ถ้าคุณเคยรู้สึกว่าร้านเทปันยากิส่วนใหญ่จะเน้นที่ความเล่นใหญ่ หรือการโชว์หน้าเตา มากกว่ารสชาติและวัตถุดิบ ต้องบอกว่าเทปันยากิที่ Hiori โรงแรมอมัน นายเลิศ กรุงเทพ จะอยู่ขั้วตรงข้ามกันเลย เพราะเทปันยากิของ Hiori มาในแนวคุมไฟ คุมเวลา และใช้วัตถุดิบที่ดี เพื่อสร้างบาลานซ์ที่ลงตัวระหว่างสามองค์ประกอบที่เล่าไป
ซึ่งเราค่อนข้างชอบเทปันยากิที่มาในสไตล์นี้มากกว่าความเอะอะหน้าเตา เพราะเราสามารถชิมแต่ละเมนูได้ตามความเร็วของเรา โดยไม่ได้รู้สึกถูกกดดันให้ต้องกินหมดไวๆ และด้วยชื่อของ Hiori ที่แปลว่าการทอของเปลวไฟ ที่นี่จึงให้ความสำคัญกับความละเมียดละไม ที่เราสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของทีมเชฟได้อย่างเพลินตา

เชฟโยจิ คิตายามะ
The Vibe
Hiori ซ่อนตัวอยู่ในโซน Aman Club ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ภายในร้านมีที่นั่งรอบเคาน์เตอร์ไม้ฮิโนกิจำนวน 14 ที่นั่ง ล้อมเตาย่าง 3 เตา ค่อนข้างใกล้ชิด ทำให้เรามองเห็นการทำงานของเชฟได้ทุกขั้นตอน ได้ยินเสียงเนื้อโดนกระทะร้อนๆ และมีกลิ่นหอมลอยมาเบาๆ ช่วยกระตุ้นต่อมความหิวได้เป็นอย่างดี

ส่วนการตกแต่งมาในสไตล์เรียบง่าย เน้นความน้อย นิ่ง มองไปเห็นวิวด้านนอกที่แสงตอนรอบ 18:30 น. จะสวยเป็นพิเศษ เราชอบที่บรรยากาศภายในร้านไม่เอะอะจนเกินไป ทำให้ยังสามารถพูดคุยกับเพื่อนที่ไปด้วยได้ หรือไม่ได้ถูกเร่งให้ต้องตื่นตัวตลอดเวลา
The Taste
แม้ร้านนี้จะเน้นเมนูประจำฤดูกาลของญี่ปุ่น แต่ยังไม่ทิ้งความเป็นเทปันยากิตรงที่ใช้วัตถุดิบดี เทคนิคที่แม่นยำ และการปรุงที่ไม่หนักจนเกินไป หลายๆ อย่างภายในร้านทำขึ้นมาเอง ไม่ได้ใช้ของสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นมิโสะ ซอส หรือผักดอง ดังนั้นรสชาติที่ได้จึงค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ไม่เจนจัดจนเกินไป ซึ่งก็เป็นสไตล์การทำอาหารเชฟโยจิ คิตายามะ ที่เน้นวัตถุดิบเป็นพระเอก

เทปันยากิของที่นี่จะมาเป็นคอร์สเรียกว่า Hiori Journey เริ่มจากจานเรียกน้ำย่อย 5 คอร์ส เราชอบคอนซูเม่วากิวที่จับคู่กับปลาและทรัฟเฟิล กับหอยเชลล์ฮอกไกโดกับครีมคาเวียร์ ส่วนจานหลักเลือกได้ว่าจะเป็น เนื้อวากิวฮิตาชิจังหวัดอิราบากิส่วนสันนอก ซอสกระเทียม ที่ไม่มันเลี่ยนจนเกินไป ได้ความหอมของเนื้อชัดเจน หรือสุกี้ยากี้ใช้เนื้อวากิวฮิตาชิส่วนริบอาย นำมาสไลด์บาง ยกมาพร้อมไข่ดิบ (หากใครอยากสั่งมากินพร้อมข้าวญี่ปุ่นก็ขอเพิ่มได้) หรือล็อบสเตอร์แคนาดานำมาย่างเนยคิโนเมะหอมกรุ่น


หลังจากนั้นจะเป็นจานข้าวหรือคาร์บ เลือกได้ว่าจะเป็นข้าวผัดกระเทียม, ข้าวแกงกะหรี่ลิ้นวากิวตุ๋น หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวสำหรับคนไม่อยากกินข้าว เราเลือกข้าวแกงกระหรี่ที่รสชาติลงตัวทีเดียว ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่างเค้กสตอวเบอรี่


ส่วนใครเป็นสายดื่ม ที่นี่ยังมีค็อกเทลสูตรพิเศษสไตล์ญี่ปุ่นนำเสนอ ด้วยถึงสาเกหลากหลายตัว เช่น Kid Junmai Daiginjo จากจังหวัดวากายามะ ซึ่งผลิตพิเศษเพื่ออมัน นายเลิศ กรุงเทพ โดยเฉพาะ ส่วนเราลองเป็นแอลกอฮอลล์แพร์ริ่ง 4 แก้ว มีทั้งไวน์และสาเก เราว่ามันลงตัวนะ ช่วยชะล้างความมันเลี่ยนได้ดีเลย
Good for…
แน่นอนว่าเหมาะกับคนชอบเทปันยากิ แต่อยากได้ความเป็นส่วนตัว เน้นรสชาติ ฝีมือ และวัตถุดิบ มากกว่าความตื่นเต้นหวือหวา สามารถพูดคุยกับเพื่อนหรือเดทพิเศษได้ ใช้เวลาต่อรอบไม่นาน นั่นหมายความว่าคุณยังมีเวลาเหลือเฝือ สำหรับการออกไปดริ้งค์ต่อด้านนอก พร้อมฟังดนตรีที่ Aman Lounge ที่อยู่ติดกัน
Hiori
Location: ชั้น 19 Aman Nai Lert Bangkok ซอยสมคิด
Open: ดินเนอร์ ทุกวัน 17:30–23:00 น. / มื้อกลางวัน ศุกร์–เสาร์ 12:00–14:00 น.
Contact: [email protected]
Budget: คอร์ส Hiori Journey 8,900++ บาท/ท่าน Alcohol pairing 3,500++

