×

อัปเดต 30 คอร์สเมนูฤดูกาลใหม่ จากร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งทั่วกรุงเทพฯ

30.11.2022
  • LOADING...

เข้าสู่ช่วงเวลาสิ้นปีแล้ว นอกจากเป็นฤดูกาลที่หลายคนรอคอย ปลายปีแบบนี้ก็ยังเป็นฤดูกาลที่หลายร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งทั่วกรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนเมนูใหม่กันด้วย ซึ่งเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน เพราะเริ่มอยากรู้ขึ้นมาแล้วว่าเชฟแต่ละคนจะปล่อยหมัดเด็ดแบบไหนมาสู้กันให้เราชิม!

 

เอาล่ะ ถ้าใครพร้อมกดจองร้านสำหรับมื้อพิเศษ หรืออยากรู้ว่าร้านไหนน่าสนใจอย่างไร มีเมนูใหม่อะไรให้ชิมบ้าง รีบมาดูกันเลยดีว่ากับ ‘30 คอร์สเมนูฤดูกาลใหม่’ ที่เรารวมมาให้จากร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง 30 แห่งทั่วกรุงเทพฯ

 

1. Potong

ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งไทย-จีนที่ร้อนแรงที่สุดตั้งแต่เปิดตัวจนถึงตอนนี้ แถมยังเพิ่งได้ดาวมิชลินมาประดับร้านสดๆ ร้อนๆ นำโดย เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ ผู้เปลี่ยนตึกเก่าร้อยปีซึ่งเคยเป็นห้างขายยา โพทง ของบรรพบุรุษชาวจีนผู้อพยพมาตั้งรกรากอยู่ในย่านเยาวราช ให้กลายเป็นร้านอาหารบอกเล่าเรื่องราวของลูกหลานคนจีนได้อย่างน่าประทับใจ

 

สำหรับคอร์สเมนูใหม่ที่จะเริ่มเสิร์ฟตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไป จำนวน 20+ คอร์ส ราคา 4,800++ บาท ร้านบอกมาว่าเป็นคอนเซปต์ใหม่ทั้งหมด และมาพร้อมลูกเล่นใหม่ๆ ที่ใช้วัตถุดิบจากทะเล โดยมีเมนูแนะนำ เช่น Blue Crab มาพร้อมไข่ปูอิมัลชัน แยมพริกไทย และขนมปังอย่างไทย-จีน หรือ All about Oyster หอยนางรมกับแก่นตะวันกรอบ ต้นหอม คาเวียร์น้ำส้มสายชู

 

สอบถามเพิ่มเติม Restaurant.Potong

 

2. Côte by Mauro Colagreco

ห้องอาหารฝรั่งเศสดาวมิชลินของ เชฟเมาโร โคราเกรคโค หนึ่งในเชฟยอดเยี่ยมระดับโลก เจ้าของร้านอาหาร Mirazur รางวัล 3 ดาวมิชลิน ที่นี่เชฟนำกลิ่นอายอาหารฝรั่งเศสสไตล์ดินแดนริเวียรามาเสิร์ฟให้ทุกคนชิม ผ่านฝีมือของศิษย์เอก เชฟดาวิเด การาวาเกลีย เฮดเชฟประจำห้องอาหาร Côte

 

สำหรับคอร์สเมนูตอนนี้จะเน้น ‘เนื้อสัตว์’ เสิร์ฟสไตล์ Carte Blanche ที่ทุกคนจะไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าเชฟจะทำอะไรให้ชิม มีให้เลือกตั้งแต่มื้อกลางวัน ราคาเริ่มต้น 4 คอร์ส 1,800 บาท, 5 คอร์ส 4,100 บาท และ 7 คอร์ส 5,800 บาท

 

หรือมื้อกลางวันเสาร์-อาทิตย์ และมื้อเย็น ราคาเริ่มต้น 5 คอร์ส 4,100 บาท, 7 คอร์ส 5,800 บาท และ 9 คอร์ส 6,500 บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Côte by Mauro Colagreco

 

3. Le Normandie by Alain Roux

ห้องอาหารฝรั่งเศสสุดคลาสสิกที่นำทีมโดย เชฟอลัง รูซ์ จาก Waterside Inn ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นห้องอาหารฝรั่งเศสครองดาว 3 ดวงติดกันนานมากกว่า 30 ปี ตอนนี้เชฟยกเมนูจากห้องอาหารตัวเองในเมืองเบิร์กเชียร์มาเสิร์ฟให้ทุกคนชิมถึงกรุงเทพฯ โดยมีให้เลือกทั้งเมนูอะลาคาร์ตหรือคอร์สเมนู

 

เมนูน่าสนใจสำหรับฤดูกาลนี้ อาทิ ‘Sliced Pears and Blueberries in Shortbread Biscuits’ บิสกิตสอดไส้ลูกแพร์ราดซอสทำจากผลไม้สีแดง เป็นเมนูขนมหวานที่รังสรรค์โดยเชฟมิเชล รูซ์ (พ่อของเชฟอลัง) ตั้งแต่ช่วงปี 1960

 

มื้อกลางวัน มีให้เลือก 3 คอร์ส ราคา 2,950++ บาท หรือ 4 คอร์ส ราคา 3,750++ บาท (เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) และมื้อค่ำ 8 คอร์ส ราคา 7,500++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Le Normandie by Alain Roux

 

4. Choen

ร้านอาหารร่วมสมัยที่ใช้ฟืนไฟอันลุกโชนในการประกอบอาหารเท่านั้น ทำให้แทบทุกเมนู ทุกคำที่ได้ชิม มีสัมผัสและความหอมไม่เหมือนใคร นำโดย เชฟมิว-จีราวิชช์ มีแสงนิลวีรกุล ผู้เคยทำงานในครัว Nahm และหนึ่งในอดีตทีมงานเบื้องหลังร้านชามแกง

 

เชฟมิวออกมาเปิดร้านนี้เองด้วยแพสชันไฟลุกที่อยากนำเสนออาหารปรุงสุกด้วยฟืน คอร์สเมนูปัจจุบันของ โฌณ (Choen) ไม่จำกัดว่าเป็นอาหารชาติใด เน้นรสชาติที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่าทุกคนกินได้ถูกปากแน่นอน โดยเมนู 8 คอร์ส ราคา 2,600++ บาท มีเมนูน่าสนใจ เช่น แขนงหมูกรอบ สแกลลอปฮอกไกโดซอสยำกะทิ หรือแกงคั่วกุ้งแม่น้ำย่างกับจาวมะพร้าวเผา

 

สอบถามเพิ่มเติม โฌณ Choen Restaurant

 

5. IGNIV

ห้องอาหารจากสวิตเซอร์แลนด์ที่มาเปิดสาขาแรกนอกบ้านเกิดอยู่ที่กรุงเทพฯ เชฟผู้อยู่เบื้องหลังคือ ‘แอนเดรียส คามินาดา’ เจ้าของร้านอาหาร 3 ดาว Schloss Schauenstein ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเขาตั้งใจเปิดร้านนี้ขึ้นเพื่อเสิร์ฟอาหารไฟน์ไดนิ่งสไตล์แชริ่ง ให้ทุกคนมานั่งกินด้วยกันได้แบบอบอุ่นสบายๆ

 

ที่นี่นำโดย เชฟเดวิด ฮาร์ดวิก ผู้เคยร่วมงานกับเชฟแอนเดรียส โดยเชฟรับหน้าที่ดูแลเมนูของคาวร่วมกับเชฟอาเน่ รีน ผู้รังสรรค์ของหวานทั้งหมดในร้าน

 

สำหรับคอร์สเมนูใหม่ Autumn’ เชฟจะพาทุกคนไปเดินป่าล่าสัตว์ผ่านเมนูอาหาร เช่น เนื้อกวางย่างกับบัตเตอร์นัทสควอช หรือนกกระทาสอดไส้ด้วยฟัวกราส์ทรัฟเฟิล ส่วนราคา 4,500++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม IGNIV Bangkok

 

6. Elements, Inspired by Ciel Bleu

ความโดดเด่นของห้องอาหารนี้คือการผสมผสานวัตถุดิบญี่ปุ่นเข้ากับอาหารฝรั่งเศส ทำให้หลายๆ จานของ Elements มีหน้าตาเหมือนอาหารยุโรป แต่กลับชิมแล้วมีรสชาติเบา ซึ่งนั่นเป็นเพราะห้องอาหารได้แรงบันดาลใจมาจาก Ciel Bleu ห้องอาหารมิชลิน 2 ดาวในกรุงอัมสเตอร์ดัมซึ่งเป็นร้านพี่สาว

 

