×

ร้านอะเหน่ (Raan A-Né) ความอร่อยที่เชื่อมโยงความผูกพันของคุณยายและหลานสาว

21.06.2019
  • LOADING...
Raan A-Né

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • อะเหน่ในภาษาจีนไหหลำหมายถึงยาย ซึ่งเป็นคำที่ อ๊อน-พัทธ์ธีรา สกุลวิริยะธรรม ใช้เรียกคุณยายที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก คุณยายของเธอเป็นคนพิถีพิถันในเรื่องอาหาร ชอบทำกับข้าวเข้าครัว ในปีที่คุณยายเข้าสู่วัยที่ 88 หลานสาวจึงเปิดร้านให้เป็นของขวัญ มีกุ้งและปูเป็นวัตถุดิบหลักซึ่งเป็นของที่ยายโปรด แล้วนำคำที่ใช้เรียกขานมาตั้งเป็นชื่อร้าน
  • อาหารจานหลักเป็นสไตล์ไทย-จีน ยืนพื้นไว้ 3 อย่าง คือ กะเพรา หม่าล่า และไข่เค็ม  

เมื่อลงมือทำสิ่งใดด้วยความรัก เรามักทำสิ่งนั้นอย่างตั้งใจ และเมื่อทำสิ่งใดเพื่อคนที่เรารักด้วย ความรักยิ่งช่วยสร้างกำลังใจ ‘ร้านอะเหน่’ ก่อร่างสร้างขึ้นจากทั้งความตั้งใจและกำลังใจ เป็นความตั้งใจของหลานสาวที่หมายจะทำร้านที่สื่อถึงความผูกพันที่มีต่อคุณยาย และกำลังใจจากคุณยายก็เป็นแรงสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้เกิดขึ้นได้

 

อะเหน่ในภาษาจีนไหหลำหมายถึงยาย ซึ่งเป็นคำที่ อ๊อน-พัทธ์ธีรา สกุลวิริยะธรรม ใช้เรียกคุณยายที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก คุณยายของเธอเป็นคนพิถีพิถันในเรื่องอาหาร ชอบทำกับข้าวเข้าครัว ในปีที่คุณยายเข้าสู่วัยที่ 88 หลานสาวจึงเปิดร้านให้เป็นของขวัญ มีกุ้งและปูเป็นวัตถุดิบหลักซึ่งเป็นของที่ยายโปรด แล้วนำคำที่ใช้เรียกขานมาตั้งเป็นชื่อร้าน

 

ร้านอะเหน่ จึงหมายถึงร้านคุณยาย

 

“อ๊อนสนิทกับอะเหน่มากค่ะ จะได้ยินเขาพูดตลอดว่า น้องอ๊อนเป็นหลานรักของอะเหน่นะ เขาเลี้ยงอ๊อนตอนเด็ก พอโต อ๊อนก็มาอยู่กับปะป๊าหม่าม้า เราเป็นครอบครัวใหญ่ แม้ตอนนี้ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่ก็ไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด เมื่อก่อน ตอนที่อะเหน่ยังแข็งแรงอยู่ เขาชอบทำอาหาร ทำให้อากง ทำให้ลูกหลานกิน อ๊อนโตมาก็ซึบซับตรงนี้ เพราะบ้านเราทำอาหารกินกันเอง”

 

Raan A-Né

อ๊อน-พัทธ์ธีรา สกุลวิริยะธรรม

 

หลานสาวทบทวนความทรงจำวัยเยาว์ เพื่อบอกเล่าภาพของคุณยายที่เธอเคยเห็น ผู้หญิงที่ตื่นแต่เช้า ขลุกอยู่ในครัว ทำกับข้าวอย่างคล่องแคล่ว

 

“สมัยก่อนที่อะเหน่ทำอาหาร เขาต้องก่อไฟนะคะ เตาแก๊สก็มี แต่ด้วยความเคยชิน เขาก็เลือกก่อไฟทำอาหาร และต้องตื่นมาทำตั้งแต่เช้า ปลุกลูกหลานให้ตื่นมากินข้าว เขาจะเป๊ะเรื่องเวลากินข้าวมาก อะเหน่เป็นคนไม่ดุเลย ขี้อ้อน ชอบคนเอาใจ แต่เรื่องกินข้าวเป็นเรื่องใหญ่ของเขา เช้า กลางวัน เย็น ต้องกิน ไม่ต้องกินเยอะ ก็ได้แต่ต้องกิน เขากลัวเราเป็นโรคกระเพาะ กลัวไม่สบาย แล้วจะเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง”

 

แล้วหลานก็ตามรอยคุณยาย อ๊อนบอกว่า เธอเองก็ชอบเข้าครัว มักทดลองสูตรอาหารให้ถูกลิ้นและตรงใจ กระทั่งร้านที่มีความเชื่อมโยงกับคุณยายผุดขึ้นมาในความคิด

 

“พออะเหน่อายุมาก เขาก็เข้าครัวไม่ไหว เลยชอบกินข้าวนอกบ้านมากขึ้น อ๊อนเลยคิดอยากทำร้านนี้ ก็ไปบอกเขา เดี๋ยวอ๊อนจะหาที่ทำร้านแล้วตั้งชื่อว่าอะเหน่นะ”

 

ไม่เพียงคำเรียกที่ใช้เป็นชื่อร้าน โลโก้ร้านก็ถอดแบบมาจากใบหน้าใจดีของคุณยาย มีซีฟู้ดของชอบเป็นวัตถุดิบหลัก และที่ได้จากคุณยายมาเต็มๆ คืออาหารทุกจานทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน

     

Raan A-Né

 

The Dishes

 

Raan A-Né

 

เปาะเปี๊ยะและซาลาเปาเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยของร้าน ที่น่าสนใจอย่างมากคือ ซาลาเปาที่เป็นสูตรเฉพาะที่อ๊อนคิดสูตรขึ้นมาเอง เปาไข่ช็อก (ลูกละ 29 บาท) มีไส้ที่ไหลเป็นลาวา เพียงบิเนื้อแป้ง ไหลเข้มข้นก็ทะลักล้น

 

“อ๊อนคิดว่าสองสิ่งนี้น่าจะเข้ากันได้ แต่ทดลองนานมากกว่าจะให้ลงตัว ไม่ว่าจะแป้งหรือสัดส่วนไข่แดงกับช็อกโกแลต เพราะทั้งช็อกโกแลตและไข่แดงมีกลิ่นเฉพาะตัว ถ้าใส่อย่างใดอย่างหนึ่งมากไป รสของอีกอย่างก็จะถูกกลบ”

 

Raan A-Né

เปาไข่ช็อก บิออกมาเป็นแบบนี้

 

ขณะที่ เปาส้มไข่เยิ้ม (ลูกละ 29 บาท) เป็นไส้ส้มเนื้อคัสตาร์ด มีส่วนผสมของไข่แดงและมีเนื้อส้มแมนดารินแทรก ซาลาเปาตัวนี้ควรกินทันทีที่มาวางบนโต๊ะ เพื่อสัมผัสกับไส้เนียนนุ่มเยิ้มฉ่ำ เปาส้มทำรูปทรงและสีออกมาเหมือนลูกส้ม เช่นเดียวกับ เปาเห็ด (ลูกละ 24 บาท) ซาลาเปามังสวิรัติไส้เห็ดผัดที่ทำรูปร่างเหมือนเห็ดหอม “สำหรับอ๊อน ของอร่อยที่หน้าตาสวยด้วย เรารู้สึกว่ามันคอมพลีต”

 

Raan A-Né

เปาส้มไข่เยิ้มและเปาเห็ด

 

เผือกจิ๋วเปาทอด (3 ลูก 49 บาท) เป็นตัวที่เราเซอร์ไพรส์ ลูกเล็กพอดีหนึ่งคำ แต่ให้รสเผือกชัดเจน และแม้มากินเอาท้ายมื้อ ความกรอบของแป้งก็ยังอยู่ ส่วน เปากุ้งน้ำมันงา (ลูกละ 29 บาท) คงถูกใจคนชอบน้ำมันงา เนื่องจากได้กลิ่นหอมบางๆ กัดเข้าไป ได้เทกซ์เจอร์ของกุ้งที่ยังเป็นชิ้นๆ    

Raan A-Né

เผือกจิ๋วเปาทอด

 

Raan A-Né

เปากุ้งน้ำมันงา

 

อาหารจานหลักเป็นสไตล์ไทย-จีน ยืนพื้นไว้ 3 อย่าง คือกะเพรา หม่าล่า และไข่เค็ม ประเภทกะเพรา เราเลือกชิม โคตรเนื้อก้ามปูกะเพราราดข้าว (255 บาท) ที่ให้เนื้อก้ามปูมาเยอะหนำใจจริงๆ “ปูที่เราใช้มาจากสองแหล่งคือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ เพื่อให้มีวัตถุดิบใช้ตลอด เพราะแต่ละที่มีช่วงน้ำขึ้นน้ำลง มีช่วงพายุเข้าที่ออกเรือไม่ได้ แต่ก็ต้องคัดเจ้าที่มีคุณภาพ จานนี้มีความเป็นไทย-จีน กะเพราเป็นไทยแน่นอนอยู่แล้ว แต่รสชาติไม่เป็นกะเพราไทยเสียทีเดียว แต่มีกลิ่นอายจีนด้วยเครื่องปรุงและด้วยวิธีการผัดอยู่”

 

Raan A-Né

โคตรเนื้อก้ามปูกะเพราราดข้าว

 

ส่วน ข้าวกุ้งแม่น้ำซอสไข่เค็มมันกุ้ง (195 บาท) ชื่อบอกชัดว่าอยู่ในหมวดใด “เราย่างกุ้งด้วยเตาถ่าน เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของถ่าน ย่างจานต่อจาน ซอสเข้มข้นด้วยไข่แดงเค็มล้วน ไม่ใช้ไข่ขาวผสมเลย เชื่อว่าคอไข่เค็มต้องติดใจ ลูกค้าหลายคนบอกว่าเข้มข้นมาก”

 

Raan A-Né

ข้าวกุ้งแม่น้ำซอสไข่เค็มมันกุ้ง

 

แล้วถ้าไม่ใช่สายซีฟู้ดจะกินอะไรได้บ้าง… กำลังนึกถามอยู่ในใจ อ๊อนก็แนะนำขึ้นมาว่าประเภทผัดหม่าล่า ลอง หมูสับหม่าล่า (125 บาท) แบบเป็นกับข้าวดีไหม “ผงหม่าล่าเราเลือกเจ้าที่ถึงจริงๆ ค่ะ แต่ไม่ใช่เพียงโยนผงลงไป แล้วจะได้ผัดหม่าล่าที่อร่อย แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่น ต้องใช้หมูเกรดดี ต้องรสชาติถึง” ถึงในที่นี้ไม่ได้แปลว่าต้องเผ็ดมากชามาก หม่าล่าที่อร่อยไม่จำเป็นต้องดุเดือดถึงขั้นนั้น ซึ่งหมูสับผัดหม่าล่าจานนี้ก็ให้รสที่กำลังพอดีกิน

 

Raan A-Né

หมูสับหม่าล่า

 

“แล้วอะเหน่ชอบจานไหนที่สุด” เราถาม คำตอบแสดงชัดอยู่ในชื่ออาหารบนหน้าเมนู

 

“อะเหน่ชอบ ข้าวผัดอะเหน่ (215 บาท) มาก เป็นข้าวผัดกุ้งแม่น้ำ เราผัดมันกุ้งไปกับข้าวด้วย เพื่อเพิ่มความมันและความหอม รสหวานในข้าวผัดไม่ได้หวานจากน้ำตาล แต่หวานจากมันกุ้ง ใส่กุนเชียงลงไปด้วย เพราะอะเหน่ชอบกินกุนเชียง เขามากินแล้วบอกน้องอ๊อนทำกับข้าวอร่อยจัง (ยิ้ม)”

 

Raan A-Né

ข้าวผัดอะเหน่

 

แอบมองโต๊ะรอบข้าง เห็นกับข้าวหมดและข้าวเกลี้ยงจานแทบทุกโต๊ะ อ๊อนเล่าว่า ลูกค้าบางรายที่กินกับหมดแล้วเหลือแต่ข้าว ก็ขอห่อข้าวกลับบ้าน

 

“บางทีเราไปกินข้าวนอกบ้าน กับข้าวอร่อยนะ แต่ได้ข้าวเก่ามา หรือเป็นข้าวที่หุงไม่ดี ไม่เรียงเม็ด ทำให้ความอร่อยของกับข้าวลดลงทันที สำหรับอ๊อน ทุกอย่างจึงสำคัญ บ้านอ๊อนกินข้าวหอมมะลิมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ข้าวของร้านจึงเป็นข้าวหอมมะลิร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วต่างเจ้าก็หุงออกมาต่างกัน ตอนที่ทดลองหุง อ๊อนเอามาวางเรียงกันเลย  เอาแค่หุงข้าวก็ลองกันไปสามวัน น้ำจิ้มซีฟู้ดหรือพริกน้ำปลาก็ตาม กระเทียมไทยเราใช้ผัด เพราะผัดแล้วหอม กระเทียมจีนใช้ทำพริกน้ำปลา ทุกอย่างเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มีผลต่อการกินทั้งนั้น”

 

The Drinks

กาชาสมุนไพรและดอกไม้ตั้งเรียงบนเคาน์เตอร์ให้ลูกค้าได้ชิมก่อนเลือกสั่ง ไม่มีเครื่องดื่มใดจะเหมาะกับอาหารจานผัดได้เท่ากับชา

 

Raan A-Né

 

“เมื่อก่อนอะเหน่ดื่มชาบ่อยมาก แต่ช่วงหลังได้แค่จิบๆ เพราะท้องอืดบ่อย แต่ชาของร้าน อะเหน่ดื่มได้ เพราะเป็นชาสมุนไพรและดอกไม้ ไม่มีคาเฟอีน ชาแต่ละตัว อ๊อนเลือกจากกลิ่นและรสเป็นที่ตั้ง คัดมาจากที่ดีๆ ซึ่งไม่ใช่ว่าต้องเป็นเจ้าดังหรือร้านสวย แต่หมายถึงชาตัวไหนของร้านไหนที่มีคุณภาพ เราเอาจากร้านนั้น มีร้านที่ขายชาเยอะมาก แต่ใช่ว่าหนึ่งร้านเราจะซื้อได้ทุกอย่าง ร้านนี้มีชาตัวนี้ดี แต่ตัวนี้ยังไม่ใช่ บางร้านหอมและแต่ดอกไม่สวย จึงต้องเลือก”

 

ลองไล่ชิมไปทีละตัวชา ชากะเพราอัญชัน ด้วยกะเพราเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นอ่อนๆ ดื่มแล้วจึงรู้สึกเย็นสดชื่น ชาเก๊กฮวย 4 กษัตริย์ เป็นการเบลนด์กันของเก๊กฮวย 4 ชนิด ชากุหลาบป่ากระเจี๊ยบ ได้กลิ่นกุหลาบบางๆ และรสเปรี้ยวจากกระเจี๊ยบเบาๆ และ ชาหอมไม่รู้โรย ที่มีกลิ่นหอมนำ รสฝาดแต่ไม่ถึงกับเฝื่อน แล้วให้ความหวานตามมาที่ปลายลิ้น

 

Raan A-Né

 

