×

WEF 2026 เตือน! โลกเสี่ยงเผชิญภาวะ ‘เทคโนโลยีล้น ตลาดขาดแคลน’ ชี้ช่องโหว่ Deep Tech ขยายตัวยาก หากไร้โครงสร้างพื้นฐานรองรับ

24.06.2026
ภาพกราฟิกแสดงคำว่า Deep Tech และข้อความ 'ล้ำยุค แต่อาจไร้ตลาด' สรุปบทเรียนจาก WEF 2026

ในการประชุม Annual Meeting of the New Champions 2026 หรือที่รู้จักกันในนาม Summer Davos 2026 ณ เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน หนึ่งในเซสชันที่ถูกจับตามองและเป็นหัวข้อท้าทายที่สุดของปีนี้คือ ‘Deep Tech, Shallow Markets’ ซึ่งตั้งคำถามสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ว่า “ในวันที่เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ทำไมการนำมาปรับใช้และสร้างมูลค่าจริงในตลาดกลับยังอยู่ในวงจำกัด”

 

 
 

โดยในการเสวนารอบนี้ มีวิทยากรชั้นนำระดับโลกมาร่วมขบคิด นำโดย:

 

  • Zhu Min อดีตรองกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
  • Jonathan Zhu หุ้นส่วนและประธานประจำประเทศจีนของ Bain Capital
  • Anulika Ajufo ผู้อำนวยการบริหารจาก HarbourVest Partners
  • Brandon Barbello ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO ของ Archetype AI
  • Eleanor Olcott ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีจีนจาก Financial Times (ผู้ดำเนินรายการ)

 

THE STANDARD WEALTH สรุปประเด็นสำคัญและมุมมองจากเหล่าผู้นำทางความคิดและนักลงทุนระดับโลกในเซสชันนี้ เพื่อฉายภาพให้เห็นถึง ‘ช่องว่าง’ ขนาดใหญ่ระหว่างนวัตกรรมแห่งอนาคตและตลาดในโลกความเป็นจริง

 

ความคาดหวังสูง แต่ ‘ตลาด’ ยังตามไม่ทัน

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีอย่างระบบการตรวจจับควอนตัม (Quantum Sensing) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักในปัจจุบันคือสภาวะที่เรียกว่า ‘Shallow Markets’ หรือตลาดที่ยังขาดความลึกและความพร้อม ทั้งในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบข้อบังคับ และโมเดลธุรกิจที่จับต้องได้ ส่งผลให้ Deep Tech จำนวนมากยังติดอยู่เพียงในขั้น ‘ความหวัง’ หรือเป็นเพียงโครงการต้นแบบในห้องแล็บ แต่ยังไม่สามารถ Scale-up ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างได้

 

จากการเสวนา สามารถสรุปปัจจัยสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่าน Deep Tech จาก ‘ห้องแล็บ’ สู่ ‘ตลาดจริง’ ได้ใน 3 มิติหลัก:

 

  • 1. การเปลี่ยนผ่านของเงินทุน

 

Deep Tech แตกต่างจากเทคโนโลยีซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มทั่วไปตรงที่ต้องใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนายาวนาน นักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับมุมมองจากการหวังผลกำไรระยะสั้น มาเป็นการลงทุนระยะยาวที่พร้อมอดทนรอความสำเร็จ เพื่อให้สตาร์ตอัปด้าน Deep Tech มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในช่วงที่เทคโนโลยียังไม่ทำเงิน

 

  • 2. การเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจจริง

 

การจะทำให้ตลาด ‘ลึก’ ขึ้น เทคโนโลยีขั้นสูงจะต้องไม่แยกตัวโดดเดี่ยว แต่ต้องเข้าไปแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น ภาคการผลิต พลังงาน การแพทย์ หรือการเกษตร

 

ตัวอย่างเช่น การนำ AI ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต หรือการใช้ควอนตัมเซนเซอร์ในอุตสาหกรรมสำรวจทรัพยากร ซึ่งจะช่วยสร้างดีมานด์ในตลาดจริงได้อย่างถาวร

 

  • 3. ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบ

 

ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกแยกส่วน การกำหนดมาตรฐานและความร่วมมือระหว่างประเทศกลายเป็นสิ่งจำเป็น หากตลาดโลกถูกแบ่งแยก การเข้าถึงตลาดที่มีขนาดใหญ่พอก็จะทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ Deep Tech ไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่

 

การเสวนาในหัวข้อ Deep Tech, Shallow Markets ในงาน Summer Davos 2026 ย้ำเตือนให้คนในแวดวงธุรกิจและนโยบายตระหนักว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีแห่งอนาคตไม่ได้วัดกันที่ความล้ำสมัยของนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่วัดที่ ‘ความสามารถในการสร้างระบบนิเวศตลาด’ ที่พร้อมรองรับและขับเคลื่อนเทคโนโลยีเหล่านั้นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

 

หลังจากนี้ ความสนใจจะมุ่งไปที่กลุ่มทุน Venture Capital และรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจ ว่าจะร่วมมือกันสร้างสะพานเชื่อมโยง Deep Tech ให้ก้าวข้ามผ่าน ‘หุบเขาแห่งความตาย’ (Valley of Death) ไปสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่งได้อย่างไร

 

อ้างอิง:

 


READ MORE





Latest Stories