง โดยมีแยมหอมแดงกับลูกเกดเป็นเครื่องเคียงช่วยเพิ่มรสชาติและตัดเลี่ยน

 

What Else You Should Know:

  • ก่อนจะมาจิบค็อกเทลที่ Vesper ลองแวะดินเนอร์อาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่ Via Maris ที่อยู่ติดกันก่อนก็ได้นะ
  • คุณสามารถสั่งเครื่องดื่มนอกเหนือจากเมนูได้ เพียงแค่บอกโปรไฟล์รสชาติท่ีชื่นชอบ หรือเบสเหล้าตามไตล์คุณ หรือรอเซอร์ไพรส์จากทีมบาร์เทนเดอร์ประจำร้าน
  • ที่ร้านมักจะจัด Guest Shift อยู่บ่อยครั้ง โดยเชิญบาร์เทนเดอร์ชื่อดังทั่วโลกมาเทกโอเวอร์บาร์ และนำเสนอซิกเนเจอร์ค็อกเทลของตัวเองหรือบาร์ที่ประจำอยู่ สามารถติดตามข่าวสารจากแฟนเพจ
  • ชื่อร้านได้มาจากชื่อค็อกเทลตระกูลมาร์ตินีที่พระเอกสายลับเจมส์ บอนด์ สั่งระหว่างการเล่นพนัน ซึ่งบอนด์ตั้งชื่อค็อกเทลนี้ตามชื่อสายลับสองหน้า เวสเปอร์ ลินด์ จากนวนิยายชุด เจมส์ บอนด์ เขียนโดย เอียน เฟลมมิง เมื่อปี 1953

 

Vesper

Open: ทุกวัน 17.30-01.00 น.

Address: 10/15 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Budget: ค็อกเทลเริ่มต้นที่ 360 บาท  

Contact: 0 2235 2777

Website : www.vesperbar.co

Map: 

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories