×

Wealth Expert: เจาะลึกเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง และแผนใหม่ของ Fed ที่นักลงทุนต้องรู้

29.06.2026
  • LOADING...
กราฟเงินเฟ้อ สหรัฐฯ พุ่งสูง และโลโก้ Fed สื่อถึงการปรับนโยบายทางการเงิน

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง ไม่เพียงแต่สร้างแรงกระเพื่อมต่อความมั่นคงโลก แต่ยังได้ส่งผ่านผลกระทบโดยตรงมายังค่าครองชีพของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตรารวดเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มของนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รวมไปถึงกลยุทธ์การลงทุนต่อจากนี้

 

ในบทความนี้ UOB Privilege Banking จะพาไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังตัวเลขเงินเฟ้อที่กำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง พร้อมคาดการณ์แผนรับมือของ Fed ภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่อย่าง Kevin Warsh

 

เจาะลึกเงินเฟ้อสหรัฐฯ เมื่อราคาน้ำมันดันต้นทุนพุ่งสูง

 

ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนและพฤษภาคมพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 3.8% และ 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) เงินเฟ้อได้กลับไปยืนเหนือระดับ 4% และถือเป็นระดับที่สูงที่สุด ในรอบ 3 ปี โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางภาวะสงครามในอิหร่าน

 

การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยคิดเป็นมากกว่า 60% ของการเพิ่มขึ้นของ CPI รายเดือน เมื่อเทียบกับปีก่อน ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 23.5% ขณะที่หมวดอาหารเพิ่มขึ้น 3.1% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากภาวะอุปทานด้านพลังงานที่หยุดชะงัก (Supply shock) ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างชัดเจน

 

 

นอกจากนี้ สัญญาณเตือนล่วงหน้าที่สำคัญยังมาจากตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งค้าส่งหรือดัชนีราคาผู้ผลิต (Headline PPI) ที่เซอร์ไพรส์ตลาดด้วยการพุ่งแรงถึง 6.5% YoY ในเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ตัวเลขนี้สะท้อนชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น กำลังถูกส่งผ่านไปยังภาคส่วนต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นความเสี่ยงที่จะกดดันให้เงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคทรงตัวในระดับสูงต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ความคาดหวังต่อเงินเฟ้อระยะยาว 10 ปี (10-year inflation expectations) ของสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับ 2.47% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2007 อิงจากข้อมูลของ Federal Reserve Bank of Cleveland

 
 

Dot Plot ใหม่ของ Fed เพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

 

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติเอกฉันท์ 12-0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนมิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

 

รายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 รายจากทั้งหมด 18 ราย คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2026 เทียบกับการประชุมรอบเดือนมีนาคมที่ส่งสัญญาณว่าไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

 

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช คือ การส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินที่ลดลง โดยแถลงการณ์หลังการประชุมสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีความยาวมากกว่า 300 คำ เหลือเพียงประมาณ 130 คำ

 

สะท้อนแนวคิดของเควิน วอร์ช ที่เคยวิจารณ์ว่า การสื่อสารแนวโน้มดอกเบี้ยมากเกินไปอาจจำกัดความยืดหยุ่นของธนาคารกลาง และทำให้ตลาดยึดติดกับคำพูดของ เฟดมากกว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  แต่การลดการสื่อสารนี้ ทำให้นักลงทุนต้องตีความข้อมูลเศรษฐกิจมากขึ้น และอาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงิน

 

การสื่อสารในฐานะประธานเฟดครั้งแรกของเควิน วอร์ช ยังมีท่าทีที่ระมัดระวัง และแม้จะมีแนวโน้มไปในทางการใช้ขโยบายที่เข้มงวดขึ้นเล็กน้อย (slightly hawkish) แต่ก็ยังไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน

 

เควิน วอร์ชได้จัดตั้ง 5 คณะทำงานเฉพาะกิจที่จะเข้ามาดูแลด้านการสื่อสาร, งบดุลของเฟด, การพึ่งพาแหล่งข้อมูล, ผลิตภาพและการจ้างงาน และผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ตลอดจน กรอบการทำงานด้านเงินเฟ้อของเฟด  UOB มองว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็นการ “ซื้อเวลา” ให้คณะ FOMC ได้มีเวลาทบทวนและตัดสินใจการใช้นโยบายการเงินในอนาคต

และจาก Dot Plot ล่าสุดที่เสียงแตกยังมีกรรมการ 8 ท่านที่มีมุมมองให้คงดอกเบี้ยในปีนี้ UOB จึงยังคงมุมมองคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐฯว่า เฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ตลอดปี 2026 นี้ และเมื่อเงินเฟ้อชั่วคราวที่พุ่งสูงเริ่มผ่อนคลาย เฟดจะเริ่มกลับมาลดดอกเบี้ยในปี 2027 จำนวน 2 ครั้งในช่วงปลายไตรมาส 2 และ 4  แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้ เรายังคงตระหนักถึงความเสี่ยงขาขึ้นของดอกเบี้ยด้วย หากเงินเฟ้อเร่งตัวต่อเนื่องและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น

 

 

โอกาสลงทุนซ่อนอยู่ที่ไหน ท่ามกลางดอกเบี้ยที่ค้างสูง?

 
 

ภาวะ Higer for longer กลับมาอีกครั้ง UOB Privilege Banking มองว่าจังหวะนี้คือโอกาสในการปรับพอร์ตและคัดเลือกสินทรัพย์เข้าลงทุน

 

การลงทุนในตราสารหนี้ ในสภาวะที่เฟดคงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น นักลงทุนจะได้รับ yield ในระดับที่สูงยาวนานขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้าง income ให้พอร์ตการลงทุน และตราสารหนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการลดความผันผวน สร้างเสถียรภาพให้พอร์ตในยามที่ตลาดผันผวนด้วย โดย UOB ยังแนะนำลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดี (Investment Grade) เป็นหลัก และปรับลด duration ลงเพื่อลดความผันผวน จาก 5-7 ปี สู่ระดับ 4-5 ปี

 

นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญทั้งการสร้าง income และคุณภาพของตราสาร รวมถึงการปรับพอร์ตให้เหมาะกับสภาวะตลาดในกองทุน K-GDBOND-A(A) ความเสี่ยงระดับ 5 ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund, Class INST USD Acc

 

และยังสามารถเลือกลงทุน Offshore Bond  หุ้นกู้บริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น  AIA Group , Citigroup ,  NVIDIA , Bangkok Bank PCL/Hong Kong หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อล๊อคอัตราผลตอบแทนสม่ำเสมอได้เช่นกัน

 

 

และภายใต้สภาวะการลงทุนที่ตลาดอาจไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดการณ์ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงผันผวนได้รวดเร็วนั้น การลงทุนที่มีผู้ช่วยจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญสูงจะช่วยลดภาระในการดูแลพอร์ตของนักลงทุนลงได้ และเรายังคงแนะนำการจัดพอร์ตกระจายการลงทุนให้หลากหลาย หลีกเลี่ยงการกระจุกตัวในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป ธนาคาร UOB มีกองทุนที่ตอบโจทย์เหล่านี้ นักลงทุนสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวม UIFT  ความเสี่ยงระดับ 5 นโยบายลงทุนในตราสารหนี้ 50% และหุ้น 50%  เป็นกองทุนผสมลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลกที่จะช่วย balanced พอร์ตการลงทุน และสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง คาดหวังผลตอบแทนระยะยาวที่สูงขึ้น สามารถเลือกลงทุนกองทุน UGFT ความเสี่ยงระดับ 6 นโยบายลงทุนในหุ้น 80% และตราสารหนี้ 20% เป็นกองทุนหุ้นโลกที่มีความยืดหยุ่นสูง และสัดส่วนของตราสารหนี้ 20% นั้นเปรียบเหมือนหลุมหลบภัยในยามที่ตลาดผันผวนได้

 

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน 

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories