×

วิเคราะห์ปรากฏการณ์คนแห่ขอสินเชื่อ CLICX อาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ของปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ถูกซุกไว้

03.08.2026
  • LOADING...
ภาพภูเขาน้ำแข็ง สื่อถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ซ่อนอยู่

ส่องปรากฏการณ์ผู้คนแห่ขอสินเชื่อ CLICX พร้อมใช้ของ CLICX ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาแห่งแรกของไทย ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย โดยมีผู้ใช้จำนวนมากนำผลการอนุมัติวงเงินตั้งแต่หลักพันต้นๆ ถึง 2 หมื่นบาท มาแสดง พร้อมเกิดประเด็นดราม่าเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้ผู้มีประวัติเครดิตบูโร และการจำกัดสัดส่วนการเบิกถอนเงินสด โดยปรากฏการณ์อาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาหนี้ครัวเรือน หลุมรายได้ สภาพคล่องคนไทย

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

เกิดอะไรขึ้นกับ CLICX Bank?

 

นับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดกระแสในโซเชียลมีเดีย และกลุ่มออนไลน์ต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อของ CLICX ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาแห่งแรกของประเทศไทย หรือ ‘CLICX พร้อมใช้’ โดยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนแห่นำผลการพิจารณาสินเชื่อและวงเงินที่ได้รับเข้าอย่างล้นหลาม พร้อมแนบภาพถ่ายหน้าจอประกอบ

 

โดยภายในกลุ่ม Facebook ต่างๆ เช่น ‘บิดแอปเถื่อน’ ‘สินเชื่อออนไลน์ พูดคุยปรึกษา’ และ ‘clicx สินเชื่อผ่านง่ายติดเครดิตบูโรก็ผ่าน’ ซึ่งมีผู้ใช้หลายคนระบุว่า ได้รับการอนุมัติวงเงินหลักพันต้นๆ ไปจนถึง 2 หมื่นบาท

 

ขณะที่ในจำนวนนี้หลายรายกล่าวว่า หลังได้รับวงเงิน แต่เบิกเป็นเงินสดได้แค่บางส่วนเท่านั้น ส่วนวงเงินที่เหลือ แม้ไม่สามารถเบิกเป็นเงินสดได้ แต่ก็สามารถนำไปสแกนชำระสินค้าและบริการได้ และเนื่องจากการเบิกเป็นเงินสดไม่ได้ ยังทำให้มีผู้ใช้บางส่วนประกาศรับแลกหรือตั้งรับวงเงินเหลือที่ถอนไม่ได้อีกด้วย

 

ภาพภูเขาน้ำแข็ง สื่อถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ซ่อนอยู่ 1

ภาพภูเขาน้ำแข็ง สื่อถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ซ่อนอยู่ 2

 

มีผู้ใช้ Facebook บางราย ประกาศจ่อ ‘บิด’ ไม่ชำระหนี้

 

กระแสโดยกระแสของสินเชื่อ ‘CLICX พร้อมใช้’ ยังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นหลังจาก มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งกล่าวในกลุ่ม ‘บิดแอปเถื่อน’ ว่า “เตรียมบิดนิ่มๆ เอาให้แอปฯ เจ๊งไปเลย” จนทำให้มีเพจ Facebook บางเพจแสดงความกังวลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบต่อเงินฝาก

 

เกิดดราม่า มีประวัติค้างชำระในเครดิตบูโรก็กู้ผ่าน?

 

นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้หลายรายให้ข้อมูลว่า ตนมีประวัติค้างชำระในระบบของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือที่หลายผู้ใช้เรียกว่า ‘ติดเครดิตบูโร’ แต่กลับได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ขณะที่ผู้ใช้บางรายอ้างว่า ตนมีคะแนนเครดิตดีและมีรายได้สูงแต่กลับกู้ไม่ผ่าน

 
ภาพภูเขาน้ำแข็ง สื่อถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ซ่อนอยู่ 3

 

 

เจาะเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ หาคำตอบดราม่าเครดิตบูโร

 

ตามเอกสารแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ‘CLICX พร้อมใช้’ ไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่มีประวัติเป็นหนี้เสียกับเครดิตบูโรจะได้รับการอนุมัติหรือถูกปฏิเสธสินเชื่อหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้า สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า CLICX ได้จับมือกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แล้ว

