การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจ ทำให้องค์กรขนาดใหญ่ต้องผนวกการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจ
AIS เป็นหนึ่งในองค์กรที่นำเรื่อง Climate มาเป็นแกนของแผนธุรกิจ ผ่าน Decarbonization Roadmap 4 ด้าน ได้แก่
- Greener Products & Services ปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานของผลิตภัณฑ์และบริการ
- Greener Corporation ยกระดับการดำเนินงานภายในองค์กร
- Greener Supply Chain ทำงานร่วมกับคู่ค้าเพื่อลดคาร์บอน Scope 3
- Greener Business Growth นำเรื่อง Climate เข้าในแผนลงทุนขยายธุรกิจในอนาคต
ในปี 2568 AIS เผยว่า สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้ 60,106 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี (MWh) จากการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่สถานีฐานและอาคาร 13,465 แห่ง, ศูนย์ข้อมูลและชุมสาย 11 แห่ง รวมทั้งกังหันลม 1 แห่ง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 30,047 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ต่อปี
“การลดก๊าซเรือนกระจกของ AIS บูรณาการเข้ากับแผนธุรกิจในทุกหน่วยงาน ตั้งแต่วิศวกร โครงข่าย ไปจนถึงการเงินและการบัญชี ทำให้สามารถลดคาร์บอนได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน” สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS ระบุ
ใช้ AI บริหารพลังงานโครงข่าย ลดไฟ 38,321 MWh ต่อปี
นอกเหนือจากพลังงานแสงอาทิตย์ AIS ประยุกต์ใช้ AI บริหารจัดการพลังงานของสถานีฐานทั่วประเทศ โดย AI วิเคราะห์ลักษณะการใช้งานเครือข่ายอย่าง Traffic Load และพฤติกรรมผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา ทำให้สามารถปรับอัตราการทำงานของอุปกรณ์ในโครงข่ายให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ช่วยลดการใช้ไฟฟ้า 38,321 MWh ต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 19,157 tCO2e ต่อปี
สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ได้มีการตรวจสอบและถอดถอนอุปกรณ์ที่ครบอายุการให้บริการหรือเสื่อมสภาพออกจากระบบ ในปี 2568 ดำเนินการแล้ว 3 แห่ง โดยมีแผนขยายผลไปยังศูนย์ข้อมูลอื่นในระยะถัดไป ส่งผลให้ค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้า (Power Usage Effectiveness: PUE) อยู่ที่ประมาณ 1.55 ประหยัดไฟฟ้า 876 MWh ต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 416 tCO2e ต่อปี
อีกทั้ง AIS ยังได้ทยอยเปลี่ยนรถสันดาปภายในเป็นรถประหยัดพลังงาน ทั้งรถยนต์ไฮบริด, รถ EV และรถฟอร์กลิฟต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าเปลี่ยนรถมากกว่า 3,700 คันทั่วประเทศภายในปี 2573
ลดคาร์บอน Scope 3 ผ่านคู่ค้า-ลูกค้า ลดได้ 27,095 tCO2 ต่อปี
ในปี 2568 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ของ AIS อยู่ที่ 638,547 tCO2e คิดเป็นสัดส่วน 44% ของการปล่อยทั้งหมด ขณะที่ Scope 2 มีสัดส่วนมากที่สุดที่ 54% สะท้อนว่าการลดคาร์บอนต้องดำเนินการตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ฝั่งคู่ค้า AIS จัดประชุม Green Procurement กับคู่ค้ารายสำคัญทั้งห้าภูมิภาคในปี 2568 รวม 57 ราย จากหลากหลายประเภทธุรกิจ เพื่อสื่อสารกลยุทธ์, เป้าหมาย และแนวทางการเก็บข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงตัวอย่างวิธีลดการปล่อยในการดำเนินงานของคู่ค้า
ฝั่งลูกค้า AIS ได้ ยกระดับ myAIS เป็นศูนย์กลางการทำธุรกรรมดิจิทัลแบบ Full-E ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมและจัดการบริการต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ลดความจำเป็นในการเดินทางไปยังจุดให้บริการ ส่งผลให้จำนวนธุรกรรมผ่านแอปเพิ่มขึ้น 21% เทียบปีก่อน ขณะที่การใช้ e-Bill และ e-Receipt เพิ่มเป็น 298 ล้านรายการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 27,095 tCO2 ต่อปี จากการลดการใช้กระดาษและการเดินทาง
ปั้น ‘AIS HUB of E-Waste’ ผนึก Central ตั้งจุดรับทิ้งกว่า 3,200 จุด
ด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ AIS เดินหน้าบทบาทศูนย์กลางการจัดการ E-Waste ของไทย (AIS HUB of E-Waste) ภายใต้ภารกิจ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ ปัจจุบันร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 260 องค์กรทั่วประเทศ ตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste กว่า 3,200 จุด เพื่อให้ขยะเข้าสู่การจัดการแบบ Zero E-Waste to Landfill ไม่ผ่านการฝังกลบ
ล่าสุด AIS ร่วมกับ Central Group และ Japan Airlines จัดแคมเปญ ‘ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี’ ได้รับผลงานคลิปกว่า 159 คลิป ยอดรับชมรวมกว่า 3.5 ล้านวิวทั่วประเทศ ผู้ชนะได้เดินทางไปดูงานที่ DOWA Smelting & Refining และ Eco-Recycle ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านการจัดการ E-Waste ระดับโลก เรียนรู้เทคโนโลยีการรีไซเคิลขั้นสูงและมาตรฐานการจัดการแบบ Zero E-Waste to Landfill ตั้งแต่ต้นทางจุดรับทิ้งในไทยจนถึงปลายทางโรงงานรีไซเคิลในญี่ปุ่น
โดย AIS ทำงานร่วมกับ Central Group ภายใต้โครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ มาตั้งแต่ปี 2563 ขณะที่ Central Group สนับสนุนการขยายจุดรับทิ้งครอบคลุมศูนย์การค้า 42 สาขาทั่วประเทศ
สายชลกล่าวเสริมว่า “การจัดการ E-Waste ของไทยจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาคเอกชนและประชาชน AIS จึงทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสร้างเครือข่ายจุดรับทิ้งที่ครอบคลุมและประชาชนเข้าถึงได้ง่ายในทุกพื้นที่”
ผลจากการดำเนินงานข้างต้น AIS ได้รับการประเมิน MSCI ESG Rating ระดับ AA อยู่ในดัชนี FTSE4Good ต่อเนื่อง 11 ปี รวมถึงรางวัล The Asset Triple A Awards 2025 ทั้งด้าน Sustainability Bond และ Green Loan สะท้อนการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก

