สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ พร้อมด้วยพระโอรสและพระธิดา มีแผนย้ายกลับไปพำนักในสหราชอาณาจักรภายในเดือนสิงหาคม หลังทั้งคู่ถอนตัวจากการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูง และย้ายไปอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกานานกว่า 6 ปี
ประเด็นสำคัญ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณที่น่าจับตามองว่า ความขัดแย้งภายในครอบครัว โดยเฉพาะระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับคิงชาร์ลส์ที่ 3 อาจเริ่มคลี่คลายลง โดย CNN รายงานว่า คิงชาร์ลส์ทรงยินดีกับโอกาสที่จะได้พบพระโอรสและครอบครัวมากขึ้น ทั้งในฐานะเรื่องส่วนพระองค์และความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
“ผมอยากคืนดีกับครอบครัว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสู้กันต่อไป ชีวิตมีคุณค่าเกินกว่านั้น” เป็นคำกล่าวของเจ้าชายแฮร์รีในการให้สัมภาษณ์กับ BBC เมื่อปี 2025 ซึ่งถูกนำกลับมาอ้างถึงอีกครั้งในหน้าสื่อ หลังเกิดกระแสข่าวเรื่องการย้ายกลับอังกฤษ
ทำไมการย้ายกลับอังกฤษของครอบครัวซัสเซ็กซ์จึงน่าจับตา
วันนี้ (20 สิงหาคม) People และ The Telegraph รายงานว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์เตรียมย้ายกลับไปพำนักในสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยพระโอรสและพระธิดา คือ เจ้าชายอาร์ชี พระชนมายุ 7 พรรษา และเจ้าหญิงลิลิเบต พระชนมายุ 5 พรรษา หลังครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2020
รายงานระบุว่า ครอบครัวซัสเซ็กซ์มีแผนพำนักในสหราชอาณาจักรเป็นระยะเวลานาน โดยจะอาศัยอยู่ในบ้านพักส่วนตัวนอกกรุงลอนดอน ขณะที่เจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลิเบตได้รับการลงทะเบียนเข้าเรียนในโรงเรียนที่อังกฤษ และมีกำหนดเริ่มเรียนในเดือนกันยายนนี้
อนึ่ง ในการย้ายกลับมาครั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนจะไม่ได้กลับมาปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่จะยังคงมีสถานะเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ (Non-Working Royals) และใช้ชีวิตในฐานะประชาชนทั่วไป ตามข้อตกลงเดิมที่มีมาตั้งแต่การถอนตัวจากบทบาทราชวงศ์
จนถึงขณะนี้ โฆษกของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน รวมถึงสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทั้งคู่ยืนยันกับ Reuters ว่า รายงานเรื่องการย้ายกลับสหราชอาณาจักรเป็นความจริง
ส่วน CNN รายงานเพิ่มเติมว่า คิงชาร์ลส์เพิ่งทรงได้รับแจ้งเกี่ยวกับแผนดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา สะท้อนว่า การย้ายกลับครั้งนี้ไม่ได้เป็นประเด็นที่มีการตกลงกันล่วงหน้าระหว่างการพบปะของทั้งสองฝ่ายเมื่อเดือนกรกฎาคม
ขณะเดียวกัน พระองค์ทรงยืนยันว่า สถานะของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้ครอบครัวจะกลับมาใช้ชีวิตในอังกฤษอีกครั้ง
อนึ่ง BBC ยังรายงานว่า เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ และแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการตัดสินใจย้ายกลับอังกฤษของเจ้าชายแฮร์รีครั้งนี้เช่นกัน
อะไรอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจย้ายกลับ
หนึ่งในปัจจัยที่ถูกจับตามากที่สุดในการย้ายกลับของครอบครัวซัสเซ็กซ์ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับคิงชาร์ลส์ หลังทั้งสองฝ่ายเผชิญความตึงเครียดจากทั้งปัญหาส่วนตัวและความขัดแย้งภายในครอบครัวต่อเนื่องหลายปี
ไม่ว่าจะเป็นการที่ครอบครัวซัสเซ็กซ์ถอนตัวออกจากบทบาทราชวงศ์ในปี 2020 ไปจนถึงการเปิดเผยรายละเอียดเบื้องหลังราชวงศ์อังกฤษผ่านบทสัมภาษณ์ สารคดี และหนังสือบันทึกความทรงจำ Spare ของเจ้าชายแฮร์รี
กล่าวได้ว่า หนังสือ Spare กลายเป็นหนึ่งในจุดแตกหักสำคัญของความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เพราะเจ้าชายแฮร์รีเล่าถึงความรู้สึกว่า พระองค์เติบโตมาในฐานะ ‘ตัวสำรอง’ เมื่อเทียบกับเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งอยู่ในลำดับสืบราชบัลลังก์ก่อนพระองค์ ขณะที่หนังสือยังเปิดเผยรายละเอียดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับทั้งพระบิดาและพระเชษฐา รวมถึงเหตุการณ์ภายในครอบครัวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับคิงชาร์ลส์กำลังคลี่คลายลง หลังทั้งสองพระองค์กลับมาพบกันอีกครั้ง โดยในเดือนกรกฎาคม 2026 คิงชาร์ลส์และควีนคามิลลาทรงต้อนรับครอบครัวซัสเซ็กซ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญว่า ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเริ่มดีขึ้น
ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง คือ มาตรการรักษาความปลอดภัยในอังกฤษ หลังเจ้าชายแฮร์รีเคยระบุว่า พระองค์ไม่รู้สึกปลอดภัยที่จะพาเมแกน รวมถึงพระโอรสและพระธิดากลับประเทศ หากไม่ได้รับการคุ้มครองจากตำรวจในระดับที่เหมาะสม และเคยเรียกประเด็นนี้ว่าเป็น ‘จุดติดขัด’ สำคัญของการกลับอังกฤษ
อย่างไรก็ดี รายงานล่าสุดยังไม่ได้เปิดเผยว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยของครอบครัวซัสเซ็กซ์หลังการย้ายกลับจะเป็นอย่างไร หรือประเด็นดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่
ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแฮร์รีเคยให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า พระองค์อยากคืนดีกับครอบครัว โดยย้ำว่า มีความขัดแย้งมากมายกับสมาชิกบางคน แต่ขณะนี้พระองค์ให้อภัยพวกเขาแล้ว
“ผมอยากคืนดีกับครอบครัว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสู้กันต่อไป ชีวิตมีคุณค่าเกินกว่านั้น” เจ้าชายแฮร์รีกล่าว
อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับเจ้าชายวิลเลียมยังคงตึงเครียด โดยทั้งสองพระองค์แทบไม่ได้พูดคุยกัน
ย้อนรอยเส้นทาง ‘เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน’ จากเสกสมรสสู่ความขัดแย้งในครอบครัว
หากย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นของเรื่องราวระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกน เริ่มต้นขึ้นราวปี 2016 ในเวลานั้น เมแกนเป็นที่รู้จักในฐานะ เมแกน มาร์เคิล นักแสดงชาวอเมริกัน โดยครั้งหนึ่ง เธอเคยถูกมองว่า เป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษยุคใหม่ที่เปิดกว้างและหลากหลายมากขึ้น เพราะมีภูมิหลังแตกต่างจากธรรมเนียมของราชวงศ์ในหลายด้าน ทั้งการมีอายุมากกว่าเจ้าชายแฮร์รี 3 ปี เคยผ่านการสมรสมาแล้ว และมีเชื้อสายผสมที่มารดาเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน
เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนเข้าพิธีเสกสมรสในปี 2018 แต่ใช้ชีวิตในฐานะสมาชิกราชวงศ์ได้ไม่นาน ก่อนที่ความตึงเครียดระหว่างครอบครัวซัสเซ็กซ์กับสื่ออังกฤษและสมาชิกราชวงศ์บางส่วนจะเริ่มปรากฏชัดขึ้นในปี 2019
ในเดือนตุลาคม ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ประกาศพักจากพระกรณียกิจเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ก่อนพาเจ้าชายอาร์ชีไปใช้เวลาช่วงคริสต์มาสที่เกาะแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา
ต่อมาในเดือนมกราคม 2020 ทั้งคู่ประกาศความตั้งใจที่จะลดบทบาทในฐานะสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูง พร้อมระบุว่า ต้องการสร้างความเป็นอิสระทางการเงิน และแบ่งเวลาใช้ชีวิตระหว่างสหราชอาณาจักรกับอเมริกาเหนือ
การประกาศครั้งนั้นเกิดขึ้นโดยไม่ได้รับความเห็นชอบล่วงหน้าจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จนนำไปสู่วิกฤตภายในราชวงศ์ ก่อนที่ทั้งคู่จะยุติการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะ Working Royals อย่างเป็นทางการ และย้ายไปตั้งหลักในสหรัฐอเมริกาในเดือนมีนาคมของปีเดียวกัน
ต่อมาในเดือนกันยายน 2020 แฮร์รีและเมแกนเริ่มสร้างเส้นทางอาชีพใหม่ในฮอลลีวูด โดยก่อตั้งบริษัทโปรดักชัน ซึ่งต่อมาคือ Archewell Productions และเซ็นสัญญากับ Netflix เพื่อผลิตสารคดี ภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการประเภทต่างๆ
จากนั้นในเดือนมีนาคม 2021 แฮร์รีและเมแกนให้สัมภาษณ์ครั้งใหญ่กับ โอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) โดยเมแกนเปิดเผยว่า เธอเคยเผชิญแรงกดดันอย่างหนักระหว่างใช้ชีวิตในราชวงศ์ จนมีความคิดอยากปลิดชีพตนเอง รวมถึงเปิดเผยว่า มีสมาชิกในราชวงศ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับสีผิวของเจ้าชายอาร์ชีก่อนประสูติ
ความขัดแย้งถูกเปิดเผยมากขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2022 เมื่อสารคดี Harry & Meghan ทาง Netflix ออกฉาย ซึ่งทั้งคู่เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตในราชวงศ์ ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และแรงกดดันจากสื่ออังกฤษ
จากนั้นในเดือนมกราคม 2023 เจ้าชายแฮร์รีตีพิมพ์หนังสือบันทึกความทรงจำ Spare ซึ่งชื่อหนังสือสื่อถึงคำว่า ‘ตัวสำรอง’ เพื่อสะท้อนความรู้สึกของพระองค์ว่า เติบโตมาในฐานะพระโอรสลำดับรอง เมื่อเทียบกับเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งอยู่ในลำดับสืบราชบัลลังก์ก่อนพระองค์
ทั้งนี้ โดมินิก แพตเทน บรรณาธิการบริหารของ Deadline.com สื่อบันเทิงในฮอลลีวูด ประเมินกับ Reuters ว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนยังไม่ได้ก้าวไปถึงสถานะซูเปอร์สตาร์อย่างที่คาดหวัง แม้ทั้งคู่จะยังสามารถรักษาความสนใจจากสาธารณชนได้อย่างต่อเนื่อง
“แฮร์รีและเมแกนยังสามารถรักษาความสนใจนั้นไว้ได้ หากดูจากความรวดเร็วที่อาชีพในฮอลลีวูดสามารถดับลงได้ ในแง่นั้นและตามเกณฑ์นี้ พวกเขาก็ถือว่าประสบความสำเร็จ” แพตเทนกล่าว
แฟ้มภาพปี 2022: Dylan Martinez / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.nytimes.com/2026/08/19/world/europe/prince-harry-meghan-return-uk.html
- https://www.theguardian.com/uk-news/2026/aug/19/prince-harry-and-meghan-moving-back-to-britain-this-month
- https://edition.cnn.com/2026/08/19/uk/sussex-meghan-harry-back-to-britain-intl-latam
- https://www.nytimes.com/2026/08/19/world/europe/harry-meghan-uk-royals-timeline.html
- https://www.reuters.com/world/uk/prince-harry-meghan-relocate-back-britain-media-reports-say-2026-08-19/
ภาพ: Text สั้น