 

ขณะที่ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า เมื่อผู้ขอสินเชื่อได้รับอนุมัติและเริ่มใช้บริการสินเชื่อกับ CLICX ข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้จะถูกนำส่งเข้า NCB เช่นเดียวกับสถาบันการเงินสมาชิกอื่น ๆ

 

เอกสารได้ระบุถึงเกณฑ์และปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ ‘โดยอิงจาก ข้อมูลที่ธนาคารได้รับ และระดับความเสี่ยงตามดุลยพินิจของธนาคาร’ นอกจากนี้ ธนาคารมีการขอความยินยอมเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางเลือกจากพันธมิตร (เช่น ประวัติการชำระค่าบริการโทรศัพท์กับ AIS) มาใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อและประเมินระดับความเสี่ยงที่แท้จริง

 

เอกสารยังระบุชัดเจนว่า หากผู้สมัครหรือลูกค้า ‘เริ่มมีประวัติการค้างชำระ’ หรือ ‘ข้อมูลเครดิตมีการเปลี่ยนแปลง’ จะถือเป็นปัจจัยด้านลบที่ธนาคารนำมาพิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ปรับลดวงเงิน หรือลดสัดส่วนการเบิกถอนวงเงิน รวมถึงธนาคารมีสิทธิปรับลดวงเงินสินเชื่อหากประวัติการชำระหนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี

 

ทำไมวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ ถึงไม่สามารถเบิกเป็นเงินสดออกมาได้ทั้งหมด 100% เสมอไป

 

จากเงื่อนไขของสินเชื่อ CLICX การใช้วงเงินที่ได้รับอนุมัติจะถูกกำหนดสัดส่วนตามประเภทการใช้งาน โดยสัดส่วนวงเงินที่สามารถเบิกเป็นเงินสดออกมาได้นั้น จะขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของลูกค้าตามเงื่อนไขที่ธนาคารพิจารณากำหนดให้ (หมายความว่าแต่ละคนอาจได้สัดส่วนการกดเงินสดไม่เท่ากัน) ขณะที่ สำหรับการใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ สามารถใช้วงเงินได้เต็ม 100% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ

 

โดยเหตุผลหลักที่ธนาคารต้องกำหนดสัดส่วนวงเงินที่สามารถเบิกถอนเป็นเงินสดได้ เป็นไปเพื่อ ‘การบริหารและควบคุมความเสี่ยง (Risk Management)’ ของทางธนาคาร

 

ภาพภูเขาน้ำแข็ง สื่อถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ซ่อนอยู่ 4

 

วิเคราะห์ ปรากฏการณ์ เกิดจากอะไร

 

บุรินทร์ อดุลวัฒนะ นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระหว่างประเทศ กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังไม่ดีขึ้น สภาพคล่องของคนไทยแย่มาก และการฟื้นตัวของรายได้เฉลี่ยของคนไทยยังน่าห่วง

 

บุรินทร์อธิบายต่อว่า โดยแม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนอาจต่อ GDP ลดลง แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารและสถาบันการเงินเข้มงวด ไม่ยอมปล่อยสินเชื่อใหม่ นอกจากนี้ เมื่อเกิดหนี้เสีย (NPL) สถาบันการเงินก็มักจะตัดหนี้สูญ (Write-off) หรือขายหนี้ทิ้งออกจากระบบไป ตัวเลขจึงดูเหมือนถูกจัดการแล้ว แต่สถานการณ์จริงยังคงแย่เหมือนเดิม

 

ขณะที่สภาพคล่องของคนไทย ‘แย่มาก’ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ระดับล่าง และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ดังนั้น เมื่อมี Virtual Bank ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาที่ต่างจากสถาบันการเงินดั้งเดิม คนจึงแห่ไปกู้เงินจำนวนมาก

 

“โดยที่ผ่านมา เมื่อคนกู้เงินธนาคารแบบดั้งเดิมไม่ผ่าน ทำให้ต้องหันไปพึ่งการจำนำทะเบียนรถหรือมอเตอร์ไซค์ที่อาจต้องเสียดอกเบี้ยสูง หรือหันไปหาหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน” บุรินทร์กล่าว

 

บุรินทร์กล่าวต่อว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวสาเหตุอีกส่วนมาจากปัญหารายได้ของคนไทยที่มีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากแรงงานในไทยส่วนใหญ่พึ่งพารายได้จากภาคส่วนที่มีความเปราะบางอย่างภาคการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และค่าครองชีพที่สูงขึ้น

 

พร้อมอธิบายต่อว่า ประชากรประมาณครึ่งประเทศพึ่งพารายได้จากราคาสินค้าเกษตร แต่ราคาสินค้าเกษตรโดยรวมตกต่ำและไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมานานแล้ว แม้จะมีสินค้าบางชนิดที่ราคาดีขึ้นบ้าง เช่น ทุเรียน นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าในช่วงปลายปีอาจต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจะทำให้ภาคการเกษตรยิ่งลำบากมากขึ้น ส่วนในภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังไม่ฟื้น จึงได้รับผลกระทบ

 

ดราม่าสินเชื่อ CLICX คือยอดภูเขาน้ำแข็ง ปัญหาหนี้สินครัวเรือนไทย?

 

ดังนั้น ดราม่าสินเชื่อ CLICX นี้อาจเป็นภาพสะท้อนของปัญหาคุณภาพหนี้สินครัวเรือนไทย และรายได้ที่ไม่เติบโต ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้คนไทยจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ จึงผู้คนจำนวนมากยังคงวิ่งหาสภาพคล่อง

 

โดยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา สุรพล โอภาสเสถียร ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เปิดเผยว่า ณ พฤษภาคม 2569 หนี้เสีย (NPLs) ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน ที่จัดเก็บในระบบเครดิตบูโรที่ไม่มีตัวตน เพิ่มขึ้นแตะ 9.75% ของหนี้คงค้างทั้งหมด คิดเป็น 1.33 ล้านล้านบาท

 

ขณะที่หนี้กำลังจะเสีย (Special Mentioned: SM) ที่ค้างชำระ 31-90 วัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปีที่แล้วที่ 3.1% มาแตะ 4.3% ของหนี้คงค้างทั้งหมด สะท้อนว่าการค้างชำระแต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย ‘เริ่มไม่ไหว’

 

คุณภาพหนี้ที่แย่ลงยังเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ในไตรมาส 1 ของปีนี้ลดลงเหลือ 85.9% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ซึ่งการลดลงส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุที่สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ

 

นอกจากนี้จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2568 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ารายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือนในปี 2568 อยู่ที่ 28,308 บาทต่อเดือน ลดลงกว่า 2.5% จาก 29,030 บาทต่อเดือนในปี 2566 (ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติมีกำหนดเผยแพร่ข้อมูลรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือนทุก 2 ปี)

 

ประเมินความเสี่ยงเชิงระบบ-Bank Run

 

บุรินทร์ประเมินว่า แม้มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางคน ‘เตรียมบิด’ หรือการตั้งใจเบี้ยวหนี้หรือไม่จ่ายเงินคืน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ก็ไม่น่าจะลุกลามจนเกิดภาวะคนแห่ถอนเงิน (Bank Run) หรือนำไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ เนื่องจาก CLICX ยังไม่ใช่ธนาคารขนาดใหญ่ และอีกปัจจัยสำคัญคือ CLICX อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ประชาชนจึงสบายใจได้ระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ยิ่งถ้ามีโปรโมชั่นให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 4% คนก็อาจพร้อมที่จะฝากเงินต่อไป

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) ระบุว่า ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) เป็นหนึ่งในธนาคารประเภทธนาคาร Virtual Bank ที่เงินฝากได้รับความคุ้มครองจาก DPA ซึ่งหมายความว่า เงินฝากจะได้รับความคุ้มครองทันทีที่เปิดบัญชี โดย ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้นในการได้รับความคุ้มครอง

 

รู้จักสินเชื่อ ‘CLICX พร้อมใช้’ ไม่ได้มีแต่ดราม่า แต่ยังมีจุดแข็งอีกมาก

 

นอกเหนือจากดราม่า ตามเอกสารระบุว่า สินเชื่อ ‘CLICX พร้อมใช้’ ข้อเสนอรูปแบบใหม่ที่โดดเด่นและยังไม่ค่อยมีในอุตสาหกรรมการเงินไทย ดังนี้

 

  • รูปแบบการผ่อนชำระรายสัปดาห์ (Flexi-Repayment): นอกจากการผ่อนชำระเป็นรายเดือนตามปกติแล้ว CLICX ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกงวดชำระเป็น ‘รายสัปดาห์’ ได้ (เช่น กำหนดให้สรุปยอดทุกวันอังคาร และครบกำหนดชำระทุกวันจันทร์) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการหนี้ได้สอดคล้องกับรอบรายรับที่อาจได้มาเป็นรายสัปดาห์
  • อัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงรายครั้ง (Transaction-based Risk Pricing): แทนที่จะใช้อัตราดอกเบี้ยเดียวตลอดอายุสัญญา การเบิกใช้วงเงินในแต่ละครั้งอาจได้อัตราดอกเบี้ยไม่เท่ากัน โดยระบบจะคำนวณ ‘อัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงรายธุรกรรม’ ณ ขณะที่ทำรายการ ซึ่งอาจจะได้ดอกเบี้ยเท่ากับหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยปกติของลูกค้าก็ได้
  • การใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาพิจารณาลดดอกเบี้ยหรือเพิ่มวงเงิน: นอกเหนือจากประวัติเครดิตบูโรทั่วไปแล้ว CLICX ยังเชื่อมโยงกับข้อมูลพันธมิตร เช่น หากลูกค้ามีประวัติ การชำระค่าบริการโทรศัพท์กับ AIS ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ธนาคารอาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือปรับเพิ่มวงเงินและสัดส่วนการเบิกถอนเงินสดให้ ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวินัยทางการเงินด้านอื่นๆ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในเงื่อนไขที่ดีขึ้นได้

 

ข้อเสนอเด่นอื่นๆ สินเชื่อ ‘CLICX พร้อมใช้’

 

  • ฟรีค่าธรรมเนียมหลายรายการ: ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสด, ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน, ค่าตรวจสอบข้อมูลเครดิต, ค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อ และไม่มีค่าปรับหากต้องการชำระคืนก่อนกำหนด (ปิดยอดล่วงหน้า) นอกจากนี้ธนาคารยังเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าอากรแสตมป์แทนลูกค้าอีกด้วย
  • ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกและยืดหยุ่นในการโปะหนี้: คิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 13% – 25% ต่อปี โดยคำนวณแบบลดต้นลดดอก หากลูกค้ามีเงินก้อนและจ่ายชำระเข้ามามากกว่าค่างวดที่เรียกเก็บ ระบบจะนำเงินส่วนเกินไปตัดเงินต้นที่เหลืออยู่ ทำให้ลูกค้าประหยัดดอกเบี้ยและลดจำนวนงวดในการผ่อนชำระลงได้

 

การผิดนัดชำระสินเชื่อธนาคารจะมีผลเสียอย่างไร

 

หากผิดนัดชำระสินเชื่อกับธนาคาร ขั้นแรกประวัติทางการเงินเสียหาย ต่อมาจะถูกเก็บดอกเบี้ยปรับผิดนัดชำระหนี้ และจะถูกเรียกเก็บค่าทวงถามหนี้ตามรอบบิล

 

ต่อมาเมื่อธนาคารประเมินแล้วว่าลูกหนี้ไม่สามารถชำระได้ตามปกติ ธนาคารจะส่งจดหมายบอกเลิกสัญญาและยื่นเรื่องฟ้องศาลแพ่ง

 

ในกรณีหากศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แล้ว ยังไม่ชำระ หรือไม่สามารถทำตามเงื่อนไขที่ไกล่เกลี่ยได้ เจ้าหนี้จะขอให้ ‘กรมบังคับคดี’ ดำเนินการ เช่น อายัดเงินเดือนพนักงานเอกชน หรือยึดทรัพย์สินที่เป็นชื่อของลูกหนี้ได้

 

ภาพภูเขาน้ำแข็ง สื่อถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ซ่อนอยู่ 5

 

ภาพ: Pavel Chagochkin / Shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories