สหรัฐอเมริกาจัดการประชุมนานาชาติระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการฟื้นตัวของลัทธิก่อการร้ายทางการเมือง (Ministerial on the Resurgence of Political Terrorism) เมื่อวานนี้ (16 กรกฎาคม) ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อรับมือกับ ‘ภัยคุกคามรูปแบบใหม่’ ที่เกิดจากความรุนแรงทางการเมืองและการก่อการร้าย โดยเฉพาะจากกลุ่มฝ่าย ‘ซ้ายจัด’ (Far-Left Political Violence and Terrorism)
การประชุมนี้ ใครเข้าร่วมบ้าง
จุดประสงค์หลักของการประชุมนี้คือ เพื่อขยายความร่วมมือ ยกระดับการแบ่งปันข้อมูล และเสริมสร้างกลไกการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการรับมือกับภัยการก่อการร้าย โดยสหรัฐฯ ได้ส่งคำเชิญไปยังกว่า 70 ประเทศ และมีตัวแทนจากกว่า 65 ประเทศเข้าร่วมงาน ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรีมหาดไทย ไปจนถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศพันธมิตรสหรัฐฯ ในลาตินอเมริกาและเอเชีย
ชาติยุโรปหลายประเทศเลือกที่จะส่งเพียงรัฐมนตรีช่วยว่าการ หรือเจ้าหน้าที่ระดับรองเข้าร่วม เนื่องจากรู้สึกไม่สบายใจกับหัวข้อการประชุม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับสหรัฐฯ จึงเลือกใช้แนวทางประนีประนอม
ประเด็นสำคัญและข้อกังวลจากการประชุม
การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ‘การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน’ ในยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำมาสู่ประเด็นถกเถียงทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ดังนี้
- การยกระดับ ‘ภัยคุกคามฝ่ายซ้ายจัด’ เป็นวาระแห่งชาติ
ยุทธศาสตร์ต่อต้านการก่อการร้ายปี 2026 ของทรัมป์ ระบุว่า กลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย (Violent Left-Wing Extremists) เป็น 1 ใน 3 ภัยคุกคามหลัก ร่วมกับผู้ก่อการร้ายค้ายาเสพติดและแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ (Narcoterrorists and Transnational Gangs / Narco-terrorism) และ กลุ่มผู้ก่อการร้ายอิสลามิสต์ (Islamist Terrorism) โดยรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่า ภัยคุกคามเหล่านี้ถูกประชาคมโลกมองข้ามและให้ทรัพยากรในการจัดการ ‘น้อยเกินไป’ ทั้งที่กลุ่มเหล่านี้มีอุดมการณ์ที่มุ่งทำลายเสถียรภาพของสังคมเสรี
แรงจูงใจสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่ทรัมป์ ให้คำมั่นว่า จะจัดการกับกลุ่มฝ่ายซ้าย หลังจากเกิดเหตุลอบสังหาร ชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัด เมื่อเดือนกันยายน ปี 2025 โดยสหรัฐฯ ยังได้ประกาศขึ้น ‘บัญชีดำ’ กลุ่มในยุโรป 4 กลุ่มให้เป็น ‘องค์กรก่อการร้ายต่างชาติ’ ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 อีกด้วย
รูบิโอระบุว่า เป็นเวลานานเกินไปแล้วที่หลักนิยมในการต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯมี ‘จุดบอด’ เมื่อพูดถึงความรุนแรงสุดโต่งจาก ‘ฝ่ายซ้ายทางการเมือง’ ทั้งยังอ้างว่า กลุ่มฝ่ายซ้ายคือ การลุกฮือของสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพื่อต่อต้านสิ่งที่ดีที่สุด พร้อมเรียกร้องให้โลกตะวันตกต่อสู้ในประเด็นนี้เช่นเดียวกับสหรัฐฯ
- กระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้ ‘การต่อต้านการก่อการร้าย’ กลายเป็นเรื่อง ‘การเมือง’
ยุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้ายนี้ได้ตัด กลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายขวา (Right-Wing Extremism) และลัทธิเชิดชูคนผิวขาว (White Supremacist) ออกไป แม้ว่ากลุ่มเหล่านี้จะถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นในสหรัฐฯ ก็ตาม โดยเฉพาะจากเหตุก่อจลาจลโจมตีอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2020 เพื่อพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
โธมัส เรนาร์ด ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ICCT) ณ นครเฮก แสดงความเห็นกับ Al Jazeera ว่า การต่อต้านการก่อการร้ายได้กลายเป็นเรื่อง ‘การเมือง’ และถูกใช้เป็น ‘เครื่องมือทางการเมือง’ ไปโดยสิ้นเชิง ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายฝ่ายขวาจัด ได้อันตรธานหายไปจากยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ภายใต้ยุคทรัมป์
- ความกังวลด้านสิทธิมนุษยชน
องค์กรเพื่อสิทธิพลเมืองเตือนว่า การประทับตรากลุ่มฝ่ายซ้ายว่าเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ อาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการปราบปรามการประท้วงที่ถูกกฎหมาย และใช้พุ่งเป้าโจมตีศัตรูทางการเมือง มากกว่าจะเป็นการจัดการกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่แท้จริง
การประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งดึงความสนใจของประชาคมโลกให้มาร่วมกันจัดการกับภัยคุกคามจากความรุนแรงของ ‘กลุ่มฝ่ายซ้ายจัด’ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่า เป็นปัญหาที่ถูกละเลยและประเมินค่าต่ำเกินไปมาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนนโยบายนี้ผ่านการประชุมนานาชาติ ก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามและข้อถกเถียงในวงกว้าง โดยเฉพาะความท้าทายในการรักษาสมดุล เพื่อรับมือกับภัยความมั่นคงอย่างครอบคลุม ทั้งจากกลุ่มก่อการร้ายฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ไปพร้อมๆ กับความกังวลเรื่องการปกป้องสิทธิพลเมืองและเสรีภาพในการแสดงออก
ทิศทางในอนาคตของยุทธศาสตร์นี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทพิสูจน์สำคัญว่า นานาชาติจะสามารถสร้างบรรทัดฐานการต่อต้านการก่อการร้ายที่มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นไปที่การรักษาความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง และปราศจากอคติหรือความลำเอียงทางการเมืองได้อย่างไร
ภาพ: Jonathan Ernst / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/2026/7/16/us-hosts-global-meet-on-far-left-terror-whos-attending-why-it-matters
- https://www.state.gov/releases/office-of-the-spokesperson/2026/07/remarks-at-the-opening-of-the-ministerial-on-the-resurgence-of-political-terrorism/
- https://www.reuters.com/world/us/rubio-host-conference-far-left-terrorism-thursday-2026-07-15/


