ลืมพีระมิดเดิมที่ฐานล่างมีแต่ข้าวและแป้งไปได้เลย! เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์โภชนาการก็ว่าได้ เมื่อกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ (HHS) นำโดย Robert F. Kennedy Jr. ประกาศพลิกโฉมพีระมิดอาหาร (Food Pyramid) อย่างเป็นทางการ
งานนี้ไม่ใช่แค่การปรับสัดส่วน แต่เป็นการรื้อความเชื่อเรื่องการกินที่เราใช้กันมานานกว่า 3 ทศวรรษ
ย้อนกลับไปปี 1992 พีระมิดยุคแรกสร้างขึ้นบนฐานของคาร์โบไฮเดรต ผลลัพธ์ที่ตามมาคือวิกฤตโรคอ้วนและเบาหวานในคนยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Sedentary หรือการนั่งทำงานนิ่งๆ เป็นหลัก

ในปี 2026 นี้ เราจึงได้เห็นการ ‘กลับหัวพีระมิด’ ที่ย้ายสิ่งที่เคยอยู่ยอดสุดลงมาเป็นฐาน และผลักดันอาหารธรรมชาติให้เป็นหัวใจหลักแทน
4 การเปลี่ยนแปลงสำคัญใน The New Food Pyramid
1. โปรตีนคือพระเอกคนใหม่
จากเดิมที่โปรตีนเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ปัจจุบันถูกดันขึ้นมาเป็นรากฐานสำคัญ โดยแนะนำให้บริโภค 1.2 – 1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียร โดยครอบคลุมทั้งเนื้อสัตว์ไม่แปรรูป ไข่ อาหารทะเล และโปรตีนจากพืช
2. ไขมันสัตว์ไม่ใช่ผู้ร้ายอีกต่อไป
นี่ถือเป็นประเด็นที่ฮือฮาที่สุดเพราะไกด์ไลน์ใหม่ปลดล็อกให้เรากินเนย (Butter), นมไขมันเต็มส่วน (Full-fat dairy) และไขมันวัว (Tallow) ได้ ตราบใดที่มาจากแหล่งธรรมชาติ โดยมองว่าไขมันเหล่านี้มีสารอาหารที่จำเป็นต่อสมองและฮอร์โมน มากกว่าไขมันแปรรูปหรือมาการีน
3. น้ำตาลคือผู้ร้ายตัวจริง
สายติดหวานอาจจะปวดใจเพราะพิระมิดฉบับใหม่ประกาศชัดเจนว่า “ไม่มีปริมาณน้ำตาลที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ” โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ที่ควรหลีกเลี่ยงน้ำตาลขัดสีและสารให้ความหวานสังเคราะห์อย่างเด็ดขาด เพื่อตัดวงจรการติดหวานตั้งแต่ต้นทาง
4. บอกลาอาหารแปรรูปขั้นสูง
เป็นครั้งแรกที่มีการระบุให้หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมหนักๆ ซึ่งเต็มไปด้วยสารเติมแต่งและโซเดียม โดยแนะนำให้หันกลับไปหา Real Food หรือการปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบสดใหม่ที่บ้านเป็นหลัก
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ได้ทำให้เกิดเสียงแตกในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ โดยฝั่งที่สนับสนุนมองว่านี่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่ทางสถาบันโรคหัวใจ (AHA) ยังคงแสดงความกังวลว่าการส่งเสริมไขมันอิ่มตัวและเนื้อแดงอาจส่งผลต่อคอเลสเตอรอลในระยะยาว หากผู้บริโภคเลือกกินอย่างไม่ระมัดระวัง
พีระมิดใหม่นี้กำลังบอกเราว่า ‘โภชนาการไม่ใช่เรื่องสูตรสำเร็จ’ แต่คือการเลือกแหล่งอาหารที่มีคุณภาพที่สุด แป้งไม่ได้เป็นผู้ร้ายไปเสียทีเดียว แต่ถ้าคุณคือมนุษย์ออฟฟิศที่นั่งทำงานทั้งวัน การลดคาร์บและเพิ่มโปรตีนตามไกด์ไลน์ใหม่นี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่สุขภาพที่ยั่งยืนกว่าเดิมก็ได้
อ้างอิง:


