×

KMITL ชู ‘Farming the Future 2026’ พลิกครัวโลก สู่เกษตร-อาหารยั่งยืนด้วย One Health

โดย THE STANDARD TEAM
07.08.2026
  • LOADING...
ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล.

วานนี้ (6 สิงหาคม) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เปิดตัวความร่วมมือ ‘Farming Future, Together’ ภายในงาน Farming The Future With KMITL Forum 2026 ณ KMITL Lifelong Learning Center (KLLC)

 

 

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสร้าง ‘ระบบนิเวศนวัตกรรมเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน’ เพื่อเชื่อมองค์ความรู้และงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้งานจริง ตั้งแต่แปลงเกษตร การแปรรูป ไปจนถึงตลาด พร้อมลดข้อจำกัดของภาคเกษตรไทยที่ต้องเผชิญทั้งความผันผวนของสภาพอากาศ ต้นทุนการผลิต และความเสี่ยงที่เกษตรกรควบคุมได้ยาก

 

ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 1

 

โครงการจะนำความเชี่ยวชาญเฉพาะพื้นที่ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยมาผสานกับองค์ความรู้ระดับสากล รวมถึง Wageningen University & Research ของเนเธอร์แลนด์ ตลอดจนเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ ระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (Digital Traceability) เศรษฐกิจหมุนเวียน และนวัตกรรมอาหาร ภายใต้แนวคิด ‘สุขภาพหนึ่งเดียว’ หรือ One Health ซึ่งเชื่อมโยงสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน

 

เป้าหมายระยะยาวคือการยกระดับประเทศไทยจากฐานการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตร ไปสู่การเป็น ‘แพลตฟอร์มนวัตกรรมเกษตรเขตร้อน’ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่อาหาร

 

จากงานวิจัยบนชั้นหนังสือ สู่แปลงเกษตรจริง

 

ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 2

 

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่การขาดองค์ความรู้ แต่เป็นการขาด ‘ระบบ’ ที่สามารถเชื่อมโยงและจัดการความรู้เหล่านั้นตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร

 

การเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรจึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในไร่นา แต่ต้องเชื่อมมหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาคเข้ามาเป็นหุ้นส่วน และนำองค์ความรู้เฉพาะพื้นที่มาทดลองผ่าน Living Lab ในสภาพแวดล้อมจริง

 

“งานวิจัยต่อจากนี้จะไม่จบลงบนชั้นหนังสือ แต่จะเดินทางไปถึงแปลงเกษตร โรงงานแปรรูป และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร”

 

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ระบุว่า กระทรวง อว. พร้อมทำหน้าที่เป็นข้อต่อเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันประเทศไทยจากผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตร ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมเกษตรเขตร้อนที่ต่างประเทศสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ได้

 

เนเธอร์แลนด์ชูความร่วมมือ รัฐ-วิชาการ-เอกชน

 

ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 3

 

ด้าน Gijs Theunissen อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ทั้งภายในประเทศและในระดับนานาชาติ

 

หัวใจสำคัญคือการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านนวัตกรรมมาพัฒนาระบบเกษตรที่คำนึงถึงสุขภาวะของเกษตรกร ผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม รวมถึงพืชและสัตว์ตลอดห่วงโซ่มูลค่า ซึ่งทุกส่วนเชื่อมโยงกันและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือเพื่อสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

จาก Smart Farm ถึง Future Food

 

ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 4

 

ขณะที่ ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย มองว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นโอกาสในการนำองค์ความรู้ระดับโลกมาประสานกับศักยภาพของภาคเกษตรไทย โดยเชื่อมเทคโนโลยี งานวิจัย และตลาดตั้งแต่ Smart Farm ไปจนถึง Future Food

 

เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรและอาหารไทย ให้สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ รสชาติ และคุณค่าที่ผู้บริโภคในตลาดโลกให้ความสำคัญมากขึ้น

 

สจล. ชูโมเดล ‘ชุมชนแห่งความร่วมมือ

 

ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ จาก สจล. ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ กล่าวว่า Farming Future, Together ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าโครงการระยะสั้น แต่เป็น ‘ชุมชนแห่งความร่วมมือ’ สำหรับสร้างระบบนิเวศเกษตรและอาหารแห่งอนาคตของประเทศไทย

 

แนวทางดังกล่าวจะเชื่อมเกษตรแม่นยำ เศรษฐกิจหมุนเวียน ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และนวัตกรรมอาหารเข้าด้วยกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงโต๊ะอาหาร

 

ผศ.ดร.รัชนีระบุว่า ไม่มีมหาวิทยาลัยหรือสถาบันใดสามารถมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมห่วงโซ่เกษตรและอาหารทั้งหมดได้เพียงลำพัง แต่หากนำความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและองค์ความรู้เฉพาะพื้นที่ของแต่ละมหาวิทยาลัยมาประกอบเข้าด้วยกัน จะสามารถสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกันในระดับประเทศได้

 

ความร่วมมือ Farming Future, Together จึงมีโจทย์สำคัญมากกว่าการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่คือการสร้างกลไกที่ทำให้งานวิจัย เทคโนโลยี ภาคการผลิต และตลาดสามารถเชื่อมต่อกันได้จริง เพื่อยกระดับภาคเกษตรและอาหารไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้างความสามารถในการแข่งขันภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของระบบอาหารโลก

 

ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 5ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 6ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 7ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 8ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 9ภาพผู้บริหารและผู้ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Farming Future, Together ณ สจล. 10

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising