×

ปปง. เตือนผู้เสียหาย STARK ยื่นคำร้องเรียกค่าชดเชย ก่อนเส้นตาย 26 ก.พ. นี้

15.02.2024
หุ้น STARK

ปปง. สั่งอายัดทรัพย์สิน ‘ชนินทร์กับพวก’ ผู้ต้องหาโกงหุ้น STARK เพิ่มเติม 34 รายการ มูลค่า 2,541 ล้านบาท ยันไม่จบแค่นี้ ส่งหนังสือเรียก ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ เข้าให้ปากคำ

 

เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า มติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมฯ ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ดังนี้ สั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 26 รายคดี ทรัพย์สิน 228 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 2,635 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน หรือการยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการลักลอบหนีศุลกากร 

 

โดยมีรายคดีสำคัญ ประกอบด้วย รายคดี ชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตประธานกรรมการ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK กับพวก ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกง ประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการยักยอกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ กรณี บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น ซึ่งชนินทร์เป็นประธานกรรมการบริษัทในขณะนั้น มีพฤติการณ์ตกแต่งงบการเงินของบริษัทเพื่อแสดงผลการดำเนินการที่ดีและสูงกว่าความเป็นจริง ต้องการให้เป็นที่สนใจของผู้ลงทุน 

 

โดยกรณีคดี STARK สำนักงาน ปปง. ได้เคยอายัดทรัพย์สินไว้แล้วก่อนหน้านี้ครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 จำนวน 16 รายการ มูลค่า 354 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดในที่ประชุมวันที่ 13 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวเพิ่มเติมอีกจำนวน 34 รายการ เป็นที่ดินและเงินในบัญชีเงินฝาก มูลค่า 2,541 ล้านบาท 

 

เปิด 3 ประเด็นผู้เสียหายกังวล

 

ปิยะ ศรีวิกะ ผู้อำนวยการกองคดี 2 สำนักงาน ปปง. กล่าวว่า จากการได้ร่วมพูดคุยหารือกับกลุ่มเสียหายกรณี STARK และกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด มีประเด็นที่ข้อกังวลใน 3 ประเด็น ดังนี้

 

  1. การดำเนินคดีอาญา ซึ่งข้อมูลที่ ปปง. ได้รับจะมีทั้งบุคคลที่ถูกฟ้องและไม่ถูกฟ้อง ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายมีความสงสัยว่า ปปง. จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขอชี้แจงกระบวนการทางคดีอาญาเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้นในการดำเนินการโดย ปปง. ยังมีอำนาจในการตรวจสอบทั้งในส่วนของความเชื่อมโยงทางการเงินและพฤติการณ์แวดล้อมได้ ดังนั้นบุคคลที่ยังไม่ถูกฟ้องคดีอาญาก็ยังอยู่ในการกระบวนการตรวจสอบของ ปปง. และจะขยายผลต่อไป หลังจากยึดอายัดทรัพย์สินมา 2 ครั้ง มูลค่ารวมกันประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ายังไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในการยึดอายัดทรัพย์สินของคดีนี้ซึ่งจะยังทำการตรวจสอบเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

 

  1. ทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศมีการตรวจสอบครบ โดยมีการทำการยึดอายัดใน 2 ส่วนคือ ทรัพย์สินที่อายัดทรัพย์ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กับทรัพย์สินที่ไม่ได้ยึดอายัดโดยขอบข่ายของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งกรณีนี้ ปปง. มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องใช้กฎหมาย ปปง. เร่งรัดในการดำเนินการ 

 

อย่างไรก็ดี ในส่วนของทรัพย์สินที่อายัดทรัพย์ไว้ โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ในส่วนของสำนักงาน ปปง. ก็ได้ประสานกับ ก.ล.ต. เพื่อทำการตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินของกลุ่มผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องสำคัญรวมอยู่ด้วยหรือไม่

 

  1. ส่วนทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดกับผู้เกี่ยวข้องสำคัญ ตรวจสอบพบการทำธุรกรรมการเงินจำนวนมากหลายหมื่นธุรกรรม จึงเป็นความยุ่งยากซับซ้อน โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีทั้งบุคคลที่ทำธุรกรรมที่สุจริตและธุรกรรมที่ได้ประโยชน์ไปโดยไม่มีมูลหนี้ที่แท้จริง ซึ่งสำนักงาน ปปง. ไทยอยู่ระหว่างการติดตามทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศ โดยขอความร่วมมือกับ ปปง. ต่างประเทศทั่วโลกที่ตรวจพบเส้นในการย้ายเงินออกไปต่างประเทศ

 

ส่งหนังสือเรียก ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ เข้าให้ปากคำ

 

ส่วนกรณีของ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกอัยการสั่งฟ้อง สำนักงาน ปปง. ได้ทำหนังสือเชิญเข้ามาให้ปากคำ แต่ขณะนี้อยู่ในเรือนจำ ดังนั้น ปปง. จะประสานอีกครั้งว่าจะสอบปากคำในช่วงใด ส่วนรายการทรัพย์สินของวนรัชต์มีมูลค่าค่อนข้างมากซึ่งยังไม่พบว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกมา 

 

อย่างไรก็ดี ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สินที่วนรัชต์ได้มาทั้งก่อนกับระหว่างมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ทำการยึดอายัดทรัพย์สินของวนรัชต์ไว้แล้วซึ่งมีมูลค่าที่สูง ส่วนมูลค่ายังไม่ได้ประเมินหรือเปิดเผยได้ เนื่องจากจำเป็นต้องมีคำสั่งในการยึดอายัดทรัพย์สินของคณะกรรมการธุรกรรมออกมาก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยมูลค่าได้ เพราะถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล 

 

เตือนผู้เสียหายเร่งยื่นแบบส่งคำร้องค่าชดเชยภายใน 26 ก.พ. นี้ 

 

ปิยะกล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการในการคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหายคดี STARK ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายที่มีสิทธิ์ยื่นได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ได้แก่

 

  1. กลุ่มผู้เสียหายจากหุ้นกู้
  2. กลุ่มผู้เสียหายจากหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP)
  3. กลุ่มเสียหายจากหุ้นสามัญ 

 

โดยผู้เสียหายต้องเข้ายื่นแบบส่งคำร้องมีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับจากวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 ที่คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดคดีชนินทร์กับพวกครั้งแรก ซึ่งกำลังจะครบกำหนดในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายจากหุ้นกู้ STARK ล่าสุดมีผู้แทนผู้เสียหายเข้ามายื่นคำร้องกับสำนักงาน ปปง. ครบถ้วนทุกรายแล้ว รวมประมาณ 4,600 ราย หลังปิดครบกำหนด สำนักงาน ปปง. จะนำเอกสารคำร้องมาพิจารณาว่าผู้ที่ยื่นเอกสารอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาการชดใช้เงินคืนหรือไม่ โดยจะต้องรอให้คำพิพากษาออกมาถึงที่สิ้นสุด


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories