×

ย้ายทำเนียบ-รัฐสภา-หน่วยงานรัฐ ผ่าแผนปฏิรูปประเทศ ทำไมเกาหลีใต้ตั้งเป้า ‘กระจายอำนาจ’ ออกจากโซล?

04.09.2026
  • LOADING...
ภาพมุมสูงของอาคารรัฐบาลในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

เกาหลีใต้เปิดแผนเดินหน้ากระจายอำนาจออกจากโซล หลังรัฐบาลของ อี แจมยอง ประกาศย้ายหน่วยงานรัฐราว 350 แห่งออกจากเมืองหลวงตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป รวมถึงการสร้างสำนักงานประธานาธิบดีแห่งที่ 2 ที่นครเซจง เมืองหลวงด้านการบริหารแห่งใหม่ของประเทศ

 

 
 

เบื้องหลังแผนดังกล่าว คือ ความพยายามลดการกระจุกตัวของประชากร เงินทุน ธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานในเขตมหานครโซล ควบคู่กับการแก้ปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงในภูมิภาคอื่น โดยใช้การย้ายหน่วยงานรัฐเป็นกลไกดึงการลงทุน การจ้างงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกไปยังพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น

 

ทำไมเกาหลีใต้ถึงต้องการกระจายศูนย์กลางอำนาจออกจากโซล แล้วเหตุใดแผนผลักดันเซจงให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ จึงยังไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มรูปแบบ THE STANDARD ชวนไปทำความเข้าใจแผนครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างศูนย์กลางอำนาจของเกาหลีใต้ในอนาคต

 

เกาหลีใต้เปิดแผนย้ายหน่วยงานรัฐรอบใหม่

 

เมื่อวานนี้ (3 กันยายน) The Korea Herald รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศแผนย้ายหน่วยงานของรัฐออกจากเขตมหานครโซล ได้แก่ หน่วยงานรัฐบาล กระทรวง และสถาบันที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ

 

ทั้งนี้ ฮัน ซองซุก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ระบุว่า หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่ราว 350 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในเขตมหานครโซล ซึ่งครอบคลุมกรุงโซล อินชอน และจังหวัดคยองกี จะเริ่มทยอยย้ายออกจากพื้นที่ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ขณะที่รัฐบาลยังตั้งเป้าสร้างสำนักงานประธานาธิบดีแห่งที่ 2 ในนครเซจงให้เสร็จภายในปี 2029 รวมถึงอาคารรัฐสภาภายในปี 2033

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ได้เปิดเผยว่า หน่วยงานแต่ละแห่งจะถูกย้ายไปที่ใด โดยเบื้องต้น ฮันระบุว่า การเลือกพื้นที่จะต้องช่วยเพิ่ม ‘ศักยภาพ’ ของศูนย์กลางในแต่ละภูมิภาคให้มากที่สุด พร้อมย้ำว่า รัฐบาฃจะไม่ใช้วิธีกระจายหน่วยงานแบบ ‘แบ่งเค้ก’ ให้แต่ละพื้นที่

 

อนึ่ง คิม ยุนด็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดินเกาหลีใต้ระบุว่า แนวทางหลักในการย้ายในครั้งนี้ คือการนำหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไปอยู่ใกล้กับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองที่ถูกพัฒนาในฐานะ ‘เมืองนวัตกรรม’ (Innovation Cities) เพื่อให้หน่วยงานรัฐและภาคธุรกิจสามารถเชื่อมโยงกันมากขึ้น รวมถึงช่วยดึงดูดบริษัทเข้ามาลงทุนในภูมิภาค

 

เป็นไปได้ว่า แผนย้ายในรอบนี้จะกระจายหน่วยงานออกไปยังภูมิภาคต่างๆ โดยพิจารณาจากจุดแข็งทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลคาดว่า จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

 

ปัจจุบัน เกาหลีใต้มีหน่วยงานรัฐบาลมากกว่า 50 แห่ง ทั้งกระทรวง สำนักงาน และคณะกรรมาธิการต่างๆ ขณะที่มีองค์กร 342 แห่งที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นสถาบันที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ และยังมีหน่วยงานภาครัฐอีกมากกว่า 180 แห่งที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว

 

แต่ละกระทรวงเกาหลีใต้จะย้ายไปไหนบ้าง?

 

สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นเท่าที่มีการเปิดเผย ยุน โฮจุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงภายในเกาหลีใต้ระบุว่า กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัว จะเริ่มกระบวนการย้ายไปยังเซจงในช่วงครึ่งแรกของปี 2027

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน โดยก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้มีกฎหมายพิเศษที่กำหนดให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงรวมชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม และกระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัว ได้รับการยกเว้นจากการย้ายไปเซจง

 

ปัจจุบัน กระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงเพียงแห่งเดียวที่ยังตั้งอยู่ในศูนย์ราชการเมืองควาชอน จังหวัดคยองกี ขณะที่รัฐบาลได้ย้ายกระทรวงมหาสมุทรและประมงจากนครเซจงไปยังนครปูซานในต้นปี 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนผลักดันให้ปูซานเป็นศูนย์กลางด้านการเดินเรือและอุตสาหกรรมทางทะเล

 

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ รัฐบาลจะพิจารณาการย้ายอีกครั้ง โดยขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของสำนักงานประธานาธิบดีแห่งใหม่ และการก่อสร้างอาคารรัฐสภาในเซจง

 

นอกจากนี้ รัฐบาลระบุว่า สำนักงานใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานอัยการจะย้ายตามไปยังนครเซจง หลังการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่แล้วเสร็จ

 

กระจายอำนาจให้มากขึ้น ลดการผูกขาดอำนาจที่โซล

 

อนึ่ง เบื้องหลังแผนย้ายหน่วยงานรัฐครั้งใหญ่ของเกาหลีใต้ คือ ปัญหาความเจริญที่กระจุกตัวอยู่ในเขตมหานครโซล โดยฮันระบุว่า ประเทศกำลังเผชิญกับการกระจุกตัวของประชากร เงินทุน บริษัท และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภูมิภาคอื่นของประเทศต้องเจอกับปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลง

 

นโยบายดังกล่าวถือเป็นยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีอี ซึ่งวางแผนสร้างการเติบโตในภูมิภาคอย่างสมดุล โดยมองว่า การย้ายหน่วยงานรัฐออกจากโซลไม่ควรจบเพียงแค่การย้ายสำนักงานหรือข้าราชการ แต่ต้องช่วยดึงธุรกิจ การลงทุน และการจ้างงานออกไปยังภูมิภาคอื่นด้วย

 

ขณะที่นครเซจงจะมีบทบาทแตกต่างออกไป เพราะรัฐบาลต้องการผลักดันให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศ โดยรวบรวมหน่วยงานรัฐบาลกลาง กระทรวง สำนักงานประธานาธิบดี และในอนาคตรวมถึงการทำงานบางส่วนของรัฐสภาเอาไว้ในพื้นที่เดียวกันมากขึ้น

 

เซจง เมืองหลวงด้านการบริหารแห่งใหม่?

 

แนวคิดย้ายศูนย์กลางการบริหารออกจากกรุงโซลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเกาหลีใต้ หากย้อนกลับไป นครเซจงถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2012 เพื่อช่วยลดความแออัดและการกระจุกตัวของหน่วยงานรัฐบาลในกรุงโซล ก่อนที่รัฐบาลจะทยอยย้ายกระทรวงและหน่วยงานส่วนกลางเข้าไปตั้งสำนักงานในเมืองแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม เซจงยังไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของเกาหลีใต้ได้อย่างเต็มรูปแบบ หลังในปี 2004 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้กฎหมายพิเศษที่มุ่งย้ายเมืองหลวงออกจากโซลเป็นโมฆะ โดยให้เหตุผลว่า สถานะของกรุงโซลในฐานะเมืองหลวงมีรากฐานอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า ‘รัฐธรรมนูญจารีตประเพณี’ (Customary Constitution) ของประเทศ

 

คำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้การย้ายเมืองหลวงของเกาหลีใต้ผูกโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตรง เนื่องศาลมองว่า สถานะของโซลเทียบเท่ากับบทบัญญัติที่ถูกระบุในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น หากต้องการเปลี่ยนเมืองหลวง ก็ต้องดำเนินการผ่านกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการลงประชามติตามขั้นตอนที่กำหนด

 

ข้อจำกัดนี้ยังเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลประธานาธิบดีอี ซึ่งเคยประกาศนโยบายสร้างสำนักงานประธานาธิบดีในเซจงในเดือนเมษายน 2025 ระหว่างการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคประชาธิปไตยเกาหลีใต้ ก่อนนำไปบรรจุเป็นหนึ่งในคำมั่นสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดี

 

นั่นหมายความว่า แผนสร้างสำนักงานประธานาธิบดีในเซจงขณะนี้ จึงอยู่ในรูปของ ‘สำนักงานประธานาธิบดีแห่งที่ 2’ มากกว่าการย้ายศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองออกจากกรุงโซลอย่างเป็นทางการ

 

อนึ่ง The Korea Times ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่า หากสำนักงานประธานาธิบดีในเซจงสร้างเสร็จแล้ว จะเข้ามาแทนที่ ‘ชองวาแด’ (Cheong Wa Dae) หรือ ‘ทำเนียบฟ้า’ (Blue House) ซึ่งเป็นสำนักงานประธานาธิบดีในกรุงโซลอย่างเต็มรูปแบบ หรือประธานาธิบดีจะใช้สำนักงานทั้งสองแห่งควบคู่กันไป

 

เบื้องต้น รัฐบาลวางแผนให้สำนักงานประธานาธิบดีในเซจงเป็นสถานที่ทำงานหลักของประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม หากต้องการย้ายสำนักงานประธานาธิบดีออกจากกรุงโซลอย่างเต็มรูปแบบ และลดบทบาทของชองวาแดลง ก็ยังจำเป็นต้องสร้างฉันทามติในสังคม รวมถึงอาจต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพิ่มเติม

 

แฟ้มภาพปี 2025: Kim Hong-Ji / Reuters

 

อ้างอิง:

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising