‘เอกนิติ’ ชวน Canva ตั้งฐาน AI-Design ในไทย ยกระดับบุคลากรด้านการออกแบบ และเศรษฐกิจดิจิทัล ตั้งเป้าช่วย SME 4 หมื่นราย เพิ่มนักออกแบบสู่ตลาดโลก ขยายการเข้าถึง Canva Education ในสถานศึกษาเป็นสองเท่า
วันนี้ (20 สิงหาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ได้มีการเชิญชวน Canva บริษัทแพลตฟอร์มกราฟิกดีไซน์ออนไลน์สัญชาติออสเตรเลีย ในการพิจารณาตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัยด้าน AI-Design ในประเทศไทย เพื่อยกระดับบุคลากรด้านการออกแบบ และเศรษฐกิจดิจิทัล
โดย Canva มีผู้ใช้งานมากกว่า 265 ล้านคนต่อเดือน กว่า 190 ประเทศ และมีลูกค้าองค์กรในกลุ่ม Fortune 500 จำนวน 475 บริษัท สำหรับประเทศไทย มีผู้ใช้งาน Canva มากกว่า 7 ล้านคนต่อเดือน และมีบัญชีผู้ใช้สะสมกว่า 30 ล้านบัญชี ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดอันดับ 6 ของโลก ในด้านจำนวนผู้ใช้งาน และมีศักยภาพเพียงพอในการต่อยอดอุตสาหกรรมการออกแบบและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ตั้งเป้าช่วย SME 4 หมื่นราย-เพิ่มนักออกแบบสู่ตลาดโลก
ภายใต้ความร่วมมือกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) รัฐบาลตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการ SME ไทย 40,000 ราย พัฒนาภาพลักษณ์สินค้า บรรจุภัณฑ์ แคมเปญ และสื่อการตลาด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน จะมีการผลักดันนักออกแบบไทย หรือ Canva Creators จากปัจจุบัน 190 คน เป็น 1,000 คนภายในปี 2571 พร้อมเสริมทักษะด้าน AI เปิดช่องทางให้นักออกแบบไทยสามารถนำผลงานออกสู่ตลาดโลกและสร้างรายได้โดยตรง
ในภาคการศึกษา รัฐบาลจะร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ขยายการเข้าถึง Canva Education ซึ่งเปิดให้ครูและนักเรียนใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยตั้งเป้าขยายผู้ใช้งานจาก 3.3 ล้านคน เป็น 6.6 ล้านคนภายในปี 2571
ย้ำเป็นความร่วมมือทางยุทธศาสตร์
ดร.เอกนิติกล่าวว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยจำเป็นต้องขยายความร่วมมือกับประเทศที่มีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีอย่างออสเตรเลีย เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจไทย
พร้อมระบุว่า ไทยและออสเตรเลียมีจุดแข็งที่สามารถเกื้อหนุนกันได้ โดยไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปอาหาร ขณะที่ออสเตรเลียมีความโดดเด่นด้าน AgriTech พลังงานหมุนเวียน ดิจิทัล และการผลิตขั้นสูง ทำให้ความร่วมมือด้าน Creative Economy และ AI สามารถต่อยอดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศได้
“เป้าหมายไม่ใช่เพียงการดึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามา แต่คือการทำให้คนไทยและธุรกิจไทยเติบโตไปกับเทคโนโลยีโลก ตั้งแต่นักเรียน นักออกแบบ ไปจนถึง SME และทำให้ประเทศไทยมีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจดิจิทัลของโลก” ดร.เอกนิติกล่าว

