สำหรับบทความฉบับนี้ ขอกล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจร้านอาหาร เพราะสังคมไทยธุรกิจร้านอาหารยังคงเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทย
ประเด็นสำคัญ
ความนิยมในการรับประทานอาหารนอกบ้าน การท่องเที่ยว และการเติบโตของช่องทางดิจิทัล ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตอย่างต่อเนื่อง และนับว่าเป็นหนึ่งในช่องทางการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาหลายท่านคงได้ทราบข่าวเกี่ยวกับการยื่นขอเปิดประกอบธุรกิจร้านอาหารผิดประเภท อาทิ การยื่นขอประเภทร้านอาหาร แต่กลับเปิดบริการในรูปแบบสถานบันเทิง ดังนั้น หากจะเปิดดำเนินธุรกิจร้านอาหาร จุดเริ่มต้นคือ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายและใบอนุญาตที่กำหนดสำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย
ภาพรวมข้อกฎหมายสำคัญสำหรับร้านอาหาร ร้านที่จำหน่ายสุรา และกิจการที่มีความบันเทิง สำหรับเงื่อนไขการเปิดร้านอาหารในประเทศไทยไม่ได้มีใบอนุญาตเพียงฉบับเดียว แต่ต้องพิจารณาตามขนาดพื้นที่ ลักษณะอาคาร และรูปแบบการให้บริการ โดยใบอนุญาตหลักของร้านอาหารทั่วไปอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ขณะที่ร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีลักษณะเป็นสถานบริการ จะมีกฎหมายเฉพาะเพิ่มเติมเข้ามาควบคุม1
1. อาคารและการใช้ประโยชน์ที่ดินต้องถูกต้องก่อนลงทุนเปิดร้าน
ก่อนก่อสร้างหรือตกแต่งร้าน ควรตรวจสอบว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินสอดคล้องกับกฎหมายผังเมือง และอาคารที่จะใช้ประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หากมีการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารในลักษณะที่กฎหมายกำหนด ต้องดำเนินการขออนุญาตหรือรับรองให้ถูกต้องตามกรณี
ทั้งนี้ “ใบอนุญาตเปิดใช้อาคาร (“อ.6”) ไม่ใช่ใบอนุญาตที่ทุกร้านอาหารต้องขอใหม่เสมอไป และอาจไม่ใช่ใบอนุญาตเพียงใบเดียวที่ต้องใช้ สิ่งสำคัญคืออาคารและการใช้อาคารต้องชอบด้วยกฎหมายก่อนประกอบกิจการ3
2. ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้ง “สถานที่จำหน่ายอาหาร”
มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุขกำหนดเกณฑ์ตามขนาดพื้นที่อย่างชัดเจน คือ หากสถานที่จำหน่ายอาหารมี พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร ต้องได้รับ ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น แต่หากมี พื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและได้รับ หนังสือรับรองการแจ้ง ก่อนเปิดดำเนินการ สำหรับกรุงเทพมหานครยื่นต่อสำนักงานเขตหรือผ่านช่องทางที่ กทม. กำหนด ส่วนต่างจังหวัดยื่นต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ เช่น เทศบาลหรือ อบต.1
นอกจากการได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองแล้ว สถานที่ยังต้องเป็นไปตามหลักสุขลักษณะ เช่น ความสะอาด การจัดการขยะและน้ำเสีย การปรุงและเก็บอาหาร ภาชนะอุปกรณ์ น้ำใช้ และสุขลักษณะส่วนบุคคล รวมถึงผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารต้องผ่านการอบรมหลักสูตรสุขาภิบาลอาหารตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด2
3. หากขายเบียร์ ไวน์ หรือสุรา ต้องมีใบอนุญาตขายสุรา
ร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องขอ ใบอนุญาตขายสุรา ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยยื่นต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่/สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรมสรรพสามิตกำหนด4 ขณะเดียวกันยังต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีพระราชบัญญัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งควบคุมเรื่องการขาย การโฆษณา การส่งเสริมการขาย และข้อจำกัดอื่นตามกฎหมาย5
4. ผับ บาร์ หรือร้านที่มีความบันเทิง อาจต้องมีใบอนุญาตเพิ่มเติม
หากรูปแบบกิจการเข้าลักษณะ “สถานบริการ” ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จะต้องได้รับ ใบอนุญาตตั้งสถานบริการ จากพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องพิจารณาข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ตั้งและเงื่อนไขของสถานบริการด้วย การเป็นร้านอาหารหรือการขายสุราเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ร้านเป็นสถานบริการโดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาจากลักษณะกิจการจริงตามนิยามกฎหมาย6 นอกจากนี้ ในบางท้องถิ่นอาจมีกฎเฉพาะเพิ่มเติม เช่น กรุงเทพมหานครกำหนดกิจการจัดให้มีการแสดงดนตรี เต้นรำ ดิสโกเทก หรือคาราโอเกะเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงควรตรวจสอบใบอนุญาตท้องถิ่นเพิ่มเติมก่อนดำเนินกิจการ7
บทสรุปสุดท้าย ร้านอาหารทั่วไปต้องมีใบอนุญาต/หนังสือรับรองการแจ้งสถานที่จำหน่ายอาหารและใช้อาคารอย่างถูกต้อง หากขายแอลกอฮอล์ให้เพิ่มใบอนุญาตขายสุราและหากมีรูปแบบความบันเทิงจนเข้าข่ายสถานบริการหรือกิจการที่ท้องถิ่นควบคุม ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติมตามลักษณะกิจการ โดยเจ้าพนักงานของรัฐจะประเมินจากลักษณะของกิจการ อาทิ รายได้หลักมาจากอาหาร หรือไม่ การดำเนินการมุ่งการดื่มและความบันเทิงหรือไม่ มีการแสดงดนตรี ดีเจ หรือมีการใช้แสงสีเสียงอย่างไร เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ในมิติของการลงทุนผ่านกองทุนรวม หรือกองทรัสต์ ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ นอกเหนือจากการเข้าตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐแล้ว กองทุนรวม หรือกองทรัสต์ ผู้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว ในการกลั่นกรองและช่วยดูแลให้การใช้พื้นที่ที่กองทุน/ทรัสต์ เข้าลงทุน ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ ผู้เช่าพื้นที่จะต้องแสดงใบอนุญาตที่ใช้ประกอบการ ต้องดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงผู้ให้เช่าสามารถขอตรวจสอบการใช้พื้นที่ได้อีกด้วย
ภาพ: Sean Pavone / Shutterstock
อ้างอิง:
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข — พ.ร.บ.การสาธารณสุข มาตรา 38 และเกณฑ์พื้นที่ 200 ตร.ม.
- กรมอนามัย — กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 และการอบรมผู้สัมผัสอาหาร
- กรุงเทพมหานคร – คู่มือการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร (ตรวจผังเมืองและกฎหมายอาคาร)
- กรมสรรพสามิต – การขออนุญาตขายสุรา (สำหรับรายใหม่) และกฎกระทรวงการอนุญาตขายสุรา พ.ศ. 2560
- กรมควบคุมโรค – พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
- กรมการปกครอง – สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509
- กรุงเทพมหานคร – ข้อบัญญัติ/ระเบียบเกี่ยวกับกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทการแสดงดนตรีและคาราโอเกะ