ชาของร้านมีทั้งเสิร์ฟร้อนในกา (79 บาท) และเสิร์ฟเย็นในแก้ว (59 บาท) แบบดื่มเย็นมีเม็ดบุกโรยหน้ามาไว้ให้เคี้ยว พร้อมกับไซรัปที่ทำจากใบหญ้าหวาน เพื่อเติมหวานได้ตามที่ลูกค้าชอบ

 

The Vibe

“อ๊อนคุ้นเคยกับย่านนี้ โตที่นี่ และเคยชินกับตึกแถว” เธอให้เหตุผลถึงการเลือกย่านคนจีนเก่าแก่อย่างเจริญกรุงเป็นที่ตั้งร้าน

 

แม้ร้านมีหน้ากว้างเพียง 3 เมตร​ แต่ก็ลึกเข้าไปเกือบ 20 เมตร ซึ่งพอเหมาะกับการเปิดร้านเล็กๆ ที่ให้บรรยากาศเสมือนนั่งกินข้าวอยู่กับบ้าน โครงสร้างของตึกเก่าอายุราว 100 ปี ยังคงไว้ โชว์ผนังเปลือยอิฐมอญบางส่วนที่มีมาแต่ดั้งเดิม ผนังทาสีครีมและน้ำตาล แบ่งส่วนทึบและส่วนสว่างให้สมดุลเพื่อสบายตา โต๊ะเก้าอี้ใช้สีเรียบกลมกลืนไปกับสถานที่ เงยหน้ามองยังเพดาน เห็นดอกไม้ห้อยประดับ อ๊อนบอกว่า คุณยายชอบของสวยๆ งามๆ จึงนำดอกไม้กลิ่นอายจีนมาตกแต่งร้านให้พอมีสีสัน เลื่อนสายตาลงมา เห็นปฏิทินจีนระบุวันที่ 26 มีนาคม 2562 ใส่กรอบติดไว้บนผนังร้าน

 

Raan A-Né

 

“อ๊อนเปิดร้านวันนั้นค่ะ อะเหน่มาแล้วบอกมีของจะให้ เขาก็ยื่นกระดาษให้แผ่นหนึ่ง บอกว่า ให้คนแกะปฏิทินวันนี้ออกมา ถ้าฉีกกลัวจะไม่สวย อะเหน่จำได้ว่าอ๊อนบอกว่าเปิดร้านวันนี้ อ๊อนเลยเอามาใส่กรอบไว้ ช่วงเปิดร้านใหม่ๆ อ๊อนเคยคิดว่าร้านนี้จะอยู่ได้ไหม จะอยู่ถึงเมื่อไรนะ แต่พอคิดว่าเราตั้งใจทำให้อะเหน่ ก็คิดแค่ปัจจุบันแล้วทำให้ดีที่สุดดีกว่า เห็นปฏิทินที่อะเหน่ให้ก็ช่วยสร้างกำลังใจให้เราได้มาก เหมือนเตือนใจเราให้กลับไปยังจุดเริ่มต้นว่าเราทำร้านนี้เพื่ออะไร

 

“อยากให้ร้านนี้เป็นร้านที่คนมากินได้เรื่อยๆ แน่นอนว่า ไม่มีใครกินอาหารได้ซ้ำๆ แต่อยากให้ที่นี่อยู่ในใจของคนที่เคยมากินแล้ว แล้วนึกถึงรสชาติแบบนี้ อยากกลับมากินเรื่อยๆ อ๊อนไม่รู้ว่าร้านนี้จะอยู่ได้ไกลแค่ไหน แต่ก็อยากทำให้ดีที่สุด อยากเสิร์ฟอาหารดีๆ ให้ลูกค้า (ยิ้ม)”

 

ร้านอะเหน่ (Raan A-Né)

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น.

Address: 763 ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

Contact: 08 0627 7498

FB: www.facebook.com/raananeteerak

Map: 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

FYI
  • ร้านตั้งห่างจาก MRT สถานีหัวลำโพง ราว 450 เมตร สามารถจอดรถได้ที่อาคารณัฐภูมิ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้าน, วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) หรือจอดริมถนนสลับวันคู่วันคี่
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories