สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกแถลงการณ์ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 คณะ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันและลดข้อโต้แย้งในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวไม่ใช่การจำกัดอำนาจประธาน กมธ. แต่เป็นการอธิบายข้อกฎหมายให้มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ
สืบเนื่องจากกรณีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กมธ. สามัญ ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือร่วมกันในการประชุมประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธาน กมธ. สามัญ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569
ที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสำนักกรรมาธิการ 1-3 จัดทำแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานของฝ่ายเลขานุการเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า ที่ผ่านมาในทางปฏิบัติไม่มีผู้โต้แย้งเกี่ยวกับการดำเนินการของ กมธ. จึงไม่มีการกำหนดแนวทางไว้อย่างชัดเจน จนอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและทำให้การดำเนินงานของฝ่ายเลขานุการแต่ละคณะแตกต่างกัน
เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องจัดทำแนวทางดังกล่าวเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออธิบายให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชน
กาง 5 แนวทางปฏิบัติ กมธ. ย้ำอำนาจเรียกบุคคลต้องเป็นมติที่ประชุม
สำหรับแนวทางปฏิบัติที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อธิบายไว้ มี 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
- แนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นการจำกัดอำนาจของประธาน กมธ. แต่เป็นเพียงการอธิบายบทบัญญัติของกฎหมายให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ เพื่อลดข้อโต้แย้งระหว่างกรรมาธิการด้วยกัน และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
- การนัดประชุม กมธ. โดยหลักจะเป็นไปตามมติของ กมธ. ซึ่งจะกำหนดวันประชุมประจำสัปดาห์ไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ประธาน กมธ. ยังคงมีอำนาจนัดประชุมเป็นพิเศษได้หากมีเหตุจำเป็น
- การบรรจุระเบียบวาระการประชุม แบ่งออกเป็น 4 วาระ ได้แก่ วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม, วาระที่ 2 รับรองบันทึกการประชุม, วาระที่ 3 เรื่องพิจารณา และวาระที่ 4 เรื่องอื่นๆ ทั้งนี้ การพิจารณาศึกษาหรือการเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลต้องถูกบรรจุในวาระที่ 3 และต้องเป็นไปตามมติของ กมธ.
สำหรับอำนาจการบรรจุวาระของประธาน กมธ. ต้องเป็นเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อำนาจไว้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ประธาน กมธ. สามารถบรรจุในวาระที่ 1 หรือ 4 เพื่อให้ที่ประชุมมีมติร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ไม่อาจเรียกหรือเชิญบุคคลเข้าให้ข้อมูลในระเบียบวาระเหล่านี้ได้
- การเรียกบุคคลหรือเอกสาร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 กำหนดให้อำนาจดังกล่าวเป็นของ “คณะกรรมาธิการ” ดังนั้นการใช้อำนาจจึงต้องเป็นไปตามมติของ กมธ. เท่านั้น ประธาน กมธ. ไม่อาจกระทำได้เพียงลำพัง ไม่ว่าจะใช้ถ้อยคำในหนังสือว่าเป็นการเชิญหรือการขอความร่วมมือก็ตาม
- การพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ในกรณีที่มี กมธ. มากกว่าหนึ่งคณะพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ต้องดำเนินการตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ. 2562
ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธาน กมธ. ที่เกี่ยวข้องพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกที่เกิดประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาชี้แจงต่อ กมธ. หลายคณะในสัปดาห์เดียวกัน โดยยืนยันว่าระเบียบนี้ไม่ได้มีเจตนารมณ์เพื่อก่อให้เกิดความล่าช้า แต่เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้

