×

นิด้าโพลสำรวจความเห็นต่อ Thai PBS พบ 33% ค้านเปลี่ยนแหล่งรายได้ภาษีบาป มี 22% เห็นด้วย

โดย THE STANDARD TEAM
01.11.2026
ภาพประกอบข่าวผลสำรวจนิด้าโพลเกี่ยวกับสถานะและงบประมาณของสถานีโทรทัศน์ Thai PBS

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ ‘Thai PBS สื่อสาธารณะ ?’ โดยสะท้อนมุมมองที่หลากหลายต่อทิศทางของสื่อสาธารณะไทย ทั้งในประเด็นความเป็นอิสระจากการถูกครอบงำ แหล่งที่มาของงบประมาณ และแนวทางการปรับปรุงองค์กร ซึ่งพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ มากกว่าประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ

 

การสำรวจจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง ผ่านวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนและสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0

 

สัดส่วนการรับชมรายการจากช่อง Thai PBS

 

เมื่อสอบถามถึงพฤติกรรมการรับชมรายการจากช่อง Thai PBS พบผลสำรวจดังนี้

 

  • ไม่เคยรับชมรายการเลย: ร้อยละ 45.80
  • รับชมรายการ เป็นบางครั้ง: ร้อยละ 31.76
  • เคยแค่เปิดผ่าน แต่ไม่ชมรายการจริงจัง: ร้อยละ 12.82
  • รับชมรายการ บ่อยครั้ง: ร้อยละ 6.18
  • รับชมรายการ เป็นประจำ: ร้อยละ 3.44

 

นิด้าโพลได้เจาะจงสอบถามเฉพาะกลุ่มผู้ที่ระบุว่ารับชมรายการช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง (จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง) ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

 

1. ความคิดเห็นต่อความเป็นอิสระของการรายงานข่าวและรายการต่างๆ จากการถูกครอบงำทางการเมือง:

 

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่า Thai PBS ค่อนข้างมีความเป็นอิสระ (ร้อยละ 42.99) รองลงมามองว่าไม่ค่อยมีความเป็นอิสระ (ร้อยละ 25.46) ขณะที่ร้อยละ 22.32 ระบุว่ามีความเป็นอิสระมาก และร้อยละ 8.49 ระบุว่าไม่มีความเป็นอิสระเลย โดยมีผู้ไม่ทราบหรือไม่ตอบ ร้อยละ 0.74

 

2. ความคิดเห็นต่อการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณ จากภาษีบาปเป็นงบประมาณรายปีที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ตอบสามารถเลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ):

 

ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 33.03 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของงบประมาณ โดยมีข้อกังวลที่ตามมาคือความเสี่ยงที่ Thai PBS อาจขาดความเป็นอิสระในการเสนอข่าว (ร้อยละ 24.72) และอาจถูกครอบงำโดยรัฐบาลหรือนักการเมือง (ร้อยละ 24.54) ในขณะเดียวกัน มีร้อยละ 22.14 ที่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และอีกร้อยละ 16.05 มองว่าจะช่วยให้เกิดการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณได้

 

นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลและข้อกังวลอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ฝ่ายการเมืองอาจใช้อำนาจแทรกแซงเนื่องจากขาดอิสระทางการเงิน (ร้อยละ 18.27), อาจกลายเป็นสื่อของรัฐ (ร้อยละ 16.42), ทำให้ต้องพยายามใช้เงินภาษีอย่างคุ้มค่ามากขึ้น (ร้อยละ 14.21), ทำให้ระบบงบประมาณเหมือนองค์กรอื่นๆ ที่ขอจากรัฐ (ร้อยละ 9.78), ช่วยให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับสื่อช่องอื่นๆ (ร้อยละ 8.86) และอาจส่งผลกระทบต่อรายการเพื่อสังคมที่ไม่สร้างผลกำไร (ร้อยละ 7.56)

 

3. ความคิดเห็นต่อแนวทางการปรับปรุงองค์กร Thai PBS (ผู้ตอบสามารถเลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ):

 

ร้อยละ 60.33 ต้องการให้ Thai PBS เสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง ตามมาด้วยความต้องการให้ยอมรับการถูกตรวจสอบการใช้งบประมาณ (ร้อยละ 38.38) และเปิดเผยการใช้งบประมาณต่อสาธารณะ (ร้อยละ 38.19) นอกจากนี้ยังมีความเห็นในเชิงการบริหารจัดการ เช่น บริหารแบบเอกชนมากขึ้น (ร้อยละ 15.13) ลดขนาดองค์กรลงเพื่อประหยัดงบประมาณ (ร้อยละ 13.47) เสนอประเด็นด้านสังคมให้มากขึ้นแม้ไม่มีกำไร (ร้อยละ 11.81) ลดการพึ่งพางบประมาณจากรัฐ (ร้อยละ 10.33) ให้ความสำคัญกับการแข่งขันเป็นที่หนึ่งในวงการสื่อ (ร้อยละ 3.51) และเปลี่ยนไปเป็นสื่อของรัฐ (ร้อยละ 2.03)

 

เมื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด (1,310 หน่วยตัวอย่าง) ถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะมีสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระจากการครอบงำของรัฐและกลุ่มทุน พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 37.32 มองว่าเป็นไปไม่ได้เลย รองลงมาคือเป็นไปไม่ค่อยได้ (ร้อยละ 24.66) ค่อนข้างเป็นไปได้ (ร้อยละ 23.82) และเป็นไปได้มาก (ร้อยละ 12.75)

 

ท้ายที่สุด เมื่อเปรียบเทียบความสำคัญระหว่าง ‘ความเป็นอิสระ’ กับ ‘ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ’ ของสื่อสาธารณะ พบว่าร้อยละ 69.92 ให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะมากกว่า ขณะที่ร้อยละ 27.94 ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยมีร้อยละ 2.14 ที่ไม่ทราบหรือไม่ตอบ


READ MORE






Latest Stories