×

ผลตอบแทนจากข้อมูลที่น่าเชื่อถือ: คุณค่าของการได้รู้ความจริง

28.09.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงข้อมูลข่าวสารและแนวคิดเรื่องความจริงในยุคดิจิทัล

ทุกวันนี้ มนุษย์เราไม่ได้ขาดแคลนข้อมูล ตรงกันข้าม เราไม่เคยมีข้อมูลมากมายเท่านี้มาก่อน แต่ผู้คนทั่วโลกกลับยังประสบความยากลำบากในการตอบคำถามพื้นฐานที่สุดว่า แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องอะไร และสิ่งที่เราเห็นหรือได้ยินนั้นเป็น ‘ความจริง’ หรือไม่

 

นี่คือ ‘ความย้อนแย้ง’ ของยุคสมัยนี้ สังคมที่เชื่อมต่อถึงกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์กลับเป็นสังคมที่เปราะบางอย่างที่สุดต่อความสับสน การบิดเบือน และความไม่ไว้วางใจ ในขณะที่ข้อมูลแพร่กระจายรวดเร็วยิ่งกว่ากระบวนการตรวจสอบความรับผิดชอบ ระบบอัลกอริทึมยังให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่กระตุ้นความโกรธหรือความไม่พอใจ มากกว่าความถูกต้องของข้อมูล ส่วนปัญญาประดิษฐ์ก็สามารถผลิต ‘ข้อมูลเท็จ’ ที่ดูน่าเชื่อถือได้ในปริมาณมหาศาล ในบริบทเช่นนี้ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความโปร่งใส แต่เป็นรากฐานสำคัญของ ‘เสรีภาพ’

 

เมื่อเราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และการดำเนินการต่างๆ ที่กระทำในนามของเรา ม่านหมอกแห่งการหลอกลวงก็ยิ่งหนาทึบ เปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีชักจูงสังคมให้เข้าใจผิดได้โดยไม่ต้องรับผิด

 

สังคมจะเปราะบางที่สุด เมื่อการเข้าถึงข้อมูลถูกปิดกั้น ในปี 2568 แอ็กเซสนาว (Access Now) และเครือข่าย #KeepItOn ได้บันทึกเหตุการณ์ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตจำนวน 313 ครั้งใน 52 ประเทศ ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตไม่เพียงขัดขวางการทำงานของสื่อมวลชนและปิดกั้นเสียงของชุมชน แต่ยังอาจทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่อาจช่วยรักษาชีวิตได้

 

กฎหมายว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจึงถือเป็น ‘เสาหลักสำคัญ’ ของความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของระบบข้อมูล ผลจากรายงานติดตามสถานการณ์ล่าสุดของ UNESCO สะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ ผลสำรวจในปี 2568 พบว่า 141 ประเทศทั่วโลกมี ‘หลักประกันทางกฎหมาย’ เกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล

 

อย่างไรก็ตาม การมีกฎหมาย ‘ไม่ได้’ หมายความว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิผลเสมอไป หลายประเทศยังคงเผชิญ ‘ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ’ ทั้งในด้านการกำกับดูแล กระบวนการอุทธรณ์ การบังคับใช้กฎหมาย การจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูล โดยในบรรดาประเทศที่ตอบแบบสำรวจ มี 51 ประเทศที่ไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลได้ แม้จะรายงานว่า มีระบบหรือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอยู่แล้วก็ตาม

 

คณะกรรมการด้านข้อมูลข่าวสารและหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ มีบทบาทสำคัญในการทำให้บทบัญญัติทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลเกิดผลบังคับใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม หลายหน่วยงานต้องเผชิญ ‘ข้อจำกัด’ จากอำนาจหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ ความล่าช้าในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ การตัดงบประมาณ การแทรกแซงทางการเมือง ข้อจำกัดด้านอำนาจ และการคุกคามต่อความเป็นอิสระขององค์กร หน่วยงานเหล่านี้จึงจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่และทรัพยากรที่เพียงพอ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลสามารถเกิดผลได้จริง

 

ข้อจำกัดในทางปฏิบัติดังกล่าวมีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน ในปี 2568 UNESCO และศูนย์เพื่อกฎหมายและประชาธิปไตย (Centre for Law and Democracy) ได้ร่วมกันทดสอบการใช้กฎหมายว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูล โดยส่งคำขอข้อมูลที่มีเนื้อหาเหมือนกันจำนวน 146 คำขอใน 76 ประเทศ ผลการทดสอบพบว่า ร้อยละ 38 ของคำขอ ‘ไม่ได้รับคำตอบที่เป็นสาระ’ ขณะที่มีเพียงร้อยละ 42 ที่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน และใช้เวลาในการตอบกลับโดยเฉลี่ย 22 วัน ทั้งนี้ จะมีการดำเนินการทดสอบในลักษณะเดียวกันอีกครั้งในปีนี้ (2569) เพื่อประเมินว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

 

‘สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล’ จึงจำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างของข้อบกพร่องในการนำกฎหมายไปปฏิบัติยังพบเห็นได้ แม้แต่ในประเทศที่มีกฎหมายซึ่งจัดทำขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่ดีก็ตาม

 

เมื่อเกิดสุญญากาศทางข้อมูล สื่อมวลชนที่เป็นอิสระและกล้าหาญจึงสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคม งานสื่อสารมวลชนช่วยกลั่นกรองข้อมูลและช่วยให้สาธารณชนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านการสืบสวน การตั้งคำถาม การตรวจสอบยืนยัน และการอธิบายบริบท อีกทั้งยังมีบทบาทรับมือกับข้อมูลบิดเบือน ตั้งคำถามในประเด็นที่บางฝ่ายอาจไม่ต้องการตอบ และช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างมีความหมาย

 

ความเสียหายจากข้อมูลบิดเบือนนั้นเกิดขึ้นได้จริง UNESCO ประเมินว่า ข้อมูลบิดเบือนอาจก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมรวมราว 350,000-510,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยส่งผลกระทบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบั่นทอนประสิทธิภาพของมาตรการด้านสาธารณสุข การบิดเบือนการเลือกตั้ง ความล่าช้าในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียง รวมถึงการลดทอนความเชื่อมั่นต่อสถาบันสาธารณะ ดังนั้น ‘ข้อมูลบิดเบือน’ จึงไม่ใช่เพียงปัญหาด้านการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังเป็นความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล ภาระทางเศรษฐกิจ และภัยคุกคามโดยตรงต่อความสามารถของประชาชนในการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน

 

องค์กรสื่อแพร่ภาพกระจายเสียงสาธารณะและองค์กรสื่อมวลชนอิสระเป็นกลไกสำคัญในการถ่วงดุลปัญหาดังกล่าว ภารกิจขององค์กรเหล่านี้ไม่ใช่การไล่ตามยอดผู้ชมให้ได้มากที่สุดโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ แต่คือการให้ข้อมูลและให้บริการแก่ประชาชนทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตาม องค์กรเหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นฐานผู้ชมที่กระจายตัวมากขึ้น ความไว้วางใจที่ลดลง การแทรกแซงทางการเมือง ข้อจำกัดด้านการเงิน การพึ่งพาแพลตฟอร์มดิจิทัล ตลอดจนเนื้อหาเท็จ เนื้อหาสังเคราะห์ และเนื้อหาที่ถูกบิดเบือน ซึ่งแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง การที่องค์กรสื่อต้องดิ้นรน เพื่อผลิตงานที่มีคุณภาพต่อไปไม่ใช่เพียงปัญหาของภาคสื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาของ ‘ประชาธิปไตย’

 

การรับมือกับปัญหานี้ต้องครอบคลุมถึงการกลับมาลงทุนในงานสื่อสารมวลชน เพื่อประโยชน์สาธารณะ การรักษาความเป็นอิสระทางบรรณาธิการ การตรวจสอบข้อเท็จจริง การตรวจสอบยืนยันข้อมูลจากแหล่งเปิด การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ ตลอดจนความร่วมมือข้ามพรมแดน ในเมื่อข้อมูลเท็จสามารถแพร่กระจายข้ามพรมแดนได้ สื่อมวลชนที่ยึดมั่นในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือก็ต้องร่วมมือกันข้ามพรมแดนด้วยเช่นกัน หากปราศจากสื่อบริการสาธารณะ ระบบนิเวศทางข้อมูลจะยิ่งด้อยคุณค่าและเปราะบางลงอย่างมาก แต่สื่อบริการสาธารณะเองก็ไม่สามารถปกป้องระบบนิเวศดังกล่าวได้เพียงลำพัง

 

เนื่องในวันข่าวโลก (World News Day) และวันสากลแห่งการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (International Day for Universal Access to Information) ในปีนี้ (28 กันยายน) ความท้าทายอยู่ที่การนำหลักการเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติจริง เราจึงขอเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระบบนิเวศข้อมูลร่วมกันยกระดับการดำเนินงาน ดังนี้

 

  • รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างจริงจังและปกป้องความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแล

 

  • แพลตฟอร์มดิจิทัลและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อพื้นที่ข้อมูลข่าวสารบนแพลตฟอร์มที่ตนสร้างขึ้น โดยดำเนินการให้สอดคล้องอย่างครบถ้วนกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

 

  • องค์กรสื่อทุกประเภทควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความถูกต้องของงานที่ผลิต มากกว่าตัวเลขการเข้าถึง

 

การไหลเวียนอย่างเสรีของข้อมูลที่น่าเชื่อถือเป็น ‘ประโยชน์ร่วมกัน’ ของทุกคน แต่จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อหน่วยงานรัฐคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล นักข่าวยึดมั่นในการแสวงหาความจริงเหนือสิ่งอื่นใด และประชาชนได้รับการรับรองสิทธิในการเข้าถึงข้อเท็จจริง

 

ผลตอบแทนจากข้อมูลที่น่าเชื่อถือนั้นมีอยู่จริง แต่จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเราทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง

 

ภาพ: Gerd Altmann / Pixabay

  • LOADING...

READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories

Close Advertising