×

Fitness First มั่นใจตลาดฟิตเนสไทยยังไม่อิ่มตัว เดินหน้าทุ่ม 330 ล้านขยายพื้นที่ใหญ่ จัดคลาสแน่น รับความถี่ใช้บริการพุ่ง

21.10.2026
มาร์ค เอลเลียต บิวคานันท์ ผู้บริหาร Evolution Wellness Asia และภาพบรรยากาศภายใน Fitness First

ท่ามกลางกระแสการดูแลสุขภาพที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ประจำวันของคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจฟิตเนสในไทยเติบโตขึ้น โดยในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าแตะระดับ 1.2-1.4 หมื่นล้านบาท เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองการออกกำลังกายเป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นการลงทุนระยะยาว

 

มาร์ค เอลเลียต บิวคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีโวลูชั่น เวลส์เนสส์ เอเชีย ได้ฉายภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้ว่า ตลาดฟิตเนสในประเทศไทยยังคงมีศักยภาพสูงและยังไม่อิ่มตัวเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยมีความกระตือรือร้นสูง แถมยังชื่นชอบการทำกิจกรรมกลุ่ม และมุ่งเน้นการออกกำลังกายแบบมีเป้าหมายที่ชัดเจน

 

ท่ามกลางโอกาสย่อมมาพร้อมกับความท้าทายที่สูงขึ้น ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดสูงมาก และแข่งกันหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในกลุ่มฟิตเนสขนาดใหญ่ กลยุทธ์สำคัญคือการชูจุดเด่นด้านพื้นที่ขนาดใหญ่ อุปกรณ์ครบครัน และความหลากหลายของโปรแกรมที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้ทันต่อเทรนด์ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน บทเรียนใหญ่ๆ ของธุรกิจนี้คือ แม้จะมีพื้นที่กว้างขวางหรืออยู่ในทำเลค่าเช่าสูง แต่หากขาดโปรแกรมการออกกำลังกายที่ดึงดูด หรือขาดผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลที่มีคุณภาพ ก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจได้เช่นกัน ดังนั้น ทางรอดและการเติบโตที่ยั่งยืนของผู้เล่นในตลาด คือการปรับตัวมุ่งเจาะตลาดท้องถิ่น และลงทุนพัฒนาบุคลากรไปควบคู่กัน

 

เช่นเดียวกับ Fitness First ซึ่งเปิดให้บริการในประเทศไทยมานานกว่า 25 ปี ปัจจุบันมีเครือข่ายฟิตเนสคลับรวม 32 สาขาทั่วประเทศ ปัจจุบันมีสมาชิกรวมเกือบ 6 หมื่นคน ได้เห็นแล้วว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคหลังวิกฤตโควิด เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวกอย่างเห็นได้ชัด โดยสมาชิกมีความสม่ำเสมอในการออกกำลังกายมากขึ้น สะท้อนจากความถี่ในการเข้าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นถึง 25% จากเดิมเฉลี่ย 8 ครั้งต่อเดือน ขยับขึ้นมาเป็น 10 ครั้งต่อเดือน ขณะเดียวกัน ระยะเวลาการคงสถานะสมาชิก ยังเพิ่มขึ้นถึง 50% หรือเฉลี่ยยาวนานถึงประมาณ 4 ปี

 

เมื่อเจาะลึกโครงสร้างฐานสมาชิกของ Fitness First พบว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงานมืออาชีพ มีการศึกษาและมีรายได้ค่อนข้างสูง อายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40 ปี โดยมีสัดส่วนเพศชายและเพศหญิงใกล้เคียงกัน ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้ จะมียอดการเข้าใช้บริการรวมไม่น้อยกว่า 8 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยสูงถึง 2.2-2.5 หมื่นครั้งต่อวัน

 

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ พฤติกรรมของสมาชิกมากถึง 7 ใน 10 คน เลือกที่จะออกกำลังกายแบบมีเป้าหมายร่วมกับคลาสหรือเทรนเนอร์มากกว่าการฝึกซ้อมเพียงลำพัง เห็นได้จากสถิติการเข้าร่วมคลาส HIIT ที่เติบโตสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 159% รวมถึงคลาสกลุ่ม Mind & Body และ Pilates ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น 73%

 

จากสัญญาณบวกของตลาดและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า Fitness First จึงเตรียมอัดฉีดงบลงทุนกว่า 330 ล้านบาท เพื่อลุยแผนการเติบโตเต็มรูปแบบ ทั้งการเปิดสาขาใหม่ การปรับปรุงโฉมสาขาเดิม และการยกระดับประสบการณ์ใหม่ให้แก่สมาชิกโดยการขยายสาขาใหม่ ได้ประกาศปักหมุดเปิดตัวคลับแห่งใหม่ในโครงการ The Central บริเวณพหลโยธิน (ใกล้เซ็นทรัลลาดพร้าว) โดยมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2027

 

ขณะที่การปรับปรุงสาขาเดิม นำร่องเฟสแรกใน 3 ทำเลศักยภาพ ได้แก่ สาขา House of Uhen, สาขา CentralWorld และสาขา Mega Bangna รวมถึงการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ด้วยโปรแกรมและเทรนด์การออกกำลังกายใหม่ๆ เข้ามาตอบโจทย์ เช่น Pro Release โปรแกรมยืดเหยียดและนวดสปอร์ตเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ, Exforce, X-Fit/HIIT และการเปิดสตูดิโอ Reformer Pilates

 

สำหรับทิศทางกลยุทธ์หลักของ Fitness First จะยังคงเน้นจุดแข็งที่แตกต่าง โดยไม่แข่งขันเฉพาะเรื่องความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ อุปกรณ์ และความหลากหลายของคลาส ซึ่งสาขาขนาดเล็กจะรองรับคลาสประมาณ 25–30 คลาสต่อวัน ส่วนสาขาขนาดใหญ่จะมีคลาสถึง 50–60 คลาสต่อวัน

 

“ในส่วนของอัตราค่าบริการ แม้ที่ผ่านมาจะไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าสมาชิกรายเดือนมาเป็นเวลาหลายปี แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทอาจพิจารณาปรับโครงสร้างราคาขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น” มาร์ค ย้ำ

 

พร้อมทิ้งท้ายว่า การที่สมาชิกเข้าใช้บริการสม่ำเสมอตั้งแต่ 10 ครั้งต่อเดือนขึ้นไป จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความคุ้มค่าและลดโอกาสการยกเลิกสมาชิก ขณะเดียวกัน ยังมองว่ารูปแบบฟิตเนสที่หลากหลาย ตลอดจนคอนเทนต์ออกกำลังกายบนโลกออนไลน์ รวมถึงชุมชนออกกำลังกายฟรี ไม่ได้เป็นคู่แข่งที่จะตัดโอกาสกันเอง แต่สามารถเติบโตและเกื้อหนุนควบคู่กันไปในตลาดสุขภาพได้อย่างยั่งยืน


READ MORE




Latest Stories