แคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กลงนามคำสั่งผู้บริหาร (Executive Order) ประกาศระงับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่เป็นเวลา 1 ปี เมื่อวานนี้ (14 กรกฎาคม) โดยคำสั่งนี้จะบังคับใช้กับ Data Center ระดับ ‘ไฮเปอร์สเกล’ ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ 50 เมกะวัตต์ขึ้นไป
ในระหว่างช่วงเวลาการระงับนี้ รัฐจะไม่ออกใบอนุญาตใหม่ และจะเร่งพัฒนามาตรฐานเพื่อควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ความต้องการพลังงาน และการใช้น้ำ โดยการระงับนี้จะถูกยกเลิกก็ต่อเมื่อรัฐสามารถกำหนดนโยบายและมาตรฐานที่ชัดเจนได้สำเร็จ นอกจากนี้ ผู้ว่าการรัฐยังเสนอให้ยกเลิกการยกเว้นภาษีการขายสำหรับ Data Center ขนาดใหญ่อีกด้วย
Data Center คืออะไร?
ศูนย์ข้อมูล (Data Center) คือคลังเซิร์ฟเวอร์ (Server Warehouses) ขนาดใหญ่ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนและประมวลผลผลิตภัณฑ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
สถานที่เหล่านี้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงมาก (Resource-Intensive) โดยเฉพาะการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำจำนวนมหาศาล โดยไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังพยายามผลักดัน Data Center เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI และดึงดูดการลงทุนทางเศรษฐกิจจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาค
ทำไม ‘นิวยอร์ก’ ถึงเป็นรัฐแรกที่ตัดสินใจระงับการสร้างโครงการนี้?
รัฐนิวยอร์กมองว่า การสั่งระงับโครงการดังกล่าว มีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้ค่าไฟของประชาชนแพงขึ้น ปัจจุบันนิวยอร์กมีค่าไฟฟ้าสำหรับที่พักอาศัยแพงเป็นอันดับ 8 ของประเทศ การขยายตัวของ Data Center ทำให้ความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อโครงข่ายไฟฟ้าและทำให้ค่าสาธารณูปโภคของประชาชนแพงขึ้นตามไปด้วย ผู้ว่าการรัฐจึงต้องการเวลาศึกษา โดยอาจออกข้อกำหนดให้ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นหรือต้องจัดหาพลังงานเอง
นอกจากนี้ รัฐนิวยอร์กยังมองว่า Data Center ขนาดใหญ่ใช้ทรัพยากรสูงมาก และอาจสร้างผลกระทบต่อท้องถิ่น ผู้ว่าการรัฐจึงต้องการใช้เวลา 1 ปีนี้ในการสร้างกรอบนโยบายที่เข้มแข็ง เพื่อปกป้องแหล่งน้ำ ลดมลพิษทางเสียง และลดผลกระทบจากการใช้พื้นที่
โดยนิวยอร์กต้องการให้แน่ใจว่า Data Center ที่จะเกิดขึ้นใหม่นี้ต้องอยู่ภายใต้ ‘มาตรฐานที่สอดคล้องกัน’ และต้องสร้างประโยชน์และการลงทุนกลับคืนสู่ชุมชนท้องถิ่นที่ยินยอมให้ก่อสร้าง
นอกจาก รัฐนิวยอร์กแล้ว หลายรัฐในสหรัฐฯ ก็เริ่มพิจารณามาตรการควบคุม Data Center แล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ รัฐเมน ที่เคยผ่านร่างกฎหมายระงับการก่อสร้าง แต่กลับถูกผู้ว่าการรัฐใช้สิทธิวีโต้ (Veto) ปัดตกไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้นิวยอร์กกลายเป็นรัฐแรกที่บังคับใช้มาตรการนี้ได้สำเร็จ
ท้ายที่สุดแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า Data Center ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง AI ซึ่งมีศักยภาพในการช่วยพลิกฟื้นและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ผ่านการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่และการสร้างงานในพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องยอมรับว่า Data Center เหล่านี้ต้องแลกมาด้วยต้นทุนทางพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล ซึ่งอาจสร้างความตึงเครียดต่อโครงข่ายไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำ รวมถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะทำให้ค่าไฟของประชาชนแพงยิ่งขึ้น
การเดินหน้าผลักดันโครงการระดับนี้จึงจำเป็นต้องมี ‘การศึกษาความเป็นไปได้’ (Feasibility Study) และประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียดและรอบคอบ เพื่อกำหนดกรอบมาตรฐานที่รัดกุม อันจะทำให้มั่นใจได้ว่า การก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนได้อย่างยั่งยืน
แฟ้มภาพ: Eduardo Munoz / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.theguardian.com/us-news/2026/jul/14/new-york-moratorium-ai-datacenters
- https://www.reuters.com/world/new-york-becomes-first-state-impose-data-center-moratorium-2026-07-14/
- https://www.cbsnews.com/newyork/news/new-york-data-center-moratorium-kathy-hochul/


