×

Grab ถอดใจ ‘ธุรกิจเดลิเวอรี’ น่าจะยังไม่ถึงจุด ‘คุ้มทุน’ ภายในปี 2023 พร้อมเร่งทำกำไรท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของนักลงทุน

26.08.2022
Grab

Grab ซูเปอร์แอปพลิเคชันในสิงคโปร์ ได้ตัดสินใจเลื่อนเป้าหมายที่เคยคาดว่า ‘ธุรกิจเดลิเวอรี’ น่าจะถึงจุด ‘คุ้มทุน’ หลังธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะการผลักดันให้ทำกำไร ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของนักลงทุน

 

เดิม Grab ได้กำหนดไว้ว่าสิ้นปี 2023 ‘ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี’ จะคุ้มทุนกับรายได้ที่ปรับแล้วก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) แต่แล้วผลประกอบการไตรมาสล่าสุดก็ทำให้ Grab ต้องถอดใจ

 

ผลประกอบการในไตรมาส 2 เดือนเมษายน-มิถุนายน 2022 ขาดทุน 572 ล้านดอลลาร์ ลดลง 29% จากขาดทุน 801 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้านรายรับเพิ่มขึ้นเป็น 321 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 79% โดยมีความต้องการที่แข็งแกร่งจากทั้งธุรกิจจัดส่งและเรียกรถ แถมยังเป็นตัวเลขที่มากกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์โดยเฉลี่ย 273.1 ล้านดอลลาร์ ที่รวบรวมโดย Bloomberg 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

แต่ผลงานนี้ก็ไม่ได้ทำให้นักลงทุนปลื้มเท่าไรนัก เพราะในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี (25 สิงหาคม) ที่นิวยอร์ก ราคาหุ้นของ Grab ลดลงประมาณ 13%

 

“เรามั่นใจว่าเราจะสามารถเผชิญกับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าได้” Anthony Tan ซีอีโอกล่าว “รายได้ของเราจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เส้นทางทำกำไร”

 

ซูเปอร์แอปต้องก้าวผ่านยุคของอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการที่ส่วนหนึ่งลดลงเพราะผู้คนออกไปกินข้าวนอกบ้านได้แล้ว เช่นเดียวกับความท้าทายจากโควิด

 

Grab ประเมินรายรับในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.25-1.3 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.2-1.3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนมูลค่าสินค้ารวมคาดจะเพิ่มขึ้น 21-25% ลดลงเมื่อเทียบกับ 30-35% ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

 

แม้ในฐานะผู้นำตลาดด้วยตำแหน่งผู้ให้บริการเรียกรถและส่งของที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ราคาหุ้นของ Grab ก็ยังต่ำกว่าคู่แข่งชาวอินโดนีเซียอย่าง GoTo ที่ราคาหุ้นลดลงเพียง 4% นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในจาการ์ตาในเดือนเมษายน ขณะที่ Grab ได้สูญเสียมาร์เก็ตแคปไปแล้วกว่า 60% ทำให้ปัจจุบันมีตัวเลขอยู่ราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าของ GoTo ครึ่งหนึ่ง

 

Grab ยังคงถือว่าสิงคโปร์เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด แม้ว่าจะพยายามขยายไปสู่ประเทศต่างๆ รวมถึงอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

กระนั้น GoTo ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในประเทศบ้านเกิด ซึ่งมีประชากรมากกว่า 270 ล้านคน ที่กำลังจับจ่ายซื้อของบนแพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์ Tokopedia และสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแอป Gojek ซึ่งแม้จะเข้าใจตลาดอย่างดีแต่ก็กำลังถูก Grab บุกอย่างหนัก โดยข้อมูลจาก Momentum Works ระบุในปีที่แล้วว่า Grab มีส่วนแบ่ง 49% ในตลาดส่งอาหารของอินโดนีเซีย ขณะที่ GoTo มีส่วนแบ่งอยู่ราว 43%

 

อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของ Grab อาจมีความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความเสี่ยงสูงขึ้นในธุรกิจจัดส่งอาหาร จากการที่รัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้โดยรวมของ Grab กำลังเตรียมที่จะกระตุ้นแพลตฟอร์มที่เรียกว่า ‘Gig Economy’ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับพนักงานที่ไม่ได้จ้างงานเต็มเวลา

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories