×

Reuters รายงาน กองทัพจีนใช้ ‘ทางลัด’ ดึงสมอง AI สหรัฐฯ ขยายขีดความสามารถการทหาร

โดย THE STANDARD TEAM
01.08.2026
  • LOADING...
ภาพระบบควบคุมโดรนและเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง

เอกสารทางวิชาการและสิทธิบัตรของจีนมากกว่า 80 ฉบับ ที่ผ่านการตรวจสอบโดยสำนักข่าว Reuters เผยให้เห็นข้อมูลสำคัญที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนว่า นักวิจัยในสังกัดกองทัพจีนกำลังดึงผลลัพธ์และระบบการคิดจากโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับท็อปของสหรัฐฯ ทั้งจาก OpenAI และ Anthropic เพื่อนำมาฝึกฝนระบบ AI ภายในประเทศ หวังใช้เป็น ‘ทางลัด’ ในการยกระดับศักยภาพทางกลาโหม ตลอดจนลดช่องว่างกับคู่แข่งด้านเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ท่ามกลางการปิดกั้นการเข้าถึงชิปประมวลผลขั้นสูงและเทคโนโลยีระดับยุทธศาสตร์อย่างเข้มงวดจากรัฐบาลวอชิงตัน

 

 
 

Model Distillation ทางลัดถอดกระบวนการคิด AI ตะวันตก

 

รายงานพิเศษโดย Reuters เผยว่า วิธีการที่จีนใช้คือ ‘Model Distillation’ หรือเทคนิคการนำผลลัพธ์และกระบวนการตอบของโมเดล AI ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าที่มีพลังประมวลผลสูง (teacher model) มาเป็นต้นแบบในการฝึกฝน AI ขนาดเล็กที่ลงลึกเฉพาะทาง ทำให้จีนสามารถนำ AI ไปติดตั้งและใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรคำนวณมหาศาลเหมือนกับการพัฒนาโมเดลขั้นสูงระดับแนวหน้า (frontier AI) ขึ้นมาจากศูนย์

 

ซันนี เชิง นักวิจัยจาก Jamestown Foundation ในวอชิงตัน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รวบรวมและวิเคราะห์เอกสารงานวิจัยเหล่านี้ ระบุว่า สิ่งที่กองทัพจีนต้องการไม่ใช่แค่คำตอบ แต่เป็นการแกะกลไกการวิเคราะห์เหตุผลเชิงตรรกะ (reasoning) ของ AI ฝั่งตะวันตก เพื่อนำไปใช้ในระบบสอดแนม สงครามไซเบอร์ และการตัดสินใจทางยุทธวิธี

 

“การสอนให้โมเดลตอบคำตอบที่ถูกต้องไม่ใช่เรื่องยาก แต่การสอนให้มันเข้าใจกระบวนการคิดเบื้องหลังคำตอบนั้นยากกว่ามาก เอกสารเหล่านี้ชี้ชัดเจนว่านักวิจัยกองทัพจีนกำลังถ่ายโอนกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่มีมูลค่าสูงและเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะจากโมเดลตะวันตก ไปสู่ระบบขนาดเล็กที่พวกเขาสามารถรันและควบคุมได้เองภายในประเทศ” เชิงกล่าว

 

สู่การใช้งานจริง ตั้งแต่การเฝ้าระวังไปจนถึงยุทธการทางทหาร

 

ผลการตรวจสอบเอกสารวิชาการและกรณีศึกษาทางทหารมากกว่า 20 กรณี พบตัวอย่างการนำไปปรับใช้ในภารกิจจริง อาทิ

 

เฝ้าระวังโซเชียลมีเดีย: North University of China ซึ่งมีความใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมอาวุธจีน ได้นำ Claude 3 Haiku ของ Anthropic มาสร้างชุดข้อมูลสังเคราะห์ เพื่อฝึกโมเดลจำแนกข้อความสำหรับการคัดกรองเนื้อหาและเฝ้าระวังบนโลกออนไลน์

 

วิเคราะห์ซอร์สโค้ดชั้นลับ: เอกสารของนักวิจัยจากหน่วย PLA 96941 ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองทางทหารและสงครามไซเบอร์ในปักกิ่ง ระบุว่า เนื่องจาก AI นอกประเทศไม่ปลอดภัยสำหรับข้อมูลลับ พวกเขาจึงใช้ GPT-3.5 ของ OpenAI ช่วยวิเคราะห์และสรุปซอร์สโค้ดทางทหาร จากนั้นนำข้อสรุปไปใช้ฝึกฝนโมเดลภายใน เพื่อให้ระบบทั้งหมดรันอยู่บนเครือข่ายปิดของกองทัพจีนได้อย่างสมบูรณ์

 

โดรนอัจฉริยะแบบออฟไลน์: นักวิจัยจาก National University of Defense Technology ใช้เทคนิค Model Distillation ย่อขนาด AI ประมวลผลภาพ เพื่อนำไปติดตั้งบนโดรน ช่วยให้โดรนสามารถประมวลผลวิดีโอแบบสด ๆ นำทาง และชี้เป้าหมายได้แบบเรียลไทม์ แม้ในสภาวะที่สัญญาณการสื่อสารถูกตัดขาด

 

ยุทธการทางทะเลจำลอง: สถาบัน Academy of Military Sciences นำเทคนิคนี้ไปรันโมเดลจดจำเป้าหมายบนฮาร์ดแวร์เชิงยุทธวิธี เพื่อใช้สั่งการในภารกิจจำลองยุทธการทางทะเลร่วมระหว่างโดรน เรือรบ และเรือดำน้ำไร้คนขับ

 

ชนวนขัดแย้งใหม่จีน-สหรัฐฯ 

 

ประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่การดึงข้อมูลเพื่อย่อขนาดโมเดล ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปในอุตสาหกรรม แต่เป็นเรื่องของการดึงข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต 

 

เรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นร้อนก่อนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน ว่าด้วยการกำกับดูแลและความปลอดภัยของ AI โดยสหรัฐฯ มองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการดึงความสามารถของโมเดลอเมริกาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งขัดต่อมาตรการควบคุมการส่งออกและละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

 

ขณะที่ฝ่ายจีนออกมายันว่า วอชิงตันกำลังแสวงหา ‘ความเป็นใหญ่’ ทาง AI และโต้กลับว่าบริษัทสหรัฐฯ ก็ทำไม่ต่างกัน นอกจากนี้ สตาร์ตอัปจีนอย่าง Moonshot ก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ระบุว่าโมเดล Kimi K3 ของตนสร้างมาจากเทคนิค Model Distillation โดยยืนยันว่าเกิดจากนวัตกรรมที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง

 

ด้านบริษัท Anthropic ออกมาชี้แจงว่า ไม่เคยเปิดให้บริการ Claude เชิงพาณิชย์ในจีน หรือเปิดทางให้บริษัทที่ควบคุมโดยรัฐบาลปักกิ่งเข้าถึงและใช้งานโมเดลของบริษัท พร้อมเตือนว่าโมเดลที่ถูกสกัดข้อมูลออกไปอาจสูญเสียกลไกความปลอดภัยเดิม จนเปิดช่องให้ขีดความสามารถที่เป็นอันตรายตกไปอยู่ในมือของระบบที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

 

ข้อจำกัดของ ‘ทางลัด’

 

จีนขานรับและนำเทคนิค Model Distillation มาใช้อย่างจริงจัง เนื่องจากต้องการแข่งขันกับสหรัฐฯ ในด้าน AI ขั้นสูง ขณะที่ประเทศยังเผชิญกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรประมวลผล อันเนื่องมาจากมาตรการควบคุมการส่งออกชิประดับไฮเอนด์ของวอชิงตัน โดยรัฐบาลกลางและท้องถิ่นของจีนได้จัดสรรเงินอุดหนุนและทุนวิจัยไปยังเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้โมเดล AI สามารถทำงานบนอุปกรณ์ที่มีพลังประมวลผลจำกัดอย่างโดรนหรือดาวเทียมได้ เช่น model lightweighting และ edge computing

 

อย่างไรก็ดี บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การทำ Model Distillation ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญ โดยในมุมมองด้านความมั่นคง นักวิจัยจาก Army Engineering University ของจีนเองก็เริ่มแสดงความกังวลถึงความเสี่ยงจากวิธี ‘Data-free distillation’ หรือการวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อดึงขีดความสามารถของโมเดลโดยไม่ต้องเข้าถึงพารามิเตอร์หลัก ซึ่งอาจเปิดช่องโหว่ให้ฝ่ายตรงข้ามแกะรอยตรรกะที่ซ่อนอยู่จากผลลัพธ์ที่อาจหลุดออกไปสู่สาธารณะได้เช่นกัน

 

นอกจากนี้ โมเดลที่ถูกย่อขนาดจะรับเอามาเฉพาะขีดความสามารถที่เลือกไว้เท่านั้น และไม่สามารถเลียนแบบสติปัญญาทั้งหมดของโมเดล AI ขั้นสูง ซึ่งเทรเวอร์ โคเวอร์โก ผู้ร่วมก่อตั้ง Sapien บริษัทข้อมูล AI ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า โมเดลที่ผ่านการกลั่นกรองยังคงมีขีดความสามารถต่ำกว่าโมเดลต้นแบบ 

 

“อธิบายได้เข้าใจง่ายๆ ว่า มันคือการดึงเอาเฉพาะขีดความสามารถบางอย่างไปใส่ไว้ในระบบที่ราคาถูกลงและควบคุมเองได้ในท้องถิ่น แต่ไม่ใช่การบรรลุอิสรภาพในการสร้าง AI ระดับแนวหน้าได้ด้วยตนเอง” เขากล่าวสรุป

 

ภาพ: tuzla via ShutterStock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising