ถ้ามองเผินๆ การกลับมาของห้องอาหาร Sra Bua by Num Weerawat อาจดูเหมือนแค่การเปลี่ยนเชฟและรีโนเวตร้าน แต่เมื่อได้นั่งกินจริงๆ จะพบว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่แทบทั้งหมด ตั้งแต่ตัวตนของร้าน วิธีคิด ไปจนถึงอาหารทุกคอร์ส ภายใต้การนำของเชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ ที่เข้ามาสร้าง Sra Bua by Num Weerawat ให้สดใหม่ น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์
พร้อมเปิดตัว Tasting Menu 2 คอร์สที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ใช้ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย (Biodiversity) เป็นหัวใจของเมนูทุกจาน เพราะเชฟได้ชวนคนกินออกเดินทางผ่านวัตถุดิบไทย ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล มากกว่าจะเล่าเรื่องอาหารไทยผ่านวัตถุดิบประจำภาคใดภาคหนึ่ง หรือเมนูไทยคลาสสิกที่เราคุ้นเคย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เชฟหนุ่มเป็นหนึ่งในเชฟที่ผลักดันการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าสนใจของ Sra Bua by Num Weerawat ไม่ใช่การเฟ้นหาของหายาก หรือการใช้เทคนิคซับซ้อน แต่เรามองว่ามันเป็นการชวนมองว่า วัตถุดิบแต่ละชนิดมีที่มาอย่างไร เติบโตในสภาพแวดล้อมแบบไหน และมีผู้คนกลุ่มใดอยู่เบื้องหลังมากกว่า
The Vibe
ต้องบอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้มีแค่คอนเซ็ปต์และเมนู แต่เปลี่ยนทุกอย่าง แม้โครงสร้างเดิมจะยังอยู่ แต่สิ่งที่ปรับเปลี่ยนคือ Journey ตั้งแต่เดินเข้าร้าน การเดินผ่านโซนจัดแสดงการหมักดอง ข้าวพื้นเมืองไทย วัตถุดิบประจำฤดูกาล ที่คล้ายกับ Showcase ของเชฟหนุ่ม เรื่อยไปจนถึงงานคราฟท์ไทย ที่ทำให้เราสนุกและกระตุกต่อมอยากรู้อยากเห็นของเรา ตั้งแต่ยังเดินไปไม่ถึงโต๊ะเลยด้วยซ้ำ

The Taste

อย่างที่บอกว่า Tasting menu มี 2 คอร์สหลักที่แตกต่างกัน ขนาดไวน์แพร์ริ่งก็ยังคนละคาแร็กเตอร์ แต่เรียกได้ว่าเป็นพระเอกทั้งคู่ เพียงแต่เลือกเล่าคนละมุม ซึ่งเรามีโอกาสได้ลองทั้ง 2 คอร์ส ต้องยอมรับว่าดีทั้งคู่
- Signature Biodiversity Journey เหมาะสำหรับคนที่อยากสำรวจภาพรวมของวัตถุดิบไทย ทั้งจากทะเล แม่น้ำ และผืนดิน ตั้งแต่ซีฟู้ด เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ไปจนถึงข้าวพื้นเมือง หลายจานหยิบวัตถุดิบที่มีความเกี่ยวข้องกันมาอยู่ในจานเดียว

Signature Biodiversity Journey
- Plants & Roots Forward Journey คอร์สนี้ไม่มีเนื้อสัตว์แต่ให้บทบาทหลักกับผัก พืชหัว ธัญพืช และผลผลิตจากพืช โดยไม่ได้ตั้งใจทำให้รู้สึกเหมือนกำลังกินอาหารที่เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์มาเป็นพืช แต่เป็นคอร์สที่ดีไซน์มาเพื่อพืชล้วนโดยเฉพาะ ด้วยการใช้เครื่องแกง การหมัก และเทคนิคการปรุง สร้างรสชาติที่ให้ความรู้สึกเข้มข้นและเต็มอิ่ม ไม่แพ้คอร์สแรกที่มีเนื้อสัตว์เลย

Plants & Roots Forward Journey
สิ่งที่เราชอบคือ ทั้งสองคอร์สโดดเด่นไม่แพ้กัน ใครชอบโปรตีนจากทะเลและเนื้อสัตว์ก็เลือก Signature Journey ส่วนคนที่อยากเห็นศักยภาพของวัตถุดิบจากพืช ก็น่าจะสนุกกับ Plants & Roots Forward มากกว่า แต่รับรองว่าทั้งสองคอร์สนี้มีรสชาติที่จัดจ้าน ไม่ประณีประนอม ตามสไตล์ของเชฟหนุ่ม อีกอย่าง ทั้งสองคอร์สเสิร์ฟพร้อมข้าว 3 สายพันธ์จากทั้งหมดกว่า 30 สายพันธุ์ที่ทางร้านเวียนเปลี่ยนเสิร์ฟเป็นประจำทุกวัน

Good For
Sra Bua by Num Weerawat น่าจะถูกใจคนที่ติดตามผลงานของเชฟหนุ่มอยู่แล้ว เพราะทุกอย่างชัดเจน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ รสชาติ การนำเสนอ ไปจนถึงการเล่าเรื่องผ่านอาหารแต่ละจาน ในขณะเดียวกัน หากคุณเป็นแฟนไฟน์ไดนิ่งอาหารไทย และสนุกกับการค่อยๆ สำรวจรสชาติ เทคนิค และที่มาของวัตถุดิบ มากกว่าการมองหาเมนูฟิวชั่นหวือหวา หรือวัตถุดิบอิมพอร์ตจากทั่วโลก ร้านนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งมื้อที่ควรหาโอกาสมาลอง
Sra Bua by Num Weerawat
Location: Siam Kempinski Hotel Bangkok
Open: 18:00 น. เป็นต้นไป
Price: Signature Biodiversity Journey และ Plants & Roots Forward Journey ราคา 4,900++ บาทต่อคน, Wine Pairing 3,900++ บาท, Zero Proof Pairing 1,900++ บาท
Contact: 02-162-9000, [email protected]

