×

เมื่อความไม่แน่นอนคือภาวะปกติใหม่ ซีอีโอต้องใช้ AI เพื่อมองเห็นเร็วและตัดสินใจให้เฉียบคมขึ้น

19.08.2026
  • LOADING...
ซีอีโอชายกำลังมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีข้อมูลและกราฟ

ในโลกธุรกิจที่ความผันผวนเกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ต้นทุน ห่วงโซ่อุปทาน ภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยี คำถามสำคัญสำหรับซีอีโอไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงว่าองค์กรนำ AI มาใช้มากน้อยเพียงใด แต่คือ AI ช่วยให้ผู้บริหารเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาสทางธุรกิจได้จริงหรือไม่

 

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก PwC’s CEO Survey Snapshot-August 2026 ซึ่งสำรวจซีอีโอ 351 คนจาก 59 ประเทศและ 27 อุตสาหกรรม ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคมถึง 22 มิถุนายน 2569 โดยเป็นกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจเดียวกับที่เข้าร่วม PwC’s 29th Global CEO Survey เมื่อปลายปีที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า มุมมองของผู้นำธุรกิจต่อการเติบโตและการใช้ AI กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

 

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การคาดการณ์อนาคตให้ถูกต้องทุกครั้ง แต่เป็นการมีระบบบริหารที่รับรู้สัญญาณได้เร็ว เชื่อมสัญญาณเหล่านั้นกับการตัดสินใจทางธุรกิจ และวัดผลได้ว่าแต่ละการตัดสินใจสร้างคุณค่าจริงหรือไม่ สำหรับซีอีโอไทย นี่คือจุดที่ AI ควรถูกยกระดับจากเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ ไปสู่กลไกเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรบริหารความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสได้พร้อมกัน

 

ความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของรายได้ฟื้นเล็กน้อย แม้เผชิญแรงกดดันรอบด้าน

 

แม้ปี 2569 จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ผลสำรวจล่าสุดของ PwC พบว่า ซีอีโอทั่วโลกมีมุมมองต่ออนาคตที่ดีขึ้น โดยสัดส่วนผู้บริหารที่เชื่อมั่นต่อการเติบโตของรายได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นจาก 39% เป็น 42% และสัดส่วนผู้ที่เชื่อมั่นต่อการเติบโตในช่วงสามปีข้างหน้าเพิ่มขึ้นจาก 46% เป็น 51% สะท้อนว่าองค์กรจำนวนมากยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโต แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย

 

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางต้นทุนด้านพลังงาน วัตถุดิบ และโลจิสติกส์ที่ยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยซีอีโอราว 7 ใน 10 ยอมรับว่าต้นทุนของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้การกำหนดราคาและการบริหารห่วงโซ่อุปทานมีความซับซ้อนมากขึ้น

 

สำหรับประเทศไทย ภาพดังกล่าวยิ่งมีนัยสำคัญ เพราะ PwC’s 29th Global CEO Survey – Thailand พบว่า มีเพียง 34% ของซีอีโอไทยที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และเพียง 24% ที่มีความเชื่อมั่นสูงต่อการเติบโตของรายได้องค์กร ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ความระมัดระวังนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้นำธุรกิจควรชะลอการเปลี่ยนแปลง แต่สะท้อนว่าองค์กรไทยยิ่งต้องเลือกลงทุนอย่างมีวินัย โดยให้ AI เชื่อมโยงกับโจทย์ธุรกิจที่ชัดเจน เช่น การบริหารต้นทุน การคาดการณ์อุปสงค์ การดูแลลูกค้า การบริหารความเสี่ยง และการสร้างรายได้ใหม่

 

AI ต้องไม่ใช่โครงการทดลอง แต่ต้องเป็นวาระการเติบโตของซีอีโอ

 

แม้ AI จะเป็นหนึ่งในวาระสำคัญขององค์กรทั่วโลก แต่เราคงต้องยอมรับว่าผลตอบแทนทางธุรกิจยังไม่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยผลสำรวจ PwC’s CEO Survey Snapshot-August 2026 ระบุว่า สัดส่วนขององค์กรที่สามารถรักษาหรือเพิ่มผลกระทบเชิงบวกจาก AI นั้นน้อยกว่าครึ่ง (39%) ขณะที่ 16% รายงานผลกระทบเชิงลบ สะท้อนว่า AI ไม่ได้สร้างคุณค่าโดยอัตโนมัติ แต่ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของโจทย์ธุรกิจ คุณภาพของข้อมูล กระบวนการทำงาน และการกำกับดูแล

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในระดับองค์กร ภาพที่เกิดขึ้นมีความหลากหลายมากขึ้น หลายบริษัทเริ่มเห็นประโยชน์จาก AI อย่างชัดเจน ขณะที่บางแห่งยังคงเผชิญความท้าทายในการเปลี่ยนการลงทุนให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI ในปัจจุบันไม่ได้วัดเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่รวมถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของซีอีโอไทยจากผลสำรวจฉบับประเทศไทยที่แม้จะมีความระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการเติบโตของธุรกิจมากขึ้น แต่ยังคงให้ความสำคัญกับ AI ในฐานะกลไกสำคัญสำหรับการสร้างความสามารถในการแข่งขันและการปรับตัวในระยะยาว

 

สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ 38% ของซีอีโอทั่วโลกเริ่มใช้ AI เพื่อมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เกิดจากภาวะดิสรัปชัน ข้อมูลนี้มีความหมายต่อสื่อและผู้นำธุรกิจไทยอย่างยิ่ง เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่แน่นอน ผู้ชนะอาจไม่ใช่องค์กรที่ลงทุนมากที่สุด แต่เป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่ออ่านตลาดเร็วกว่า ปรับโมเดลธุรกิจเร็วกว่า และตัดสินใจบนข้อมูลที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง

 

ผู้นำต้องเปลี่ยน ‘สัญญาณ’ ให้เป็นระบบตัดสินใจ

 

ข้อมูลจากผลสำรวจของ PwC ช่วยให้เราเห็นภาพรวมและทิศทางการบริหารองค์กรของผู้นำ รวมถึงช่วยให้กำหนดแผนกลยุทธ์ข้างหน้าได้อย่างเฉียบคม ผมจึงขอเสนอแนวทางในการวางแผนบริหารองค์กรภายใต้สภาวะปัจจุบันสามด้าน ได้แก่

 

  • กำหนดโจทย์จากผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่จากเทคโนโลยี ซีอีโอควรเริ่มจากคำถามว่า ‘การตัดสินใจใดควรเร็วขึ้นหรือดีขึ้น’ แล้วจึงเลือกการใช้งานเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับรายได้ ต้นทุน เงินทุนหมุนเวียน ความเสี่ยง หรือประสบการณ์ลูกค้า พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ เพื่อหลีกเลี่ยงโครงการที่น่าสนใจเชิงเทคนิค แต่ไม่สร้างผลกระทบในระดับองค์กร
  • เชื่อมข้อมูล คน และกระบวนการเข้าด้วยกัน AI จะสร้างคุณค่าได้ต่อเมื่อข้อมูลมีคุณภาพ เข้าถึงได้ และถูกนำไปใช้ในจังหวะการทำงานจริง ขณะเดียวกัน บุคลากรขององค์กรต้องมีทักษะและอำนาจตัดสินใจที่จะใช้ข้อเสนอแนะจาก AI อย่างเหมาะสม โดยมีการกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อรักษาความถูกต้อง ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และความรับผิดชอบ
  • สร้างวินัยในการติดตามคุณค่าและปรับโครงการ ข้อมูลจากการสำรวจล่าสุดยังแสดงให้เห็นว่า ผลลัพธ์จาก AI สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน ผู้นำธุรกิจจึงควรทบทวนอย่างสม่ำเสมอ ขยายสิ่งที่สร้างผลลัพธ์ ปรับสิ่งที่มีศักยภาพ และยุติโครงการที่ไม่คุ้มค่า เพื่อให้ทรัพยากรถูกส่งไปยังพื้นที่ที่สร้างความได้เปรียบได้จริง

 

ท้ายที่สุด ความสามารถของซีอีโอยุคใหม่จะไม่ได้วัดจากการมีคำตอบครบทุกข้อ แต่วัดจากการสร้างองค์กรที่มองเห็นเร็ว เรียนรู้เร็ว และตัดสินใจอย่างมีวินัย สำหรับธุรกิจไทย การใช้ AI อย่างมีจุดมุ่งหมายไม่ใช่ทางเลือกด้านเทคโนโลยี แต่เป็นวาระสำคัญของการสร้างความยืดหยุ่น ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตในระยะยาวครับ

 

ภาพ: Rawpixels stock / Shutterstock

อ้างอิง:

  • PwC’s CEO Survey Snapshot—August 2026, PwC
  • PwC’s 29th Global CEO Survey – Thailand: Leading through uncertainty in the age of AI, PwC ประเทศไทย
  • PwC 2026 Global CEO Survey, PwC

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories