Hurkle-Durkle (เฮอร์เคิล-เดอร์เคิล) ไม่ได้หมายถึงการนอนขี้เกียจ แต่มันคือโมเมนต์เล็กๆ ระหว่างการตื่นกับการเริ่มวัน ที่เรายังไม่จำเป็นต้องลุก ยังไม่ต้องเป็นเวอร์ชันที่พร้อมใช้งาน และยังไม่ต้องเอาใจไปชนกับความคาดหวังของใคร มันคือรอยต่อระหว่างโลกแห่งความฝันกับความจริง เป็นเสี้ยวเวลาที่เราคิดว่าหลายๆ คนชอบนะ เพราะเราได้อ้อยอิ่งอยู่ภายใต้ผ้าห่มนุ่มๆ ผืนเดิม ให้โอกาสตัวเองได้ตื่นขึ้นมาเพื่อรับรู้ว่าเรามีอยู่จริง ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่อื่นเพื่อคนอื่น
โมเมนต์นี้เกิดขึ้นตอนที่ร่างกายยังอยู่ใต้ผ้าห่ม ใจยังไม่รีบจัดระเบียบความคิด ยังไม่ต้องตอบอะไร ไม่ต้องตัดสินใจ และไม่ต้องแสดงความเข้มแข็งให้ใครเห็น แค่นึกถึงอารมณ์เป็นสุข หรือความฟีลกู้ดในแง่บวก Hurkle-Durkle จึงหมายถึงการปล่อยให้ตัวเองหยุดอยู่ตรงนั้นอีกนิด แบบไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับ เหมือนการปล่อยให้น้ำมันเครื่องในร่างกายค่อยๆ อุ่นขึ้นเองตามธรรมชาติ มากกว่าการถูกกระชากให้เครื่องติดและเหยียบคันเร่งมิดตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตา
การนอนนิ่งๆ ไม่กี่นาที ฟังลมหายใจของตัวเอง ปล่อยให้ความคิดลอยโดยไม่ต้องรีบควบคุม คือการบอกใจว่ายังไม่ต้องรีบเก่งก็ได้ ยังไม่ต้อง productive ก็ได้ และยังไม่ต้องพิสูจน์อะไรในตอนเช้า ความนิ่งแบบนี้ไม่ใช่การถอยหลัง ไม่ใช่การยอมแพ้ต่อภาระหน้าที่ แต่คือการตั้งหลักเพื่อสำรวจความรู้สึกที่ตกค้างจากเมื่อวาน และเตรียมความพร้อมที่จะก้าวเดินอย่างมั่นคงเมื่อเท้าสัมผัสพื้น การหยุดนิ่งเช่นนี้คือการให้เกียรติจังหวะชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง
โมเมนต์นี้ยังเตือนว่า ความเป็นมนุษย์ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ ไม่จำเป็นต้องเก่งตั้งแต่ลืมตา และไม่จำเป็นต้องรีบเป็นที่น่าพอใจของใคร การยอมให้เช้ามีความช้า มีความไม่พร้อม และมีความเงียบ คือความอ่อนโยนขั้นสุดที่เรามักลืมหยิบยื่นให้ตัวเอง มันคือความรักในรูปแบบของการไม่คาดหวัง เป็นการยืนยันว่าไม่ว่าโลกจะหมุนไปเร็วแค่ไหน เรายังมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตในความเร็วในแบบที่เราต้องการ แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ที่งดงามที่สุดในแบบของเราเอง


