×

TASTE: TAAHRA ไฟน์ไดนิ่งที่ชูรสชาติอาหารไทยด้วยเตาถ่าน (Thai Charcoal Grill)

11.08.2022
  • LOADING...
TAAHRA

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • เชฟน็อค-พัทธ์อินทร์ พรหมสวัสดิ์ อยากทลายกรอบความคิดที่ว่า เมนูอาหารไทยต้องใช้วัตถุดิบไทยเท่านั้น เพราะเราสามารถนำวัตถุดิบจากทั่วโลกมาสร้างสรรค์อาหารให้มีรสชาติแบบไทยๆ ในแบบที่เราคุ้นเคย โดยมีหน้าตาที่ออกไปทางโมเดิร์นตะวันตก
  • ส่วนเหตุผลที่เชฟอยากใช้เตาถ่านมาทำอาหาร เนื่องจากอยากชูทักษะการทำอาหารของทีมเชฟและมอบประสบการณ์ให้เราได้รับกลิ่นสโมกหอมๆ ของเตาถ่าน เพราะอาหารไทยและเตาถ่านนั้นเป็นของคู่กันมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ เชฟจึงอยากดึงประสบการณ์เหล่านั้นกลับมาให้คนยุคปัจจุบัน  
  • เมนูในซีซันแรกของ TAAHRA ได้แก่ อาหารไทยในความทรงจำ ที่เชฟน็อคและทีมได้หยิบเอาเมนูวัยเด็กจากภาคต่างๆ ไม่ว่าจะกลาง อีสาน เหนือ หรือใต้ มานำเสนอเป็น 13 คอร์ส

 

เวลานี้ถือเป็นโอกาสดีของคนที่ชื่นชอบอาหารไทย และอยากลิ้มลองเมนูไทยๆ ในมิติที่หลากหลายและกว้างไกลยิ่งขึ้น ล่าสุดมีร้านอาหารไทยสไตล์ไฟน์ไดนิ่งเปิดใหม่อีกแห่ง โดยมีความพิเศษอยู่ตรงที่ร้านนี้จะใช้เทคนิค ‘การย่างด้วยถ่าน’ หรือ Charcoal Grill มาเป็นพระเอกในการปรุงอาหารแทบทุกจาน  

 

TAAHRA

TAAHRA

 

TAAHRA นำทีมโดยเชฟน็อค-พัทธ์อินทร์ พรหมสวัสดิ์ ที่ทำงานอยู่ในวงการนี้มากว่า 10 ปี และเคยร่วมงานกับเชฟร้านอาหารมิชลินจากทั่วโลก โดยส่วนตัวเชฟน็อคมีความคุ้นเคยกับอาหารยุโรปเป็นอย่างดี เมื่อได้มาทำอาหารไทยจึงไม่ลืมที่จะหยิบเอาเทคนิคการทำอาหารของครัวยุโรปมาประยุกต์ใช้กับเมนูอาหารไทย ที่ใช้วัตถุดิบชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก คัดสรรจากแหล่งที่ดีที่สุดเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมธรรมชาติจากทะเลลึก, เป็ดชาลลอง (Challans), นกพิราบจากเมือง Bresse ประเทศฝรั่งเศส หรือเนื้อออสเตรเลียวากิว ควบคู่กับวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ไมโครกรีนออร์แกนิกจากเชียงใหม่ ผักจากฟาร์มออร์แกนิกในจังหวัดนครปฐม ส่วนปลานั้นได้จากทะเลไทยอย่างภูเก็ต เพื่อทลายกรอบความคิดที่ว่าเมนูอาหารไทยต้องใช้วัตถุดิบไทยเท่านั้น 

 

TAAHRA

เชฟน็อค-พัทธ์อินทร์ พรหมสวัสดิ์

 

TAAHRA

ปลาเก๋ากุดสลาดจากภูเก็ต 

 

เพราะเราสามารถนำวัตถุดิบจากทั่วโลกมาสร้างสรรค์อาหารให้มีรสชาติแบบไทยๆ ในแบบที่เราคุ้นเคย โดยมีหน้าตาที่ออกไปทางโมเดิร์นตะวันตก ส่วนเหตุผลที่เชฟอยากใช้เตาถ่านมาทำอาหาร เนื่องจากอยากชูทักษะการทำอาหารของทีมเชฟ และมอบประสบการณ์ให้เราได้รับกลิ่นสโมกหอมๆ ของเตาถ่าน เพราะอาหารไทยและเตาถ่านนั้นเป็นของคู่กันมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ เชฟจึงอยากดึงประสบการณ์เหล่านั้นกลับมาให้คนยุคปัจจุบัน  

 

TAAHRA

TAAHRA

TAAHRA

เตาญี่ปุ่นและสเปน 

 

โดยเมนูในซีซันแรกของ TAAHRA ได้แก่ อาหารไทยในความทรงจำ ที่เชฟน็อคและทีมได้หยิบเอาเมนูวัยเด็กจากภาคต่างๆ ไม่ว่าจะกลาง อีสาน เหนือ หรือใต้ มานำเสนอ 13 คอร์ส แต่ละจานจะผ่านการย่างด้วยเตาญี่ปุ่นและเตาสเปน ที่ด้านล่างจะเป็นการทำให้สุก ด้านบนเป็นการย่างแบบสโลว์คุก ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นการสโมกหรือการรมควัน ที่เมื่อไขมันหยดลงมาด้านล่าง จะยิ่งเพิ่มรสชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยเมนูทั้ง 13 คอร์สมีดังนี้ 

 

  1. ตับหวาน ทางร้านใช้ตับไก่มาทำให้มีลักษณะเป็นมูส แทบไม่ต้องเคี้ยว ได้กลิ่นอายความอีสานชัดเจน 

 

TAAHRA

 

  1. ก้อยเนื้อ ในขณะที่คอร์สนี้ใช้เนื้อสันนอกที่นำไปดรายเอจจนได้ที่ ก่อนปรุงรสให้ออกมาสไตล์อีสาน-ญี่ปุ่น รสจึงไม่จัดจ้านมากนัก  

 

TAAHRA

 

  1. แจ่วมะเขือ คอร์สนี้หลายคนอาจไม่เคยลิ้มลองแจ่วมะเขือมาก่อน แต่เชฟนำมาปรับให้กินได้ง่ายขึ้น โดยที่แจ่วจะซ่อนอยู่ภายในข้าวเกรียบ

 

TAAHRA

 

  1. หอยนางรมซีฟู้ดกะทิ ทางร้านใช้หอยนางรมจากฝรั่งเศส ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ใส่กะทิ ทำให้มีรสที่ละมุนยิ่งขึ้น แต่ยังคงความเปรี้ยว เผ็ด เค็ม ที่เข้ากันได้ดีกับหอยนางรมสดใหม่  

 

TAAHRA

 

  1. ปลาหมึกผัดฉ่า จานนี้คล้าย Warm Salad ที่เชฟนำหมึกไปสโลว์คุก จนหมึกมีความนุ่ม เคี้ยวง่าย ไม่เด้งเหนียวเหมือนหมึกทั่วไป รสชาติครบเครื่องผัดฉ่า 

 

TAAHRA

 

  1. แกงเลียงเห็ด คอร์สนี้รวมสารพัดเห็ด ไม่ว่าจะพอร์โทเบลโล หรือทรัฟเฟิล ที่ต่อให้ไม่นิยมกินแกงเลียงก็ยังซดได้จนหมดชาม เพราะรสอ่อน ไม่เผ็ดร้อนเหมือนแกงเลียงทั่วไป 

 

TAAHRA

 

  1. แกงหัวปลีนกพิราบ แกงโบราณหากินยาก ใช้นกพิราบฝรั่งเศสมาบ่มนาน 7 วัน ก่อนนำไปย่างให้ได้กลิ่นสโมกหอมๆ โชยมาตั้งแต่ยังไม่ยกมาเสิร์ฟ มาพร้อมแกงหัวปลีขลุกขลิก เข้ากับเนื้อนกพิราบ  

 

TAAHRA

 

  1. ไก่ย่างส้มตำ จานเซอร์ไพรส์ที่ใช้ขานกพิราบที่ได้จากคอร์สก่อนหน้าแทนที่ไก่ย่าง และส้มตำในแบบฉบับของร้านนี้ 

 

TAAHRA

 

  1. ข้าวยำปลาย่าง คอร์สนี้ใช้ปลาเก๋ากุดสลาดบ่มนาน 7 วัน เสิร์ฟพร้อมข้าวยำสมุนไพร ปรุงรสด้วยปลาร้าหอมๆ 

 

TAAHRA

TAAHRA

 

  1. แกงเผ็ดเป็ดย่าง มาถึงจานเป็ดกันบ้าง คอร์สนี้เชฟใช้เป็ดเนื้อแน่นจากฝรั่งเศส ราดด้วยสับปะรดและลิ้นจี้ที่นำไปพิวเร ปรุงรสด้วยเครื่องแกง แทนที่จะมาเป็นชาม 

 

TAAHRA

 

  1. เกาเหลาเนื้อเอ็นตุ๋น หรือ เกาเหลาหมูเอ็นตุ๋น จานไฮไลต์ที่ถือเป็นเมนูคุ้นเคยของคนไทย แต่เชฟถอดรหัสก่อนนำเสนอใหม่ในรูปแบบของสเต๊กเนื้อสันใน ที่มาพร้อมซอสขลุกขลิกผสมเครื่องเทศและสมุนไพรเหมือนซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ก่อนเหยาะพริกน้ำส้มเล็กน้อยเพื่อตัดเลี่ยน 

 

TAAHRA

 

  1. ซอร์เบโหระพาสับปะรดย่าง เบรกด้วยรสเปรี้ยวๆ หวานๆ สดชื่นจากซอร์เบต 

 

TAAHRA

 

  1. ปังปิ้งนมเย็น ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานที่ปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยม ทางร้านใช้ขนมปังโชคุปังเนื้อนุ่มเหนียว ย่างไฟให้กรอบด้านนอก มาพร้อมไอศกรีมรสนมเย็นที่เป็นเครื่องดื่มโปรดของเชฟ     

 

TAAHRA

 

โดยรวม TAAHRA ถือเป็นไฟน์ไดนิ่งที่นำเสนออาหารไทยในความทรงจำ ที่เข้าถึงได้และง่ายต่อการระลึกถึง มีรสชาติที่บ่งบอกถึงอาหารไทย คือมีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด มาครบ แม้หน้าตาจะออกไปทางฝรั่ง แต่เมื่อได้ลองแล้วก็หวนนึกถึงรสชาติที่เราคุ้นเคย สนนราคาอยู่ที่ 3,800 บาท++ พร้อมไวน์ 2,500 บาท ที่มีให้เลือกหลากหลายกว่า 40 ชนิด ตอนนี้เปิดรับวันละ 1 รอบ จำกัดรอบละ 10 ที่นั่ง เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. 

 

TAAHRA

Location: 1191/2 ถนนเจริญกรุง แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ 

Open: ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-22.00 น. 

Contact: 08 6333 7979

Budget: 3,800 บาท++ พร้อมไวน์ 2,500 บาท 

Website: www.taahra.com 

Map: https://goo.gl/maps/eHEH9uxGzcbyZ2U16

 

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising