×

วิกฤตศรัทธา ‘เคียร์ สตาร์เมอร์’ ขวาจัดผงาดชนะเลือกตั้งท้องถิ่น – สส. พรรคเลเบอร์ขู่ชิงเก้าอี้ผู้นำ

10.05.2026
  • LOADING...
ภาพ เคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำพรรคเลเบอร์ กำลังเผชิญวิกฤตทางการเมือง

เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กำลังเผชิญวิกฤตทางการเมืองครั้งสำคัญ หลังพรรค Reform UK พรรคขวาจัดของ ไนเจล ฟาราจ ได้คะแนนนิยมพุ่งสูงในการเลือกตั้งท้องถิ่นอังกฤษ ขณะที่ แคทเธอรีน เวสต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเลเบอร์ขู่ท้าชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรค’ หากคณะรัฐมนตรีไม่มีการขยับเสนอชื่อหัวหน้าพรรคคนใหม่

 

 

‘พรมเช็ดเท้า’ และ ‘แมงกะพรุน’ คือสมญานามที่ผู้นำอังกฤษได้รับจากประชาชนตลอดการดำรงตำแหน่ง ขณะที่ผลสำรวจจาก YouGov และ Ipsos ชี้ตรงกันว่า เขามีคะแนนความนิยมที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเทียบเท่ากับ ลิซ ทรัสส์ อดีตผู้นำหญิงอังกฤษจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

 

ทำไมการเมืองอังกฤษถึงมาถึงจุดนี้? THE STANDARD สรุปประเด็นสำคัญจากการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งล่าสุด รวมถึงอนาคตของสตาร์เมอร์และพรรคเลเบอร์

 

เกิดอะไรขึ้นในการเลือกตั้งท้องถิ่นอังกฤษ

 

วันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ไนเจล ฟาราจ ผู้นำพรรค Reform UK ออกมาชื่นชมผลการเลือกตั้งท้องถิ่นของอังกฤษครั้งล่าสุด หลังพรรคของเขาสามารถยึดสภาท้องถิ่นด้วยการคว้าที่นั่งมากกว่า 600 ที่นั่งขึ้นไป

 

ทั้งนี้ Sky News รายงานผลการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า พรรค Reform UK ครองเก้าอี้มากที่สุดถึง 1,453 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคเลเบอร์ 1,068 ที่นั่ง, พรรคคอนเซอร์เวทีฟ 806 ที่นั่ง, พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrats) มากกว่า 800 ที่นั่ง และพรรคกรีนราว 400 ที่นั่ง

 

น่าสนใจว่า พรรค Reform UK กวาดชัยชนะในพื้นที่สำคัญ คือ สภาจังหวัดเอสเซ็กซ์ที่พรรคคอนเซอร์เวทีฟครองเสียงข้างมากมาตั้งแต่ปี 2001 รวมถึงสภาเขตเฮเวอริงในลอนดอน และสภาเมืองซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคเลเบอร์มานานกว่า 50 ปี ขณะที่ในการเลือกตั้งสภาเวลส์ (Senedd) พรรค Reform UK ยังครองอันดับสองด้วยคะแนน 34 ที่นั่ง แซงหน้าพรรคเลเบอร์ที่หล่นไปอยู่อันดับ 3 อย่างน่าตกใจ

 

หัวหน้าพรรค Reform UK กล่าวว่า เมื่อ 2 ปีก่อน พรรคยังเพิ่งก่อตั้งใหม่และชนะเพียง 5 ที่นั่งในการเลือกตั้งทั่วไป แต่ขณะนี้ คะแนนนิยมเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่า พรรค Reform UK ไม่ใช่แค่พรรคทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นพรรคระดับชาติที่แท้จริงและจะคงอยู่ถาวร

 

ฟาราจย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองอังกฤษ จากเดิมที่อยู่ภายใต้ระบบ 2 พรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเลเบอร์กับพรรคคอนเซอร์เวทีฟ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า มีหลายพรรคการเมืองที่เป็นทางเลือกของประชาชน เช่น พรรคเสรีประชาธิปไตย, พรรคกรีน และพรรคชาตินิยมในสกอตแลนด์และเวลส์

 

“ประชาชนเบื่อหน่ายกับละครน้ำเน่าทางการเมืองมาตลอด 4 ปีครึ่งของรัฐบาลอนุรักษนิยม และตอนนี้พรรคเลเบอร์ก็กำลังจะเริ่มแตกคอกันเอง สิ่งสุดท้ายที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยากเห็นคือพวกเราทะเลาะกันเอง ดังนั้นขอให้กัดฟันอดทนและตกลงกันเป็นการภายใน” ฟาราจกล่าวกับสมาชิกสภาจังหวัดเอสเซ็กซ์ พร้อมย้ำว่า เขาเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งระดับชาติไปมากกว่า 2 ใน 3 แล้ว ทั้งในแง่การวางแผนและการระดมทุน

 

ในการเลือกตั้งท้องถิ่น พรรคเลเบอร์เสียที่นั่งไปมากกว่า 1,460 ที่นั่ง โดยเฉพาะการเสียการควบคุมสภาในพื้นที่สำคัญ เช่น เบอร์มิงแฮม, ฮาร์เทิลพูล และลีดส์ ส่วนพรรคคอนเซอร์เวทีฟ พรรครัฐบาลเดิมของอังกฤษก็ยังอยู่ในภาวะวิกฤต แม้จะแย่งเขตสำคัญอย่างเวสต์มินสเตอร์และแวนด์สเวิร์ธในลอนดอนจากพรรคเลเบอร์มาได้ แต่ภาพรวมยังย่ำแย่ เพราะเสียจังหวัดสำคัญทางตอนใต้อย่างเอสเซ็กซ์, ซัฟฟอล์ก และนอร์ฟอล์ก

 

ขณะที่พรรคกรีน นำโดย แซค โปลันสกี (Zack Polanski) ซึ่งขยายวาระทางการเมืองจากสิ่งแวดล้อมไปยังสิทธิมนุษยชน เริ่มได้รับความสนใจขึ้นมา สะท้อนจากการที่ โซอี การ์เบตต์ ผู้แทนของพรรคกรีนเอาชนะผู้สมัครจากพรรคเลเบอร์ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเขตแฮกนีย์ได้สำเร็จ

 

‘เวสต์’ ขู่ท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรค หากคณะรัฐมนตรีไม่เสนอชื่อหัวหน้าคนใหม่

 

ล่าสุด แคทเธอรีน เวสต์ สส. พรรคเลเบอร์ออกมาประกาศว่า หากไม่มีรัฐมนตรีในรัฐบาลคนใดลุกขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคจากสตาร์เมอร์ภายในวันที่ 11 พฤษภาคม เธอจะลงท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคเลเบอร์ เพื่อบีบให้เกิดการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่

 

ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังพรรคเลเบอร์พ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งท้องถิ่นยับเยิน โดยเวสต์ส่งสัญญาณว่า หากคณะรัฐมนตรีไม่เสนอชื่อผู้นำพรรคคนใหม่ เธอจะรวมชื่อ สส.ในพรรคเพื่อท้าชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค โดยต้องใช้เสียงสนับสนุนจาก สส. 20% หรือ 81 คน

 

ก่อนหน้านี้ เวสต์ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ BBC ว่า เธอต้องการให้คณะรัฐมนตรีปรับโครงสร้างภายในกันเอง โดยเสนอชื่อคนที่สื่อสารได้ดีที่สุด ขึ้นมาแทนที่สตาร์เมอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายภายในพรรค ขณะที่สตาร์เมอร์ควรไปทำงานระหว่างประเทศที่เขาถนัด และปล่อยให้คนที่มีความสามารถในการสื่อสารนโยบายภายในประเทศขึ้นมารับมือพรรค Reform UK

 

เวสต์เผยว่า ขณะนี้มี สส. ในพรรคเลเบอร์ 10 คนพร้อมสนับสนุนเธอ และมั่นใจว่า จะหาเสียงสนับสนุนได้ครบตามเกณฑ์ ขณะที่แหล่งข่าวจากคณะรัฐมนตรีเชื่อว่า เธอไม่น่าจะทำได้

 

สถานการณ์ปัจจุบันในพรรคเลเบอร์แบ่งออกเป็นสองฝ่าย บางส่วนเริ่มด่าทอเธอว่า ไร้สติและขาดความรับผิดชอบ รวมถึงทำให้พรรคไร้เสถียรภาพ ขณะที่ สส. กลุ่มที่เหลือเห็นด้วยว่า หมดเวลาของสตาร์เมอร์แล้ว

 

สำหรับรายชื่อหัวหน้าพรรคเลเบอร์คนใหม่ที่เป็นไปได้ ได้แก่

 

  • เวส สตรีทติง (Wes Streeting) รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ โดยถูกมองว่า เป็นเป้าหมายที่เวสต์อาจสนับสนุน แม้จะยังแบ่งรับแบ่งสู้และยืนยันสนับสนุนสตาร์เมอร์อยู่ในขณะนี้

 

  • แองเจลา เรย์เนอร์ (Angela Rayner) อดีตรองนายกฯ ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ เธอยังเป็นตัวเต็ง แต่ติดปัญหาเรื่องการตรวจสอบภาษีที่ยังไม่สิ้นสุด

 

  • แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) นายกเทศมนตรีแมนเชสเตอร์ เป็นขวัญใจ สส. หลายคน แต่ติดปัญหาทางเทคนิค คือไม่ได้เป็น สส. ในสภาฯ เขาจึงยังไม่สามารถลงท้าชิงได้ในทันที

 

สตาร์เมอร์ยืนยันไม่ลาออก อยู่กู้วิกฤตชาติ

 

สตาร์เมอร์ยืนยันว่า เขาจะไม่ลาออกเพื่อปล่อยให้อังกฤษตกอยู่ในความโกลาหล และเตรียมสร้างพรรคใหม่เพื่อเส้นทางวันข้างหน้า โดยแก้เกมด้วยการประกาศแผนกฎหมายใหม่ ชูนโยบายกระชับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (EU) และโครงการแลกเปลี่ยนแรงงานคนหนุ่มสาวเพื่อสร้างจุดต่างที่ชัดเจนกับพรรค Reform UK

 

ก่อนหน้านี้ ผู้นำอังกฤษกล่าวกับสมาชิกพรรคเลเบอร์ว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องไม่ ‘มองโลกในแง่ดีเกินไป’ ต่อผลการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่พอใจที่รัฐบาลเปลี่ยนแปลงทุกอย่างล่าช้าเกินไป

 

อย่างไรก็ตาม เริ่มมี สส. พรรคเลเบอร์บางส่วนออกมาเรียกร้องให้เขากำหนดระยะเวลาลงจากเก้าอี้ผู้นำอย่างแน่ชัด เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านผู้นำภายในพรรคที่ราบรื่นภายในปี 2026 โดยที่ไม่ต้องเลือกตั้งทั่วไปใหม่

 

ทั้งนี้ โทนี่ เทรเวอร์ส (Tony Travers) ศาสตราจารย์จาก London School of Economics and Political Science (LSE) ระบุว่า ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้สะท้อนว่า การเมืองอังกฤษไม่ได้ถูกผูกขาดโดย 2 พรรคใหญ่อีกต่อไป และการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2029 อาจจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด หรืออยู่ในสภาวะ ‘สภาแขวน’ (Hung Parliament) ซึ่งจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมที่ไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักในประวัติศาสตร์อังกฤษ

 

ทำไมสตาร์เมอร์กลายเป็นผู้นำที่คน ‘ขยาด’ มากที่สุด

 

ก่อนหน้านี้ ความนิยมของสตาร์เมอร์ตกลงไปอยู่ที่ตัวเลขติดลบ 50-57 โดย Ipsos ระบุว่า เป็นการสำรวจที่มีตัวเลขแย่ที่สุดตั้งแต่ปี 1977 ส่วน YouGov ระบุว่า ความนิยมของเขาติดลบใกล้เคียงกับ ลิซ ทรัสส์ นายกฯ อังกฤษจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุด จนผู้นำอังกฤษรายนี้ได้ฉายาว่า เป็น ‘พรมเช็ดเท้า’ หรือ ‘แมงกะพรุน’

 

The Guardian วิเคราะห์ว่า ชาวอังกฤษหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รู้สึกถูกหลอกจากสตาร์เมอร์ โดยเฉพาะเรื่องอื้อฉาวอย่างการได้รับของขวัญฟรีหรือสิทธิประโยชน์จากมหาเศรษฐี เช่น บัตรคอนเสิร์ต เทย์เลอร์ สวิฟต์, บัตรชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกโซน VIP ไปจนถึงเสื้อผ้าแว่นตาราคาแพง

 

ขณะที่ภาพลักษณ์จากยศ ‘เซอร์’ และความเป็น ‘นักกฎหมาย’ ยังกลายเป็นดาบสองคม ประชาชนทั่วไปมองว่า เขาเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน ไม่เข้าใจหัวอกชาวบ้าน ทำงานแบบไร้แพสชัน ดูทุกข์ทรมาน ต่างจากนักการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งดูสนุกกับการทำงานและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

 

ซ้ำร้าย การแต่งตั้ง ปีเตอร์ แมนเดลสัน ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรค้ามนุษย์แบบ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ยังทำให้สถานการณ์ความนิยมของสตาร์เมอร์ย่ำแย่ลง หลังอ้างว่า เขาถูกหลอกและรู้สึกโกรธจัดมาก เพราะไม่มีใครแจ้งเขาว่า แมนเดลสันไม่ผ่านการตรวจสอบประวัติมาก่อน

 

แอนโธนี เวลส์ หัวหน้าฝ่ายการเมืองของ YouGov กล่าวว่า ความเกลียดชังนี้อธิบายได้ยาก เพราะผู้คนมักคิดว่า อดีตนายกฯ ริชี ซูนัก ทำงานแย่ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกจงเกลียดจงชังส่วนตัวรุนแรงเท่ากับที่มีต่อสตาร์เมอร์ เนื่องจากคนผิดหวังในการทำงาน และรู้สึกว่า เขาไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน

 

ภาพ: Jack Taylor / Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising