หากพูดถึงชื่อของ CURVE สตูดิโอออกกำลังกายขวัญใจคนเมือง ภาพจำแรกของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นคลาส Barre สุดไอคอนิกที่แค่นึกถึงก็เมื่อยไปทั้งตัว แต่วันนี้เราจะพาเปลี่ยนบรรยากาศไปเปิดประสบการณ์ใหม่กับ HYROX Foundation คลาสเทรนนิ่งฟังก์ชันนัลในสไตล์ของ CURVE ณ CURVENUE บ้านหลังใหม่ในย่านปรีดีฯ-เอกมัย ที่ขยายพื้นที่กว้างขวางระดับคอมมูนิตี้ฮับ และที่สำคัญคือเป็นสาขาแรกและสาขาเดียวที่มีคลาส HYROX ให้ได้ลองสัมผัสกันในตอนนี้

What is it?
ก่อนก้าวเข้าสู่ห้องเทรนนิ่ง เราขอพาทัวร์ CURVENUE กันสักรอบ ที่นี่คือสาขาที่ 4 ของ CURVE บนสเปซโปร่งโล่งสบายตาในซอยปรีดี พนมยงค์ 41 ออกแบบภายใต้แนวคิด Ecosystem ที่ตั้งใจให้ทุกคนได้ใช้ชีวิต เคลื่อนไหวร่างกาย พักผ่อน และดูแลตัวเองอย่างครบครันในสเปซเดียว




โครงการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ไฮไลต์หลัก เริ่มจาก CURVE (Sweat) สตูดิโอออกกำลังกายที่มีทั้งคลาสเอกลักษณ์อย่าง Barre และ Hot Barre Room ติดตั้งแสงอินฟราเรดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญ รวมถึงห้อง Sound Healing, Group Reformer, โซน Private Pilates ตลอดจนห้อง Personal Training ที่เลือกใช้อุปกรณ์งานไม้ดีไซน์คราฟต์จาก NOHrD



ในส่วนของห้องน้ำก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน และยังมีห้องซาวน่าแบบรวมให้บริการอีกด้วย



ถัดมาคือ PROFOUND (Pause) คาเฟ่บรรยากาศสบายเชื่อมต่อกับล็อบบี้ เหมาะสำหรับแวะพักจิบกาแฟ ทานเบเกอรี หรือเติมพลังหลังเวิร์กเอาต์ด้วยมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีโซนเอาต์ดอร์ให้ได้ออกมานั่งรับลมชิลๆ


ไหนๆ ก็อยู่โซนด้านนอกแล้วก็แวะไปดูสวนโดยรอบสักหน่อย ที่นี่จะมีสวนขนาดย่อมสำหรับเด็กน้อย รวมถึงสนามบาสเกตบอลเปิดให้ชู้ตลูกเล่นได้เพลินๆ แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม


ลัดเลาะออกมาอีกฝั่งก็จะเจอกับบริการที่ไม่คิดว่าจะมีอย่าง CCC. Hair Studio & Wellness Service (Renew) ซาลอนดูแลเส้นผมและบริการสปาทรีตเมนต์ในห้องส่วนตัว ทำให้ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งสายฟิต ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หรือใครก็ตามที่อยากมีเวลาดูแลตัวเองในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว




สำหรับคลาสที่เรามาสัมผัสในวันนี้คือ HYROX Foundation ซึ่งจัดขึ้นในห้อง Hybrid Room ห้องเทรนนิ่งที่มีเพียงสาขานี้เท่านั้น คลาสนี้ออกแบบมาเพื่อปูพื้นฐานการเคลื่อนไหวแบบ Functional Fitness และสร้างความคุ้นเคยกับสเตชันการแข่งขันระดับโลกอย่าง HYROX โดยปรับระดับความเข้มข้นให้เข้าถึงง่ายและปลอดภัยสำหรับทุกคน


Try
“อยากได้มู้ดและไฟแบบไหน สั่งได้!” โค้ชเปิดโอกาสให้ปรับบรรยากาศแสงสีในห้องได้ตามต้องการ ก่อนเริ่มต้นด้วยการวอร์มอัปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ CURVE ซึ่งผสานเทคนิคการยืดเหยียดและมูฟเมนต์ประหนึ่งอินโทรสู่คลาส Barre จนผู้เข้าร่วมคลาสหันมามองตาและรู้ใจกันอย่างพร้อมเพรียง “นี่วอร์มใช่ไหม…?”



จากนั้นโค้ชจึงเริ่มสาธิตการทำเวิร์กเอาต์ทั้งหมด ไล่ไปตั้งแต่ Ski Erg, Kettlebell Squat, Russian Twist, RowErg, Assault Runner, Sandbag Lunges, Sled Push และ Wall Ball ก่อนจะให้แต่ละคนจับคู่กับเพื่อนแยกย้ายประจำสเตชัน


รูปแบบการฝึกจะเป็นแบบเวิร์กเอาต์ 45 วินาที สลับพัก 15 วินาที 3 เซ็ต เมื่อสัญญาณดัง ทุกคนก็เริ่มใส่แรงกันไม่ยั้ง
เริ่มจาก SkiErg สเตชันแรกที่ทุกคนต้องเจอในสนามแข่ง ท่านี้ไม่ใช่แค่การใช้แขนดึงลงมาดื้อๆ แต่ต้องอาศัยการยืนแยกเท้ากว้างเท่าช่วงไหล่ จับด้ามแล้วออกแรงดึงลงมาข้างลำตัวพร้อมพับสะโพกไปข้างหลัง (Hip Hinge) และงอเข่าเล็กน้อยก่อนยืดตัวกลับขึ้นไป

ต่อด้วยการเสริมพลังกล้ามเนื้อช่วงล่างกับ Kettlebell Squat ที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อก้น และสะโพก พร้อมทั้งฝึกการทรงตัวและการเกร็งแกนกลางลำตัวไปพร้อมกัน

ขยับมาโฟกัสแกนกลางลำตัวกันต่อที่ Russian Twist สเตชันเหลาเอวที่โค้ชให้เราเริ่มต้นด้วยการถือดัมเบลเพียงข้างเดียวก่อน แต่ถ้าใครแรงยังเหลือหรืออยากเพิ่มความท้าทายก็สามารถถือสองข้างหรืออัปน้ำหนักเพิ่มได้ตามสะดวก ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นท่าง่ายๆ แต่พอลองโฟกัสทำช้าๆ ก็ถือว่าร้าวเอาเรื่องเหมือนกัน


อีกหนึ่งสเตชันที่เราจะต้องเจอในสนาม HYROX คือ RowErg หรือเครื่องกรรเชียงบก ซึ่งถือเป็นสเตชันเดียวในการแข่งทั้งหมดที่เราจะได้หย่อนก้นนั่งลงไปพักขาจากการยืนและวิ่งมาตลอดเส้นทาง ถือเป็นการแอบพักไปในตัว แต่ก็ไม่ได้พักเต็มร้อยเสียทีเดียว เพราะท่านี้เราต้องออกแรงทั้งตัวแบบแพ็กคู่ จังหวะถีบส่งตัวเราจะได้ใช้แรงขาเต็มๆ ส่วนจังหวะดึงสายเข้าหาก็ได้บริหารหลังกับแขนไปพร้อมกัน


ต่อด้วยการวิ่งบน Assault Runner ลู่วิ่งไร้มอเตอร์ที่ต้องขับเคลื่อนสายพานด้วยแรงตัวเองล้วนๆ สเตชันนี้ช่วยฝึกฟอร์มการวิ่งที่เป็นธรรมชาติ กระตุ้นกล้ามเนื้อแฮมสตริงกับก้น และเบิร์นพลังงานได้มากกว่าลู่วิ่งทั่วไป

จุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับการซ้อม HYROX คือการที่เราต้องใช้แรงขาถีบส่งไปข้างหน้าเหมือนวิ่งบนพื้นถนนจริง 100% แถมยังช่วยฝึกให้เราคุมเพซความเร็วด้วยความรู้สึกตัวเอง และจำลองฟีลการวิ่งทั้งที่ขากำลังล้าหนักๆ ได้สมจริง

อีกหนึ่งสเตชันปราบเซียนที่ขาดไม่ได้คือ Sandbag Lunges ซึ่งในคลาสนี้จะเน้นฝึกก้าวขาอยู่กับที่ก่อน เพื่อปูพื้นฐานความแข็งแรงของต้นขา ก้น และแกนกลางลำตัวให้พร้อมรับน้ำหนัก เพราะในการแข่งจริงเราจะต้องแบกกระสอบทรายแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าแบบต่อเนื่อง
เริ่มจากการแบกกระสอบทรายพาดบนบ่าสองข้าง ก้าวขาแล้วย่อตัวลงตรงๆ จนเข่าหลังเกือบแตะพื้น แล้วออกแรงกดส้นเท้าดันตัวกลับขึ้นมาสลับขาเรื่อยๆ บอกเลยว่าเป็นท่าที่ทำเอาขาสั่นและตัดกำลังได้ไม่น้อยทีเดียว


ตามด้วยอีกหนึ่งสเตชันวัดพลังขาอย่าง Sled Push หรือการดันสเลด ที่จริงแล้วท่านี้ไม่มีกฎตายตัวเรื่องการจับก้านเลื่อน ใครถนัดแบบไหนก็เลือกใช้ได้ แต่หัวใจสำคัญคือต้องล็อกหน้าท้องให้แน่นๆ โน้มตัวไปข้างหน้า แล้วใช้แรงถีบส่งจากปลายเท้ากับสะโพก ไถไปเรื่อยๆ แต่ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอที่สุด


ปิดท้ายด้วย Wall Ball สเตชันสุดท้ายของการแข่งจริงที่มีแรงเหลือเท่าไร ใส่ให้หมด Squat ให้ต่ำจนสะโพกขนานกับพื้น แล้วออกแรงส่งจากขาและสะโพกพร้อมดันแขนส่งบอลให้ถึงแป้น
ที่นี่จะไม่ได้มีแป้นเหมือนในสนามแข่งขันจริง แต่ใช้การโยนเข้าแนวกำแพงในระดับความสูงที่ต่ำกว่ามาตรฐานเล็กน้อย ทำให้ค่อนข้างเหมาะสำหรับมือใหม่ในการเริ่มฝึกซ้อม

หลังจากเวิร์กเอาต์ครบทุกสเตชันแล้ว โค้ชยังให้ปิดท้ายด้วยท่า Burpees อันเป็นที่รักของใครหลายคน Mountain Climbers และ Bicycle Crunch เพิ่มความฟิตให้แกนกลางก่อนหมดแรงของจริง



Result
สำหรับมือใหม่ คลาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียนรู้เบสิกมูฟเมนต์อย่างถูกวิธีและปลอดภัย สลับกับการหอบเป็นระยะ ส่วนใครที่ฟิตอยู่แล้ว เซสชันนี้เป็นเหมือน Active Recovery ช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น


Good for
CURVENUE ตอบโจทย์คนที่มองหาสเปซออกกำลังกายที่ครบครันในบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเอง นอกจากจะได้ลองคลาสออกกำลังกายที่หลากหลายแล้ว ที่นี่ยังเอื้อให้คุณใช้เวลาได้ทั้งวันอย่างคุ้มค่า เสียเหงื่อแล้วยังสามารถแวะทำผม นวดสปาผ่อนคลาย หรือเอ็นจอยบรันช์คุณภาพและจิบกาแฟดีๆ ได้ครบ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางต่อ

CURVENUE
Open: ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-20.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-17.00 น.
Address: 68/14 ซอยสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์ 41) แขวงคลองตันเหนือ กรุงเทพฯ
Budget:
- First Trial Package: 2 คลาส 900 บาท, 5 คลาส 2,250 บาท สามารถเข้าได้ทุกคลาส และทุกสาขาฯ รวมถึง HYROX
- HYROX Drop-in: 1,090 บาท
Profound:
- เครื่องดื่ม เริ่มต้นที่ 110 บาท
- ขนม เริ่มต้นที่ 59 บาท
Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61593790280145
Instagram: https://www.instagram.com/curvenue/
Tel: 09 8395 9549

