วันนี้ (29 ตุลาคม) ที่รัฐสภา ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าร่วมประชุมตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี อรรถพล ไตรศรี เป็นประธาน เพื่อหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับ กทม. ในการกระจายภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภคสู่ระดับพื้นที่ ให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ใกล้บ้าน ลดภาระการเดินทางและขั้นตอนการติดต่อหลายหน่วยงาน
ศุภมาสกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้บริโภคเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยนายกรัฐมนตรีห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ และมุ่งให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ที่ผ่านมารัฐบาลได้เดินหน้าปรับปรุงและผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคและยกระดับกลไกการคุ้มครองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“การคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบันต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการพัฒนากฎหมาย การป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบ การรับเรื่องร้องทุกข์ การช่วยเหลือผู้เสียหาย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การหารือร่วมกับ กทม. ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งมิติที่รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อน เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิไม่หยุดอยู่เพียงในระดับนโยบาย แต่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการและได้รับความช่วยเหลือได้จริงในชีวิตประจำวัน” ศุภมาสกล่าว
การกระจายภารกิจให้หน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะ กทม. ที่มีสำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดประชาชน จะช่วยเพิ่มช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ ให้คำปรึกษา และประสานงานในพื้นที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่ สคบ. พร้อมสนับสนุนอย่างใกล้ชิด ทั้งองค์ความรู้ทางกฎหมาย แนวทางปฏิบัติ การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ และการใช้เครื่องมือดิจิทัล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ สคบ. ได้นำระบบต้นแบบระบบร้องทุกข์ผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร มาสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาการรับเรื่อง ประสานงาน และติดตามความคืบหน้าอย่างเป็นระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความล่าช้าและป้องกันปัญหาเอกสารตกหล่น
“เป้าหมายของเราคือ เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ต้องมีช่องทางขอความช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย และสามารถติดตามความคืบหน้าได้ ไม่ว่าจะติดต่อผ่าน สคบ. หรือหน่วยงานในพื้นที่ ทุกช่องทางต้องเชื่อมโยงกันได้ การกระจายอำนาจจึงไม่ใช่การผลักภาระให้ท้องถิ่น แต่เป็นการเพิ่มศักยภาพการให้บริการ โดยมี สคบ. คอยสนับสนุนด้านกฎหมาย ระบบงาน และองค์ความรู้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเป็นธรรม” ศุภมาสกล่าว
ศุภมาสย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งด้านกฎหมายและการให้บริการ เพื่อให้การดูแลเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประชาชนที่เดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเรื่องพร้อมเก็บหลักฐานไว้ประกอบการตรวจสอบ ผ่านสายด่วน สคบ. 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect, เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือ สคบ. จังหวัดทั่วประเทศ