เชฟเจอราร์ด ฮอร์คาโญ ผู้เคยทำงานกับเชฟใหญ่แห่ง Ciel Bleu บินมาเป็นเฮดเชฟประจำครัวแห่งนี้ เพื่อเสิร์ฟเมนูกลิ่นอายเดียวกันให้พวกเราลิ้มลอง โดยคอร์สเมนูใหม่ ‘Autumn Guestronomic Journey’ มีจานน่าสนใจ อาทิ หอยเชลล์ฮอกไกโดที่เชฟนำหอยไปหมักเกลือนาน 5 วัน ก่อนนำมารมควันและอบแห้ง ตามด้วยมิลย์เฟยเซเลอรีแอค สลับชั้นกับอาร์ติโชกและทรัฟเฟิล

 

Autumn Guestronomic Journey ราคา 8 คอร์ส 5,900++ บาท, 6 คอร์ส 4,800++ บาท และ 4 คอร์ส 4,100++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Elements, Inspired by Ciel Bleu

 

7. Kavee

ร้านอาหารไทยที่นำเสนอวัตถุดิบและรสชาติได้อย่างน่าค้นหา นำโดย เชฟเต้-วรธน อุดมชโลทร ผู้มีประสบการณ์ในครัวอาหารไม่น้อยไปกว่าใคร แถมเขายังสนุกกับการตามหาวัตถุดิบใหม่ๆ แปลกๆ มาใช้เพื่อไม่ให้เหมือนใครด้วย

 

สำหรับคอร์สเมนูใหม่ตอนนี้เชฟอยากนำเสนอความ ‘Wild’ ด้วยการนำเนื้อสัตว์และผักสมุนไพรต่างๆ ที่หลายคนมองข้ามมานำเสนอบนจานอาหาร 8 คอร์ส มีเมนูน่าสนใจ เช่น หอยโข่งตุ๋นผักโขม กบทอดกับอะโวคาโดและผักแพว หรือนกพิราบจากจังหวัดอ่างทอง

 

คอร์สเมนูนี้ราคา 2,990++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม KAVEE

 

8. Baan Tepa

ร้านอาหารไทยครีเอทีฟที่นำเสนอเมนูอันคุ้นเคยในรูปแบบใหม่ และชูวัตถุดิบได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำโดย เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ผู้เปลี่ยนบ้านหลังเก่าตกทอดในตระกูลให้กลายเป็น Culinary Space ที่จะมอบประสบการณ์นอกเหนือจากบนโต๊ะอาหาร

 

เมนูใหม่ที่เสิร์ฟอยู่ตอนนี้คือ ‘Vol.2 Thailand’s Culinary Journey’ มีให้เลือกระหว่าง The Signatures จำนวน 6 คอร์ส 3,900++ บาท และ Full Experience จำนวน 9 คอร์ส 4500++ บาท เมนูน่าสนใจ เช่น Fishtake, ข้าวต้มแห้ง หรือทาร์ตมิโซะช็อกโกแลตไทย

 

สอบถามเพิ่มเติม Baan Tepa Culinary Space

 

9. Sra Bua by Kiin Kiin

ห้องอาหารไทย สระบัว บาย กิน กิน มีเชฟผู้อยู่เบื้องหลังคือ เฮนริค อูล-แอนเดอร์เซน เชฟเจ้าของร้านอาหารไทยติดดาว Kiin Kiin ในเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่นี่จะนำเสนออาหารไทยในรูปแบบใหม่ซึ่งตีความโดยเฮนริค ผสมผสานทั้งเทคนิคและการนำเสนอที่น่าตื่นเต้น รวมถึงบอกเล่าวัฒนธรรมอาหารบ้านเราผ่านรสชาติได้อย่างน่าสนุกด้วย

 

ตอนนี้ห้องอาหารเปลี่ยนคอร์สเมนูใหม่แล้ว เป็น ‘Winter Journey’ ที่เชฟเฮนริคได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารไทย ญี่ปุ่น และยุโรป มีให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ราคาเริ่มต้น 8 คอร์ส 2,150++ บาท, 10 คอร์ส 3,200++ บาท และ 16 คอร์ส 3,900++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Siam Kempinski Hotel Bangkok

 

10. Catalan Cuisine at Embassy Room

ห้องอาหารสไตล์คาตาลันที่ได้เชฟชาวสเปนมาเป็นผู้คุมทีม โดยจะเรียกว่าเป็นห้องอาหารใหม่ก็คงได้ เพราะเปิดอยู่ในพื้นที่เดียวกับ Embassy Room ห้องอาหารเช้าของโรงแรมพาร์ค ไฮแอท ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นอีกบรรยากาศหนึ่งและเสิร์ฟอาหารคาตาลันระดับไฟน์ไดนิ่งทันทีตั้งแต่มื้อกลางวัน

 

เชฟเฟอร์ราน ผู้รับหน้าที่เฮดเชฟ ตั้งใจนำรสชาติและเมนูโปรดของเขาจากบ้านเกิดมาเสิร์ฟให้ทุกคน นำเสนอผ่านคอร์สเมนูที่ผสมผสานทั้งรูปแบบแชริ่งและจานของใครของมัน โดยมีให้เลือกทั้งมื้อกลางวัน 3 คอร์ส ราคา 1,400++ บาท และ 4 คอร์ส ราคา 1,800++ บาท หรือมื้อเย็น 7 คอร์ส ราคา 3,800++ บาท และ 10 คอร์ส ราคา 4,700++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Embassy Room

 

11. Canvas

อีกหนึ่งร้านอาหารที่มีตัวตนโดดเด่นชัดเจน และนำเสนอทุกวัตถุดิบได้อย่างมีศิลปะ นำโดย เชฟไรลีย์ แซนเดอร์ส ผู้หลงใหลในการวาดรูปและทำอาหาร เขาจึงนำทั้งสองอย่างมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นเมนูที่พวกเราจะได้ชิม

 

เชฟไรลีย์จะค้นหาวัตถุดิบในประเทศไทย ก่อนนำมาเปลี่ยนเป็นเมนูบนจานที่นำเสนอครบทั้งรสชาติ สัมผัส และหน้าตาที่ดูราวหลุดออกมาจากผืนผ้าใบแคนวาสที่วาดโดยเขาเอง สำหรับคอร์สเมนูใหม่ตอนนี้มีจานน่าสนใจ เช่น ‘whole duck in a bite’ ใช้เป็ดจากปากช่อง เสิร์ฟพร้อมกับรสชาติของพริก หอมแดง แมคาเดเมีย และใบชะมวง 

 

เมนูทั้งหมด 22 คอร์ส ราคา 6000++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Canvas

 

12. Maison Dunand

บ้านหลังใหม่ของ เชฟอาโน ดูนัง ที่มาพร้อมกลิ่นอายกระท่อมบนเนินเขาในประเทศฝรั่งเศส เชฟใช้บ้านเกิดและแคว้นที่ผูกพันแต่เด็กมาเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งร้าน ไปจนถึงเมนูอาหารที่จะเสิร์ฟให้ทุกคนชิม

 

อาหารฝรั่งเศสที่นี่จะมีความเป็นตัวตนของเชฟชัดขึ้น เพราะเชฟบอกว่าเขาจะทำทุกอย่างที่ตนเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดจาน วัตถุดิบ หรือรสชาติที่หลายคนคิดถึง เพราะที่นี่คือบ้านของเขาเอง

 

เมนูมีให้เลือกคือ มื้อกลางวัน 2,600++ บาท หรือมื้อค่ำ 4,800++ บาท และ 6,900++ บาท ส่วนไฮไลต์นอกจากเมนูอาหารที่อยากให้ทุกคนได้ลองก็คือ รถเข็นชีส ที่เชฟนำชีสบางชนิดมาเองจากฝรั่งเศสเลย

 

สอบถามเพิ่มเติม Maison Dunand

 

13. Lahnyai

ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งอีกแห่งของ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่งร้าน Le Du, นุสรา และ สมุทร จังหวัดภูเก็ต สำหรับที่นี่เชฟนำเมนูไทยๆ มาใส่ลูกเล่นให้สนุกขึ้นสไตล์ ‘หลานยายนุสรา’ ซึ่งหมายถึงตัวเขาเอง ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบต่างประเทศลงในเมนูอาหารที่พวกเราคุ้นเคย จนเกิดเป็นความแปลกใหม่ น่าสนุก และหลุดจากกรอบเดิมๆ

 

ตอนนี้ Lahnyai เสิร์ฟเมนู 16 คอร์ส ในราคา 3,590++ บาท มีเมนูน่าสนใจอาทิ เต้าคั่ว น้ำชุปหยำ แกงเหง้างอด

 

สอบถามเพิ่มเติม Lahnyai – หลานยาย Nusara

 

14. Wana Yook

ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งของเชฟชาลี กาเดอร์ เจ้าของ 100 มหาเศรษฐ์ ที่นำเมนู ‘ข้าวแกงไทย’ มายกระดับใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ก่อนเสิร์ฟให้ชิมในบรรยากาศบ้านทรงไทยโบราณย่านอนุสาวรีย์ฯ

 

สำหรับคอร์สเมนูใหม่ตอนนี้ ราคา 4,000++ บาท มีจานน่าสนใจ อาทิ ‘ทอดมันปลาอินทรี’ ของกินเล่นที่เชฟนำเมนูทอดมันในร้านข้าวแกงมายกระดับใหม่ โดยใช้ปลาอินทรีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เสิร์ฟพร้อมน้ำอาจาดที่มาในรูปของคาเวียร์ 

 

สอบถามเพิ่มเติม Wana Yook

 

15. Gaa

อีกร้านอาหารอินเดียอันโดดเด่น นำโดย เชฟการิมา อะโรรา ผู้ยกระดับทุกเมนูจากบ้านเกิดให้กลายเป็นอาหารหรูได้อย่างน่าตื่นเต้น โดยร้านย้ายมาเปิดบนโลเคชันใหม่ได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว อยู่ในบ้านไม้ทรงไทยอายุ 60 ปีใจกลางสุขุมวิท

 

สำหรับคอร์สเมนูตอนนี้คือ ‘rasa Menu’ ราคา 4,400++ บาท มีเมนูในคอร์ส เช่น Chaat, Paniyaram, Surf and Turf หรือ Corn

 

สอบถามเพิ่มเติม Gaa

 

16. Small Dinner Club

ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งในคอมมูนิตี้เจริญ 43 ที่นำเสนอวัตถุดิบไทยได้อย่างแปลกใหม่ สนุก และไม่เหมือนใคร ทุกเมนูเป็นฝีมือของ เชฟศรีล โรจนเมธินทร์ ผู้เคยทำงานในร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งออสเตรเลีย ก่อนจะกลับมาเปิดร้านของตัวเองที่นี่

 

อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นสไตล์เชฟส์เทเบิล มีทั้งหมด 12 คอร์ส เมนูใหม่ที่เป็นหนึ่งในไฮไลต์คือ ‘I got no beef with (for) you’ ราคา 4,500++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Small Dinner Club

 

17. Blue by Alain Ducasse

ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่มาพร้อมการตกแต่งสุดโมเดิร์น แถมอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้นั่งชมวิวสวยๆ ได้ตลอดมื้อ ที่นี่เป็นอีกร้านติดดาวมิชลินที่มี เชฟอลัง ดูคาส เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเขาคือหนึ่งในเชฟฝีมือยอดเยี่ยมระดับโลกและเป็นนักล่าดาวตัวยง โดยผู้ทำหน้าที่เฮดเชฟ ณ ร้านอาหารแห่งนี้คือ เชฟวิลฟริด อ็อกเก ผู้ได้รับการปลุกปั้นโดยเชฟอลัง ดูคาส มาเองกับมือ

 

คอร์สเมนูที่เสิร์ฟอยู่ตอนนี้มีให้เลือก 3 แบบ คือ มื้อกลางวัน 2,550++ บาท หรือซิกเนเจอร์เมนู 4,250++ และ 5,950++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Blue by Alain Ducasse

 

18. Elg

ร้านอาหารนอร์เวย์ไฟน์ไดนิ่งเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความพิเศษในตัวเอง ทุกเมนูรังสรรค์โดย เชฟเบนซ์-คะณานน คนดี ผู้ย้ายไปอยู่ประเทศนอร์เวย์ตั้งแต่อายุ 14 ปี ก่อนจะบินกลับมาประเทศไทย แต่ด้วยความติดใจวัฒนธรรมอาหารสแกนดิเนเวีย บวกกับยังไม่ค่อยพบเห็นในกรุงเทพฯ เขาจึงเปิดร้านนี้ขึ้นมาในตึกเล็กๆ บนถนนสุขุมวิท 71

 

เมนูปัจจุบันเป็นคอร์สฤดูหนาว เชฟชวนเข้าป่าล่าสัตว์ผ่านเมนู ‘VOL.4 Winter is coming’ เสิร์ฟอาหารจำนวน 12 คอร์สสไตล์เทสติ้งเมนูให้ชิม ในราคา 3,450++ บาท มีเมนูไฮไลต์ เช่น เนื้อกวางเรนเดียร์ ปลามังค์ฟิช เบอร์รีป่า

 

สอบถามเพิ่มเติม Elg Bangkok

 

19. TAAN

ห้องอาหารไทยที่ไม่ควรมองข้ามอีกแห่ง เพราะที่นี่เปลี่ยนเมนูอาหารไทยธรรมดาๆ ให้น่าสนใจ ดึงเมนูที่ทุกคนคุ้นเคยมานำเสนอใหม่ให้กินสนุก นำโดย เชฟเทพ-มนต์เทพ กมลศิลป์ ผู้รักในการตามหาวัตถุดิบ และตั้งใจใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นหรือผู้ผลิตรายเล็กที่มีของดี

 

คอร์สเมนูปัจจุบันชื่อว่า ‘แปลกหน้า’ เสิร์ฟเมนู 10 คอร์สให้ชิมในราคา 3,190++ บาท มีจานน่าสนใจ เช่น ขนมลา ปลาเผา, ซอร์เบตผัดไทย, ปลาบู่ 

 

สอบถามเพิ่มเติม TAAN Bangkok

 

20. CODA

ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่เกิดจาก เชฟแท็ป-ศุภสิทธิ์ ก๊กผล ผู้เติบโตมาในครอบครัวเจ้าของร้านมหาชัยซีฟู้ด (แต่ปัจจุบันส่งต่อให้คนอื่นดูแลแล้ว) เขาจึงคลุกคลีกับอาหารมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นจึงเข้าทำงานในร้านอาหารดังมากมายเพื่อฝึกฝีมือ ก่อนจะเริ่มเปิดร้านนี้ด้วยการนำอาหารที่ตัวเองชอบและธุรกิจของครอบครัวมาเป็นแรงบันดาลใจ

 

คอร์สเมนูปัจจุบันจึงเต็มไปด้วยวัตถุดิบซีฟู้ด บวกกับรสชาติที่น่าตื่นเต้น น่าจดจำ ทำให้เรารู้สึกไม่เบื่อตลอดการนั่งรับประทาน โดยเชฟแท็ปเสิร์ฟเมนูจำนวน 6 คอร์สให้ชิม ในราคา 3,300++ บาท มีจานน่าสนใจ เช่น ลักซาปูอลาสก้า, Curry Crab Chawanmushi หรือ Tiger Prawns

 

สอบถามเพิ่มเติม Coda Bangkok

 

21. Mia

ร้านอาหารยุโรปกลิ่นอายเอเชียที่นำโดยสองเชฟคู่รัก ท็อป-พงษ์ชาญ รัสเซล และ มิเชล โก ความโดดเด่นของที่นี่คือการนำเสนอเมนูตามฤดูกาลฝั่งยุโรป แต่ใช้วัตถุดิบจากฝั่งเอเชีย ผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิดหน่อย ทำให้รสชาติและสัมผัสในแต่ละจานมีความเบา ทว่าเข้มข้นกินสนุก

 

คอร์สเมนูปัจจุบันเป็นฤดูหนาว เสิร์ฟเทสติ้งเมนูจำนวน 5 และ 8 คอร์สให้ชิม ในราคา 3,850++ และ 4,850++ บาท มีจานน่าสนใจ อาทิ ‘Confit Glory Bay King Salmon’ ใช้แซลมอนจากนิวซีแลนด์ เสิร์ฟพร้อมเจลเสาวรส ผักโขม อิกุระ และเมล็ดฟักทอง

 

สอบถามเพิ่มเติม Mia restaurant

 

22. JHOL

ร้านอาหารอินเดียตอนใต้ที่เราเชื่อว่าหลายคนมาลองแล้วต้องติดใจ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยความจัดจ้าน เข้มข้น และยกระดับทุกเมนูให้น่ากินจนอาจลืมภาพอาหารอินเดียแบบเดิมๆ โดยเชฟเจ้าของคือ ฮาริ นายัค เชฟชื่อดังจากอินเดียที่มีร้านอาหารอีกหลายแห่งทั่วโลก

 

สำหรับที่นี่จะมีให้เลือกทั้งอะลาคาร์ตหรือเทสติ้งเมนู หากใครมาลองครั้งแรกหรือไม่รู้จะสั่งอะไรดี เราแนะนำให้ลองเทสติ้งเมนู 1,999++ บาท ที่เลือกแต่เมนูเด็ดๆ มาให้แล้ว อาทิ Baby Back Injipuli Pork Ribs ซี่โครงหมูซอสมะขามที่ย่างเปื่อยนุ่มและซอสซึมเข้าเนื้อ

 

สอบถามเพิ่มเติม JHOL

 

23. Adhoc

ร้านอาหารไทยที่ซ่อนตัวอยู่ในพร้อมพงษ์ นำโดย เชฟป๊อป-พิชชากร รามบุตร ผู้ถ่ายทอดอาหารไทยออกมาได้อย่างจัดจ้าน ทันสมัย แต่ไม่ทิ้งรสชาติดั้งเดิม โดยร้านเป็นสไตล์ Private Dining ที่เปิดรับเฉพาะผู้จองมาล่วงหน้าเท่านั้น

 

คอร์สเมนูปัจจุบันมีทั้งหมด 12 คอร์ส เสิร์ฟให้ชิมในราคา 3,900++ บาท มีจานน่าสนใจ อาทิ ‘ซ่ากุ้ง’ เชฟได้แรงบันดาลใจมาจาก ซ่าหมู เมนูยำของชาวอีสาน แต่นำมาทำใหม่โดยใช้กุ้งมังกรเจ็ดสีจากภูเก็ต ส้มซ่า ข้าวเหนียวคั่วใหม่ และยำกระเทียมโทนดองน้ำส้มสายชู กินคู่กับชมพู่และคาเวียร์หัวหิน

 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ADHOC BKK

 

24. Keller

ร้านอาหารยุโรปร่วมสมัยในบรรยากาศสดใสโรแมนติกแต่ไม่ทิ้งความหรู เชฟผู้อยู่เบื้องหลังทั้งการออกแบบและเมนูอาหารก็คือ เชฟเมอร์โค เคลเลอร์ ชาวเยอรมันผู้อยู่ในไทยมานานสิบกว่าปี และเขาต้องการนำทั้งรสชาติและเมนูโปรดในวัยเด็กมาเสิร์ฟให้พวกเราได้ชิม ผ่านเมนูทั้งรูปแบบอะลาคาร์ต และเซ็ตเมนู 8 คอร์ส 4,500++ บาท

 

สำหรับคอร์สเมนูใหม่ที่เชฟเพิ่งรังสรรค์ มีเมนูน่าสนใจ อาทิ ‘Wagyu Tenderloin’ เนื้อวากิวเสิร์ฟพร้อมบัตเตอร์นัทสควอช 5 แบบ คือ ดิบ ย่าง พิวเรรสแกง ทำเป็นซอสบอร์เดอเลส และสุดท้ายใช้ส่วนเมล็ด

 

สอบถามเพิ่มเติม Keller Bangkok

 

25. Haoma

ร้านอาหารนีโอ-อินเดียนที่เพิ่งได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดาวปีแรกในปีนี้ นำโดย Deepankar Khosla หรือ เชฟดีเค ชาวอินเดียผู้ตั้งใจนำเสนอวัฒนธรรมอาหารอินเดียให้คนทั่วไปได้รู้จัก ผ่านอาหารสไตล์เทสติ้งเมนูระดับไฟน์ไดนิ่ง โดยมีสวนผักและสมุนไพรปลูกเองหลังร้านเป็นอีกวัตถุดิบภูมิใจนำเสนอ

 

เมนูปัจจุบัน 10 คอร์ส ราคา 3,490++ บาท มีจานน่าสนใจ อาทิ ‘Textures of coconut’ เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากพุดดิ้งข้าว ของหวานดั้งเดิมของชาวอินเดียตอนใต้ โดยนำมาทำใหม่เป็นของหวานจากมะพร้าวในรูปแบบไอศกรีม น้ำแข็งไส และคริสป์

 

สอบถามเพิ่มเติม Haoma

 

26. 80/20

ร้านอาหารไทยที่โฟกัสวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลเป็นหลัก นำโดย แอนดรูว์ มาร์ติน เฮดเชฟชาวญี่ปุ่น-แคนาดา ผู้นำการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนูอาหาร อีกทั้งเขายังไม่ทิ้งรสชาติจัดจ้านสไตล์ไทยๆ และนำเสนอเมนคอร์สในรูปแบบสำรับที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยด้วย

 

คอร์สเมนูปัจจุบันเป็นเทสติ้งเมนู 14 คอร์ส ราคา 3,500++ บาท เมนูน่าสนใจ เช่น ต้มยำญี่ปุ่น เป็ดยิ้มยิ้ม ชาเนื้อช็อกโกแลต

 

สอบถามเพิ่มเติม 80/20bkk

 

27. Stage

ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่นำโดย เชฟเจย์-สายนิสา แสงสิงแก้ว ผู้เคยฝึกงานในครัวร้านอาหารดังและทำงานร่วมกับเชฟมือดีมากมาย เชฟนำประสบการณ์เหล่านั้นมาขัดเกลาจนเกิดเป็นร้านแห่งนี้ ที่นำเสนอรสชาติอาหารฝรั่งเศสได้อย่างน่าสนุก และเต็มไปด้วยเทคนิคการทำอาหารจากทั่วมุมโลก

 

ปัจจุบันร้านเดินทางมาถึงคอร์สเมนูเวอร์ชัน ‘Stage 9.0’ เสิร์ฟเมนูยอดนิยมที่หลายคนคิดถึงให้ชิม โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 5 คอร์ส 2,200++ บาท, 7 คอร์ส 3,500++ บาท และ 10 คอร์ส 4,900 ++บาท มีไฮไลต์ เช่น Stage Caviar Box, เกาลัด, อูนิทอร์เทลลินี หรือขนมหวาน Baba au Rhum

 

สอบถามเพิ่มเติม Restaurant Stage

 

28. Villa Frantzén

ร้านอาหารสัญชาติสวีเดนที่มาพร้อมบรรยากาศอบอุ่น และครัวแบบเปิดในบ้านหลังใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลังร้านแห่งนี้คือ เชฟบยอร์น ฟรันต์เซน (Björn Frantzén) เจ้าของร้านอาหารหลายแห่งทั่วโลก เช่น Frantzén ร้านอาหาร 3 ดาวมิชลินในสวีเดน หรือ Zén ในประเทศสิงคโปร์

 

ที่นี่เชฟต้องการเสิร์ฟอาหารนอร์ดิกให้ทุกคนรู้จัก ด้านในร้านจึงมาพร้อมบรรยากาศสบายๆ เหมือนบ้านหลังหนึ่ง โดยอาหารจะเสิร์ฟในรูปแบบแชริ่งให้กินด้วยกัน อีกความแตกต่างหนึ่งคือ ทุกคนสามารถเลือกเมนูในแต่ละคอร์สเองได้ 

 

เมนูจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลหรือวัตถุดิบ ตอนนี้มีจานใหม่ๆ น่าชิม เช่น Chicken »pôche-grillé« & burned cream หรือ Coconut & lemongrass sorbet เสิร์ฟให้ชิมผ่านเมนู 6 คอร์ส 4,200++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติม Villa Frantzén

 

29. Savelberg

หลังจากย้ายร้านมาอยู่ในซอยเย็นอากาศ Savelberg ก็ยังคงเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส 1 ดาวมิชลินที่หลายคนเลือกกลับมาอีกครั้ง นำทีมโดย เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก (Henk Savelberg) ผู้ทำอาหารสไตล์ฝรั่งเศสทันสมัย ผสมกลิ่นอายดัตช์ที่เป็นบ้านเกิด

 

สำหรับเมนูปัจจุบันมีให้เลือกตั้งแต่ Savelberg Experience เมนูซิกเนเจอร์ 6 คอร์ส ราคา 4,850++ บาท สามารถเลือกเพิ่มจานพิเศษได้ เช่น ‘fabergé Egg’ ครีมมันฝรั่งท็อปด้วยคาเวียร์ชนิดดีที่สุดในโลก หรือ ‘caviar Langoustine’ ลังกู้สตีนกับคาเวียร์ชนิดเดิม โดยราคาขึ้นอยู่กับน้ำหนักคาเวียร์ที่เราเลือก

 

สอบถามเพิ่มเติม Savelberg Thailand

 

30. J’aime by Jean-Michel Lorain

ร้านอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกที่มี ฌอง-มิเชล โลรองต์ (Jean-Michel Lorain) อีกหนึ่งเชฟ 3 ดาวมิชลินระดับตำนานเป็นอยู่อยู่เบื้องหลัง โดยเขาส่งศิษย์เอกอย่าง อเมริโก้ เซสติ (Amerigo Sesti) มาเป็นเฮดเชฟประจำครัว J’aime ร้านอาหารแห่งแรกในไทยของเขา เพื่อนำเสนอรสชาติสไตล์ฝรั่งเศสที่เข้ากับสมัยและไม่เข้าถึงยากจนเกินไป

 

เมื่อมาที่นี่ทุกคนจะเลือกเซ็ตเมนูได้ 3 แบบ คือ Picnic Lunch จำนวน 4 คอร์ส 1,400++ บาท, Lorain’s Signature จำนวน 7 คอร์ส 2,400++ บาท และ J’aime Journey จำนวน 10 คอร์ส 3,100++ บาท ในแต่ละเซ็ตมีเมนคอร์ส เช่น เป็ดบาบารี่ วากิวสเต๊ก นกพิราบ

 

สอบถามเพิ่มเติม J’AIME by Jean-Michel Lorain

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising