×

พระเครื่อง กับมูลค่าพลังศรัทธาที่น่าตะลึง

19.03.2021
  • LOADING...
พระเครื่อง

***บทความนี้ต้องการนำเสนอมุมมองทางเศรษฐกิจต่อวงการพระเครื่อง ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนแต่อย่างใด  


ในปี 2553 มีการบันทึกสถิติการเช่าพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ด้วยราคาสูงถึง 35 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ารถเฟอร์รารี ทำให้พระเครื่องเป็นหนึ่งในมวลสารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

และคุณรู้หรือไม่ว่าในแต่ละปีมีเงินหมุนเวียนในวงการพระเครื่องมากกว่า 7 พันล้านบาท ยังไม่นับรวมการปล่อยเช่าในระบบออนไลน์และการเช่าประมูลในต่างประเทศ ถ้ารวมๆ กันแล้วคาดว่ามีเงินที่อยู่ในแวดวงพระเครื่องสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว 


สมัยก่อนคณาจารย์สร้างพระเครื่องด้วยความเคารพศรัทธา เพื่อทำนุบำรุงศาสนา ป้องกันภัยยามศึกสงคราม เวลาผ่านไปก็มีคนเสาะแสวงหา สะสม จนเริ่มมีการแลกเปลี่ยน ทำให้พระเครื่องค่อยๆ ทวีค่าขึ้นตามเวลา กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า และมีอาชีพเช่า (ซื้อขาย) พระเครื่องในปัจจุบัน” หลง-เพิ่มศักดิ์ จันทร์ศรี จากร้านพรสมพงษ์ พันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน ให้ข้อมูลกับเรา  


หลงบอกว่าพระเครื่องไม่มีมูลค่าตายตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดในยุคนั้นๆ อย่างพระเครื่องเบญจภาคี หรือพระเครื่องที่มีการจัดอันดับยอดนิยม 5 อันดับ ได้แก่ พระสมเด็จ (โต), พระผงสุพรรณ, พระนางพญา, พระรอด และพระกำแพง มีการปล่อยเช่าที่ว่ากันว่ามีราคาหลักล้านขึ้นไป โดยมีการปล่อยเช่าทั้งตลาดในไทยอย่างที่ท่าพระจันทร์, พันธ์ุทิพย์ งามวงศ์วาน, SC Plaza สายใต้ใหม่ รวมทั้งการซื้อขายออนไลน์ผ่านเพจและการไลฟ์ทางเฟซบุ๊ก อีกทั้งยังได้รับความนิยมไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่าง จีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ที่เดินทางมาเช่าพระในประเทศไทยเพื่อไปเปิดประมูลเช่าในประเทศของเขา โดยจะเน้นไปที่พระให้โชคลาภเรื่องการค้าขาย 


สมัยก่อนการเสาะหาพระเครื่องก็มักจะไปหาตามบ้านที่อยู่ใกล้วัด หรือเช่าที่มัคนายก หรือไม่ก็ไปตามงานประกวดพระ ผ่านมาอีกยุค นักสะสมพระเครื่องก็ติดต่อกันผ่านนิตยสาร หรือไม่ก็เดินดุ่มๆ ไปตามหาที่ร้านเช่าที่น่าเชื่อถือ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การปล่อยเช่าพระในระบบออนไลน์ก็กลายเป็นช่องทางที่มาแรงทีเดียว


“คนอาจจะติดภาพว่าการสะสมพระเครื่องคือโลกของคนมีอายุ แต่วินาทีนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ถ้าลองไปเดินในสนามพระเครื่องจะเห็นว่าคนที่สะสมสมัยนี้อายุไม่เกิน 40 ปีทั้งนั้นเลย เพราะถ้าจับจุดได้ก็จะมีรายได้ค่อนข้างดี เรียกว่าดีกว่าทำงานประจำเสียอีก เช่น เด็กจบใหม่อาจได้เงินเดือนประมาณ 2 หมื่นบาท แต่ถ้าเข้ามาในวงการนี้แล้วขยันหน่อย รายได้ต่อเดือนต่ำๆ ก็ประมาณ 5-8 หมื่นบาท อย่างพระใหม่ออกวันนี้ปล่อยเช่า 100 บาท บางองค์ออกจากวัดก็มีคนรอรับซื้อแล้วที่ 300-400 บาท แล้วเวลาเช่าก็เช่าทีละเป็นร้อยองค์” หลงเล่าเสริม


มูลค่าของพระเครื่องมีลักษณะขึ้นลงตามดีมานด์และซัพลายคล้ายกับตลาดหุ้น อย่างเครื่องรางของขลังรุ่นใหม่ๆ ก็อาจจะมีความต้องการสูง เช่าเพียงไม่นานก็อาจขายได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ถ้ามีการสร้างขึ้นมากๆ ก็จะทำให้มูลค่าตกลงตามซัพพลายที่เพิ่มขึ้น 


“ถ้าเป็นพระที่เขาเล่นกันมานานตั้งแต่สมัย 30-40 ปีก่อน ราคาก็จะเสถียร เขาเรียกว่าพระตลาด คือมีแล้วเหมือนมีเงินสดอยู่ในเมือ แต่เครื่องรางของขลังอย่างไอ้ไข่ วัดเจดีย์ พอมีกระแสคนก็หากัน ทำให้มูลค่าในตลาดสูงขึ้น แต่พอคนทำออกมาเยอะๆ ความต้องการก็ลดลง ขณะที่เกจิสมัยก่อนอย่าง หลวงพ่อคม หลวงปู่โต๊ะ อันนั้นก็จะเรียกว่าเป็นสแตนดาร์ด คนก็จะเก็บไว้ ยิ่งเก็บนานก็ยิ่งมีมูลค่า”  


สำหรับมือใหม่ที่เริ่มสะสมพระเครื่อง หลงแนะนำว่าก่อนอื่นต้องแยกประเภทของพระเครื่องให้ได้ว่าคืออะไร เนื้ออะไร จะเป็นโลหะ เนื้อดิน เนื้อชิ้น เนื้อผง รวมทั้งศึกษาหาข้อมูลประวัติที่มา วิวัฒนาการของการสร้างในแต่ละยุค และยังแยกย่อยไปถึงลักษณะเฉพาะของพระเครื่องแต่ละองค์ว่ามีจุดสังเกตที่ตรงไหน ดูตำหนิจากอะไร ซึ่งจะไม่มีอะไรตายตัว ต้องอาศัยการหาข้อมูลจากหนังสือหรืออินเทอร์เน็ต


“ในมุมของผม ต้องรู้ก่อนว่าเข้ามาเพราะอะไร เรามักจะได้ยินคำว่าขายพระกิน แต่ปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว พระเครื่องเปรียบเสมือนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง เราจะเช่าก็ต้องรู้ว่าเช่าเพราะศรัทธาหรือว่าเป็นธุรกิจ ถ้าเป็นอย่างหลังก็ต้องดูให้ออกว่าจะเก็บสะสมพระอะไร ข้อแนะนำคือต้องเก็บพระที่คนทั่วไปรู้จัก เช่น หลวงพ่อทวด หลวงพ่อคูณ หลวงปู่ทิม หลวงปู่โต๊ะ คือเอ่ยชื่อมาแล้วรู้จัก ไม่ต้องอธิบายมาก อันนั้นเขาเรียกว่าพระตลาด จากวันนี้อีก 100 ปีก็ยังปล่อยเช่าได้ แต่ถ้าจะลงไปเช่าพระที่สร้างใหม่ ผลตอบแทนก็โอเค แต่ก็ต้องเช่าให้ไวและปล่อยให้ถูกจังหวะ อย่างที่สองคือต้องดูพระเป็น แบ่งแยกบล็อก แบ่งแยกหลวงพ่อให้ได้ ประเมินราคาให้ได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้หาได้ตามหนังสือ อินเทอร์เน็ต หรือปรึกษาผู้ชำนาญการด้านพระเครื่องเขาก็ยินดีให้คำปรึกษา”

 

พระเครื่อง 5 รุ่นที่น่าสนใจ 

ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน พระเครื่องที่ได้รับความนิยมจะเป็นพระที่เกี่ยวกับโชคลาภ ค้าขายคล่อง เก็บไว้ในระยะยาวแล้วไม่ขาดทุน 

 

พระเครื่อง

 

เหรียญรุ่นเจริญพร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ พ.ศ. 2517

(เนื้อทองคำ ราคาเช่าประมาณ 20 ล้านบาท) 

ด้วยชื่อที่เป็นมงคล และความเป็นมาก็น่าสนใจ ว่ากันว่าเหรียญของหลวงปู่ทิมจะสร้างก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและเสร็จก่อนพระอาทิตย์ตก หมายความว่าชีวิตจะไม่มีวันตกต่ำ เพราะฉะนั้นคนจึงหาเหรียญเจริญพรของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ กันมาก ซึ่งจะมีทั้งเจริญพรล่าง เจริญพรบน ปัจจุบันเนื้อทองแดงจะเช่ากันอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาท ส่วนเนื้อเงินจะมีราคาหลักล้านขึ้นไป เนื้อนวโลหะ (โลหะผสมหลายอย่างตามสูตรมงคลโบราณ) ก็จะแพงขึ้นไปอีก และเนื้อทองคำอาจพุ่งขึ้นไปถึง 20 ล้านบาท 

 

พระเครื่อง

 

เหรียญรุ่นสร้างบารมี หลวงพ่อคูณ พ.ศ. 2519  

(เนื้อทองแดง ราคาเช่าประมาณ 2 แสนบาทขึ้นไป)

พระที่เป็นที่นิยมต้องเป็นพระที่มีชื่อเสียง อย่างหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ใครก็รู้จัก เหรียญที่ดังที่สุดของท่านคือเหรียญสร้างบารมี สร้างที่วัดบ้านไร่เมื่อปี 2519 ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ราคาเนื้อทองแดงอยู่ที่ราว 2 แสนบาทขึ้นไป 

 

พระเครื่อง

 

พระปิดตา รุ่นปลดหนี้ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

(เนื้อผงใบลาน ราคาเช่าประมาณ 1.2 แสนบาท)

สมัยก่อนมีความเชื่อว่าพระปิดตาไม่ดี ทำให้คลอดลูกยาก เงินทองไม่เข้า เพราะปิดหมด แต่ความจริงแล้วพระปิดตาเป็นภาคหนึ่งของพระสังกัจจายน์ ปิดตาคือปิดกิเลส ปิดความไม่ดี ไม่ให้โชคร้ายเข้ามา พระปิดตาสมัยนี้จึงเป็นที่นิยมของคนที่หวังโชคลาภ การค้าขาย พระปิดตาปลดหนี้หลวงปู่โต๊ะเนื้อผง ราคาอยู่ที่ประมาณ 2-3 แสนบาท ถ้าเป็นเนื้อผงใบลานสีดำ ราคาประมาณ 1.2-1.3 แสนบาท 

 

พระเครื่อง

 

เหรียญรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พ.ศ. 2508

(เนื้อทองแดง ราคาเช่าประมาณ 1 ล้านบาท)

เหรียญเลื่อนพระสมณศักดิ์ สร้างในวาระเลื่อนสมณศักดิ์ของหลวงพ่อทวดเมื่อปี 2508 เชื่อกันว่าคนที่เป็นเจ้าของจะได้ยศตำแหน่ง อีกทั้งพระเครื่องหลวงพ่อทวดเด่นเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย โดยเนื้ออัลปากา (โลหะผสมระหว่างทองแดงกับนิกเกิล) ราคาอยู่ที่ 4 แสนบาทในองค์ที่สวยสมบูรณ์ แต่ถ้าเป็นเนื้อทองแดงจะแพงขึ้นไปอีก อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท 

 

พระเครื่อง

 

เหรียญรุ่นสรงน้ำ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค 

(เนื้อทองแดง ราคาเช่าประมาณ 2.5 แสนบาท)

พระเครื่องรุ่นนี้เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนานในตลาด ที่น่าสนใจคือหลวงพ่อพรหมมรณกรรมไปนานแล้ว แต่ร่างไม่เน่าเปื่อย เล็บและผมก็ยังงอกออกมาทุกปี ซึ่งเหรียญสรงน้ำเป็นเหรียญที่สร้างชื่อให้กับท่าน เด่นมากทางด้านโภคทรัพย์ แคล้วคลาด เมตตามหานิยม ราคาเนื้อทองแดงอยู่ที่ราวๆ 2 แสนบาท ถ้าเป็นสเตนเลสหรือเนื้อทองเหลืองจะอยู่ที่ 7-8 แสนบาท

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

  • LOADING...

READ MORE



Latest Stories