ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ต้องแข่งกับเวลา ทำงานหนัก ใช้ชีวิตติดจอ และพฤติกรรมบางอย่างอาจเป็นตัวเร่งให้สมองเสื่อมก่อนวัยอันควร Longevity Lab อีพีนี้ หมอเขษม์-นพ.เขษม์ชัย เสือวรรณศรี (ว.17114) อายุรแพทย์สมองและประสาทวิทยา จึงจะมาเผยพฤติกรรมสุดอันตรายที่คนเมืองมักทำโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนะนำวิธีปรับจูนไลฟ์สไตล์เพื่อกู้คืนสุขภาพสมองให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
5 พฤติกรรมคนเมืองที่ทำลายสมองไม่รู้ตัว

1. ทำงานหนักจนนาทีสุดท้ายจนสมองตื่นตัวค้าง
“เราอยากให้สมองอยู่แถวพื้นเลยเนี่ยตอนจะนอน แต่ถ้าเราทำงาน 1-3 ชั่วโมงติดกัน สมองเราไปอยู่บนนี้ (ค้างสูง) พอตกกลางคืนที่เลิกงาน มันลงไม่ทัน เราจะหลับด้วยความเพลียของร่างกาย การนอนก็จะไม่มีคุณภาพ ตื่นมาเลยไม่สดชื่น”

2. ออกกำลังกายดึกเกินไป
“การออกกำลังกายตอนค่ำมันเป็นการทำให้สมอง Active ด้วย ไม่ใช่ร่างกายอย่างเดียว สมองมันพุ่งขึ้นมาอีกรอบ สวนทางกับร่างกายที่จะต้องนอน ตื่นเช้ามาจะเพลีย เหมือนนอนได้นะแต่ไม่สดชื่น อารมณ์หงุดหงิด คิดอะไรไม่ออก”
3. เสพติดการไถหน้าจอ
“เดี๋ยวนี้ฟีดมันเร็วใช่ไหม เราจะเริ่มไม่มีความอดทนกับอะไรแล้ว การโฟกัสของเรามันดร็อปลง ซึ่งจะมีผลในการทำงานด้วย ยิ่งใช้สกรีนตอนค่ำ Blue Light มันจะยับยั้งเมลาโทนินทำให้วงจรการนอนรวนหรือหลับยากขึ้น”

4. ดื่มน้ำน้อยเกินไปจนเลือดหนืด เลี้ยงสมองไม่ทั่วถึง
“เส้นเลือดเรามีเส้นเลือดใหญ่ แล้วก็แยกเป็นซอยแตกแขนงไปเรื่อยๆ ถ้าเรากินน้ำน้อย เลือดมันจะหนืด มันอาจจะผ่านถนนใหญ่ได้ไปถึงซอย แต่ไปติดตรงแยก พอเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนปลายได้น้อย ก็จะทำให้เซลล์สมองจุดนั้นมันพังง่าย”
5. ทำแต่เรื่องเดิมซ้ำๆ จนขาด Brain Reserve
“Brain Reserve คือต้นทุนของสมอง ยิ่งเรียนหนังสือเยอะ ยิ่งเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดชีวิต มันจะเป็นการเพิ่มส่วนเชื่อมต่อของเซลล์สมอง การที่เราเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา มันเป็นการเพิ่มต้นทุนสมองของเรา”

