×

ผลักภาระให้ลูกค้า? Apple ประกาศขึ้นราคา Mac-iPad ทั่วโลก แพงขึ้นสูงสุด 25% เซ่นพิษต้นทุนชิปความจำพุ่ง 4 เท่า

26.06.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงการปรับขึ้นราคา Mac และ iPad ของ Apple ทั่วโลก

แฟนๆ Apple เตรียมควักกระเป๋าจ่ายแพงขึ้น เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีประกาศปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์หลายรายการทั้ง Mac, iPad, อุปกรณ์สมาร์ทโฮม และ Vision Pro ทั่วโลก เพื่อรับมือกับต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

 

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของ Apple ที่มีการขยับราคาอุปกรณ์หลายกลุ่มพร้อมกันในคราวเดียว ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Mac ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 15% – 20% ขณะที่กลุ่ม iPad ขยับขึ้น 15% – 25%

 

สำหรับราคาในประเทศไทย MacBook Neo รุ่น 256GB ได้ปรับขึ้นจาก 19,900 บาท เพิ่มเป็น 24,900 บาท, MacBook Air M5 รุ่น 13 นิ้ว จาก 36,900 บาท เป็น 44,900 บาท , MacBook Pro ชิป M5 รุ่น 14 นิ้ว จาก 56,900 เป็น 69,900 บาท , iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi เป็น 42,900 บาท และ iPad Air ชิป M4 รุ่น 11 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 21,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi เป็น 27,900 บาท เป็นต้น (THE STANDARD WEALTH เทียบราคากับช่วงเปิดตัวกับล่าสุด ณ วันที่ 25 มิ.ย. หลังปรับราคาใหม่)

 

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า แม้ปัจจุบัน Apple จะยังไม่ได้ประกาศปรับขึ้นราคา iPhone และอุปกรณ์สวมใส่อย่าง Apple Watch รวมถึง AirPods แต่บริษัทได้ส่งสัญญาณว่าอาจมีการ ‘ปรับราคาเพิ่มเติม’ ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกในอนาคต

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

กระแส AI ดันต้นทุนชิปพุ่งกระฉูด

 

“อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” โฆษกของ Apple กล่าวในแถลงการณ์ “การขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล AI ทำให้เกิดความต้องการหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ เราไม่เคยเห็นราคาชิ้นส่วนพุ่งขึ้นมากและรวดเร็วขนาดนี้มาก่อน”

 

Apple ระบุเพิ่มเติมว่า “เราได้ปกป้องลูกค้าจากการปรับขึ้นราคามาโดยตลอด แต่ตอนนี้เรามาถึงจุดที่จำเป็นต้องเริ่มปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์บางรายการ” พร้อมยอมรับว่านี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับผู้บริโภค และบริษัทกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อหาทางออก

 

ก่อนหน้านี้ ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ได้ให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า การขยับราคาหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจากความต้องการใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ผลักดันให้ต้นทุนชิ้นส่วนพุ่งสูงขึ้น เขาเปรียบสถานการณ์นี้ว่ารุนแรงในระดับ ‘เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบร้อยปี’ ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีในวงการ

 

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย TechInsights และ Counterpoint Research สอดคล้องกันว่า ราคาชิปหน่วยความจำหลักอย่าง DRAM และชิปจัดเก็บข้อมูล NAND พุ่งสูงขึ้นถึง 4 เท่าตัวในช่วง 9 เดือนถึง 1 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากซัพพลายเออร์หันไปเร่งผลิตชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI มากขึ้น

 

จับตากลยุทธ์ดันราคาสินค้ารุ่นใหม่

 

แม้ว่าราคาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Mac และ iPad จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องจับตามองคือทิศทางราคาของ iPhone รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ โดยเฉพาะรุ่นเรือธงอย่าง iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max รวมถึงสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของค่าย

 

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่า Apple จะปรับขึ้นราคา iPhone อย่างแน่นอน โดยจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มสินค้ารุ่น Pro ซึ่งผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่า การขยับราคาเพียง 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,236 บาท) ก็เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ถึง 78% แล้ว

 

ก่อนหน้านี้มีรายงานจาก The Wall Street Journal ประเมินว่า หากรวมต้นทุนชิปที่สูงขึ้นและระบบกล้องใหม่ที่คาดว่าจะแพงขึ้นด้วย ราคา iPhone 18 Pro รุ่นเริ่มต้นอาจขยับขึ้นไปแตะ 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 45,800 บาท) หรือมากกว่านั้น

 

ในขณะเดียวกัน Tarun Pathak ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยจาก Counterpoint Research ประเมินว่าต้นทุนชิ้นส่วนที่แพงขึ้นอาจทำให้ Apple มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,472 บาท) ต่อ iPhone หนึ่งเครื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาขายขยับขึ้น 150 ถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,854 – 6,472 บาท) ในแต่ละรุ่น โดยเน้นไปที่รุ่นที่มีความจุสูงเป็นหลัก

 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการผลักดันฟีเจอร์ Apple Intelligence ที่จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำเครื่องที่สูงขึ้น IDC คาดว่า iPhone รุ่นใหม่ทั้งหมดจะต้องขยับไปใช้ RAM ขนาด 12GB เพื่อรองรับฟีเจอร์ AI และ Siri รูปแบบใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

การอัปเกรดฮาร์ดแวร์เพื่อรองรับ AI จึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ Apple สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการขยับราคาอุปกรณ์ให้สูงขึ้น แทนที่จะอ้างอิงแค่เรื่องต้นทุนชิ้นส่วนเพียงอย่างเดียว ซึ่ง IDC มองว่าราคาขายเฉลี่ยของ Apple อาจเพิ่มขึ้น 12% ในปีนี้ ด้วยอานิสงส์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงขึ้น และการเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับที่คาดว่าจะมีราคาทะลุ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 64,720 บาท)

 

สถานการณ์วิกฤตชิปหน่วยความจำขาดแคลนและมีราคาแพงนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับ จอห์น เทอร์นัส ที่เตรียมก้าวขึ้นมารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ต่อจาก ทิม คุก ในวันที่ 1 กันยายนนี้ ว่าจะนำพา Apple ฝ่าฟันความท้าทายนี้ไปได้อย่างไรในอนาคต

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.41 บาท ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2569

 

ภาพ: agustin.photo / Shutterstock

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising