ในตลาดแรงงานปัจจุบัน อาชีพเชฟส่วนตัว บัตเลอร์ พี่เลี้ยง และผู้จัดการทรัพย์สิน กำลังเป็นที่ต้องการสูงในสหรัฐฯ โดยมีรายได้อยู่ในช่วงหลักแสนถึงหลายแสนดอลลาร์ต่อปี
สอดคล้องกับบริษัทสรรหาบุคลากรนานาชาติ Morgan & Mallet International รายงานว่า กลุ่มครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงในสหรัฐฯ นิยมจ้างเชฟระดับมิชลินสตาร์มาทำอาหารที่บ้าน เพื่อลดความไม่สะดวกและหลีกเลี่ยงการถูกสอดส่องในที่สาธารณะ
ดังนั้น เชฟที่มีชื่อเสียงหรือมีทักษะเฉพาะทางจึงสามารถทำรายได้ระหว่าง 1-3 แสนดอลลาร์ต่อปี (ราว 3.35-10 ล้านบาทต่อปี) และหากเชฟคนนั้นเชี่ยวชาญการปรุงอาหารให้กับผู้แพ้กลูเตนได้ จะได้รับค่าตอบแทนแบบพรีเมียมซึ่งช่วยให้ตั้งราคาค่าจ้างงานสูงขึ้นได้
ขณะเดียวกัน ตำแหน่งที่มีการเติบโตด้านค่าจ้างเร็วที่สุดคือผู้จัดการบ้าน เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่มักครอบครองพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง ดังนั้น ผู้จัดการบ้านที่มีทักษะบริหารทรัพย์สินหลายแห่งในหลายประเทศจึงมีน้อย ทำให้ค่าจ้างตำแหน่งนี้ปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในสหรัฐฯ ค่าจ้างของผู้จัดการบ้านอยู่ระหว่าง 1.5–2.5 แสนดอลลาร์ต่อปี (ราว 5-8 ล้านบาทต่อปี)
นอกจากนี้ รายงานยังพบอีกว่า ในลอสแอนเจลิส ร้อยละ 77 ของตำแหน่งบัตเลอร์ต้องลงนามในข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลและต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียอย่างเข้มงวด ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้ได้กลายเป็นมาตรฐานของงานพนักงานในบ้านไปแล้ว
นอกจากบทบาทดังกล่าว ในอาชีพบัตเลอร์ยุคใหม่ยังถูกมองว่าเป็นผู้บริหารงานภายในบ้านมากกว่าหน้าที่เชิงพิธีการ เพราะพวกเขาต้องรับผิดชอบการจัดการบุคลากร, ระบบเทคโนโลยี, ความปลอดภัย และการประสานงาน ด้วยเหตุนี้ ค่าจ้างของบัตเลอร์จึงสูงขึ้นไปถึงประมาณ 1.8 แสนดอลลาร์ต่อปี (ราว 6 ล้านบาทต่อปี)
ในช่วงเวลาเดียวกัน อาชีพผู้ช่วยส่วนตัวและผู้ช่วยบริหารก็เป็นตำแหน่งที่นายจ้างต้องการมากที่สุด โดยอัตราค่าจ้างอาจสูงถึง 2.5 แสนดอลลาร์ต่อปี อย่างไรก็ดี ตำแหน่งเหล่านี้ต้องการทักษะด้านการรักษาความเป็นส่วนตัว ตามด้วยความรอบคอบ และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่มีทักษะพิเศษก็เป็นที่ต้องการเช่นกัน โดยเฉพาะพี่เลี้ยงที่สื่อสารได้ 3 ภาษาและมีประสบการณ์ดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษก็กำลังได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะพี่เลี้ยงที่ต้องเดินทางตามครอบครัวผู้ว่าจ้างจะได้รับค่าตอบแทนสูง ซึ่งอัตราค่าจ้างอาจสูงถึง 1.63 แสนดอลลาร์ต่อปี (ราว 6 ล้านบาทต่อปี)
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันแย่งชิงบุคลากรได้ผลักดันให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นและทำให้อัตราการโยกย้ายงานสูงขึ้นด้วย กล่าวคือ ในอดีตพนักงานในบ้านมักทำงานกับนายจ้างเดียวเป็นเวลาหลายปี แต่ปัจจุบัน อายุการทำงานเฉลี่ยต่อนายจ้างลดเหลือประมาณ 3 ปี สาเหตุหนึ่งมาจากครอบครัวร่ำรวยย้ายถิ่นฐานบ่อยและมีที่พักหลายแห่ง จึงต้องการพนักงานที่สามารถเดินทางได้และมีหนังสือเดินทางจากประเทศตะวันตก ซึ่งในตลาดก็ยังขาดแคลนอยู่
ถึงอย่างไรแล้ว ผู้ว่าจ้างยังให้ความสำคัญกับคุณสมบัติด้านการรักษาความลับ ความน่าเชื่อถือ ความยืดหยุ่น และทักษะการจัดการผู้คนมากขึ้น ขณะที่ตำแหน่งระดับสูงอย่าง estate manager ซึ่งต้องดูแลหลายทรัพย์สินข้ามประเทศ ก็ยังคงเป็นกลุ่มที่หายากและตำแหน่งนี้ยังได้รับค่าตอบแทนสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
หมายเหตุ:อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงตามวันที่ 14 ก.ค. 2569
ภาพ: Meesiri / Shutterstock
อ้างอิง:

