ถ้าคุณคือคนที่มีเวลาน้อย เหนื่อยกับการต้องจัดตารางชีวิตเพื่อออกกำลังกาย เดี๋ยวเล่นเวต เดี๋ยวคาร์ดิโอ แล้วยังต้องแบ่งเวลาไปลงพิลาทิสเพื่อปรับบาลานซ์ร่างกายอีก เราอยากชวนมาเปิดประสบการณ์เวิร์กเอาต์ใหม่ในคลาส Xreps Signature 50 ที่รวบตึงทุกความต้องการมาไว้ในเซสชันเดียว ให้คุณได้ครบทั้งความสตรอง ความทนทาน และอัตราการเต้นของหัวใจที่สูบฉีดแบบสะใจ
What is it?
Xreps คือสตูดิโอออกกำลังกายรูปแบบบูติกพรีเมียม สตาร์ตอัปสัญชาติไทยที่ก่อตั้งโดย โค้ชเคน-เคนเนธ ณัฐพล เจงสุวรรณ ผู้คิดค้นหลักที่มีประสบการณ์สอนในบูติกฟิตเนสระดับท็อปมากว่า 15 ปี ทั้งในไทยและสหรัฐอเมริกา

โค้ชเคนได้คิดค้นระบบการฝึกและดีไซน์เครื่องออกกำลังกายขึ้นมาเองเฉพาะตัว ตัวเครื่อง Xreps แม้จะมีหน้าตาคล้ายเครื่องพิลาทิส Reformer แต่มาในขนาดที่ใหญ่กว่า พร้อมอัดแน่นด้วยฟังก์ชันที่หลากหลายกว่า จากการเพิ่มระบบเคเบิลและเชือกเข้ามา ช่วยให้โฟกัสกล้ามเนื้อได้เจาะลึกและเล่นท่าได้หลากหลายยิ่งขึ้น


หัวใจสำคัญของที่นี่คือ The Xreps Method ที่รวม 3 รูปแบบการฝึกไว้ใน 50 นาที ได้แก่ Functional Training, Endurance และ Cardio ภายใต้โครงสร้างความปลอดภัยแบบ D.E.E.S. (Dynamic, Effective, Efficient, Safe) ที่เน้นความเข้มข้นสูงแต่แรงกระแทกต่ำ ช่วยเซฟข้อต่อและกระดูกได้อย่างดีเยี่ยม

ที่สำคัญคือเรื่องการจัดสรรพื้นที่ เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นจะถูกเซ็ตไว้เป็นสเตชันส่วนตัวของแต่ละคน ตั้งแต่ตัวเครื่อง Xreps, ชุดน้ำหนักเวต ไปจนถึงเครื่อง SkiErg ทำให้ทุกคนสามารถเล่นไปพร้อมกันได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาแย่งหรือสลับอุปกรณ์กับใคร

อีกหนึ่งความเก๋ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ ‘ไวบ์’ ของสตูดิโอ เพราะเพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาก็ต้องว้าวกับบรรยากาศสุดฟิวเจอริสติก ดุจหลุดเข้าไปอยู่ในโลก sci-fi ด้วยเพดานที่ตกแต่งด้วยจอ LED ขนาดใหญ่ตลอดทั้งแถบ พร้อมระบบแสง สี เสียง และเพลย์ลิสต์เพลงสุดมันที่ช่วยปลุกพลังในตัวให้ออกมาแอ็กทีฟตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มคลาส

Try
สำหรับคลาสที่เรามาประเดิมในวันนี้คือ XREPS Signature 50 ที่เป็นการออกกำลังกายผ่าน 5 เฟสต่อเนื่องตลอด 50 นาที โดยผู้เล่นสามารถเลือกปรับระดับความหนักของสปริงและน้ำหนักบนเครื่อง Xreps ได้เองถึง 3 ระดับ ได้แก่ Basic, Active และ Advanced
เริ่มต้นด้วยการวอร์มอัปร่างกายกับเครื่อง SkiErg พอให้เลือดสูบฉีด ส่งสัญญาณให้ร่างกายพร้อมลุยจัดเต็มตลอดคลาส

เมื่อเครื่องติดก็ได้เวลาขึ้นเขียง! คีย์สำคัญของการเล่นเครื่อง Xreps คือ “ยิ่งเล่นช้า ยิ่งโฟกัส ยิ่งร้าว ยิ่งโดน” โค้ชเบิร์ดประเดิมท่าแรกด้วยการให้เราฝึก Plank แบบวางเข่า แล้วค่อยๆ เคลื่อน Carriage ออกไปอย่างช้าๆ เน้นการเกร็งและโฟกัสแกนกลางลำตัวเป็นหลัก



จากนั้นขยับมาโฟกัสกล้ามเนื้อท้องด้านข้าง ด้วยการเอียงเข่าแล้วคุมจังหวะเคลื่อน Carriage เหมือนเดิม นาทีนี้เชื่อแล้วจริงๆ ว่ายิ่งช้ายิ่งร้าว เพราะแค่ซ้ำไม่กี่รอบ ร่างกายก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

ก่อนจะต่อด้วยท่า Flat Back Lean โดยนำเท้าไปเกี่ยวล็อกไว้กับ Strap บนเครื่องแล้วเอนหลังต้านแรงไปด้านหลังเพื่อเกร็งแกนกลางลำตัวเต็มๆ ดูจากภาพเหมือนจะง่าย แต่สำหรับคนที่กล้ามท้องไม่ได้แข็งแรงเป็นทุนเดิม นาทีนั้นบอกเลยว่าแทบสิ้นใจ



คลานจากเครื่องลงมาบริหารช่วงล่างต่อกับ Sumo Squat ยาวๆ 5 นาทีรวด เค้นความอึดของต้นขาและสะโพกแบบไม่มีพัก แม้น้ำหนักดัมเบลอาจจะไม่ได้มาก แต่การทำซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องก็ทำเอาขาร้าวใช่เล่น


Lower Body ยังไม่จบเท่านี้ เราต้องคลานกลับขึ้นเครื่องไปทรมานตัวเองต่ออีกครั้ง กับท่า Lunge โดยเกี่ยว Strap ไว้ที่เท้าหนึ่งข้าง เท้าข้างหน้าวางบน Platform ให้แน่น แล้วโน้มลำตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อถ่ายน้ำหนักลงที่ขาหน้าเต็มๆ แล้วค่อยๆ ย่อตัวดัน Carriage ออกไปด้านหลังช้าๆ บอกเลยว่าจังหวะที่ต้องเกร็งต้านแรงสปริงเพื่อดันและดึงเบาะกลับ ท้อง ขา และกล้ามเนื้อก้นคือสั่นระริก


สลับมาเวิร์กกับต้นขาด้านในกันบ้างกับ Inner Thigh Split ด้วยการยืนแยกขาระหว่าง Platform กับ Carriage แล้วค่อยๆ สไลด์ดันเบาะออกไปข้างๆ ก่อนจะใช้แรงจากต้นขาด้านในเกร็งหนีบขากลับเข้ามาหาตัว
ท่านี้ดูเหมือนแค่ยืนกางขาชิลๆ แต่ต้องใช้การโฟกัสคุมสมาธิสูงมาก เพื่อไม่ให้ขาไหลสไลด์จนล้ม เรียกว่าเป็นท่าช่วยกระชับต้นขาด้านในอย่างดีเยี่ยม

หลังจากโดนเบิร์นช่วงล่างจนขาไหม้ โค้ชเบิร์ดก็พาเราย้ายมาเก็บงานช่วงบน กันต่อ เริ่มต้นจาก Rope Pull จับเชือกเส้นใหญ่ดึงต้านน้ำหนักสปริงที่เราเลือกไว้จากตัวเครื่อง Xreps เข้าหาตัว ให้ฟีลเหมือนเล่นชักเย่อ ตอนดึงจริงคือต้องออกแรงเกร็งแกนกลางลำตัวเต็มที่เพื่อต้านไม่ให้ตัวพับไปตามแรงดึงของเครื่อง

ก่อนจะขยับสลับมาจับ Strap สองข้างด้านล่างของเครื่อง ทำท่า Low Row ออกแรงดึงต้านสปริงโฟกัสกล้ามเนื้อหลังส่วนกลางและสะบักแบบเน้นๆ

ปิดท้ายด้วยการเบิร์นรีดเค้นทุกเอเนอร์จี้ที่เหลือกับ SkiErg อีกครั้ง ซึ่งการบิลด์อารมณ์และเสียงเชียร์ของโค้ชเบิร์ดในนาทีสุดท้ายนั้น ทำเอาเรารู้สึกเหมือนกำลังลงแข่งสนาม HYROX แบบเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว

Result
“ยมทั้งตัว!” เป็น 50 นาทีที่ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะเสียงหอบดังมาก อีกสิ่งที่ช่วยพาเราพุชก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้จนจบ คือไวบ์ของแสงสี เพลงสุดมัน และพลังของโค้ชที่ช่วยบิลด์อารมณ์ตลอดคลาส ฟีลเหมือนได้ยกแก๊งมาปาร์ตี้สลัดเหงื่อกันอย่างแท้จริง

Good for
คลาสนี้เหมาะสำหรับคนที่มองหาเวิร์กเอาต์สุดมันที่ได้ผลลัพธ์ครบจบใน 50 นาที ทั้งเวต คาร์ดิโอ ความอึด ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว โดยไม่ต้องไปออกกำลังกายที่ไหนต่อ (เพราะแรงหมดแล้ว) และถ้าคุณเป็นสายชอบบรรยากาศสนุกๆ ท่ามกลาง แสง สี เสียง บอกเลยว่าต้องชวนแก๊งเพื่อนมาลองด้วยกันสักครั้ง

Open: ทุกวัน 6.00-21.30 น.
Address: ชั้น 6 ตึก Mahanakhon CUBE, กรุงเทพฯ
Budget:
- ทดลองเล่นครั้งแรกฟรี*
- The Triple Drive: 2,590 บาท/ 3 คลาส*
- 14-Day Ignition: 2,990 บาท/ 1 คลาสต่อวัน*
- Drop-in: 1,490 บาท
- แพ็กเกจเริ่มต้นที่ 5,990 บาท/ 5 คลาส
*สมาชิกใหม่เท่านั้น

