ยอมรับตามตรงเลยว่าเสียดายกันไม่น้อยสำหรับผลการแข่งขันของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย หลังพ่ายให้กับทีมชาติจีนไปแบบสนุก 2-3 เซต ทำให้ความฝันในการคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ครั้งแรกยังต้องรอคอยกันต่อไป
แต่ในเกมที่เต็มไปด้วยคุณภาพและการต่อสู้ตลอด 5 เซต สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงผลการแข่งขัน แต่เป็นคำพูดของ โค้ชอ๊อต-เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่ทำให้เราเห็นว่าแก่นแท้ของกีฬาไม่ได้มีเพียงเรื่องของชัยชนะเท่านั้น
“ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องของเกมในวันนี้ ผมต้องขอแสดงความยินดีกับทีมจีนที่ผ่านเข้าชิงฯ ชื่นชมทีมจีนที่เขาแสดงศักยภาพออกมาดีมากในวันนี้ ทำให้งานของเรายากมาก พร้อมขอบคุณทีมงานและนักกีฬาไทยที่ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่”
นั่นคือสิ่งแรกที่ โค้ชอ๊อต กล่าวกับสื่อมวลชนหลังจบเกม
หลังจากนั้นสิ่งที่โค้ชแสดงออกมาอีกไม่ใช่แค่การวิเคราะห์ว่าทีมนั้นพลาดตรงไหน แต่คือทัศนคติอันยอดเยี่ยมที่มีต่อความพ่ายแพ้
“ไม่ได้เสียดายครับ ก็คือเกมกีฬา ผมคิดว่าพวกเราเข้าใจนะครับว่า เราแพ้เขา เราก็ยินดีกับผู้ที่ชนะ เมื่อเราแพ้ เราก็ต้องแพ้เป็นนะครับ”
‘เมื่อเราแพ้ เราก็ต้องแพ้เป็น’
ประโยคสั้นๆ แต่ชัดเจนพอที่จะอธิบายวิธีคิดของทีมหลังจบเกมได้ทั้งหมด
เพราะการยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้
“เรายอมรับว่าเขาเก่งกว่าเราในวันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสที่จะชนะในแมตช์ต่อๆ ไป คราวหน้าหรือปีหน้า โอกาสข้างหน้าก็ยังมีอยู่”
นี่จึงไม่ใช่การมองความพ่ายแพ้เป็นจุดจบ แต่เป็นการยอมรับความจริงของเกมในวันนี้ เพื่อเปิดทางให้ตัวเองกลับไปเริ่มต้นใหม่ในวันข้างหน้า
เกม 5 เซตกับจีนจึงยังมีคุณค่าในฐานะบทเรียน โดยเฉพาะสำหรับนักกีฬารุ่นใหม่ที่ได้สัมผัสเกมระดับโลก และได้เห็นด้วยตัวเองว่าคู่แข่งระดับท็อปมีคุณภาพมากเพียงใด
“การที่พวกเราได้เล่น มันก็ได้เรียนรู้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ นักกีฬาใหม่ที่ได้มีโอกาสลงไปสัมผัสคุณภาพของเกมในระดับ World Class มันเป็นยังไง”
“วันนี้ทีมจีนเขาก็แสดงให้เห็นแล้ว แล้วก็เราก็พยายามที่จะสู้กันอย่างเต็มที่ ผมคิดว่านะทุกคนจะพยายามที่จะเก็บสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไปพัฒนาของตัวเราเองให้ดียิ่งขึ้น สิ่งไหนที่มันเป็นข้อบกพร่องที่จะต้องปรับปรุง เราก็ต้องช่วยเหลือกันนะ”
ความพ่ายแพ้จึงมีบางอย่างที่ทิ้งไว้ให้ทีมไทยเสมอ
ทั้งสิ่งที่ต้องแก้ไข และสิ่งที่ต้องรักษาเอาไว้
“สิ่งที่ดีของทีมเราก็คือ Unity คือความสามัคคี แล้วก็ Team Spirit ของเรายังดีอยู่ เราพยายามที่จะควบคุมระบบการเล่นของเราให้มันเข้าสู่ระบบของเราให้ได้ นักกีฬาทุกคนก็จะสู้กันต่อ”
เพราะบางครั้ง การเป็นนักกีฬาที่ดีอาจไม่ได้หมายถึงการชนะทุกเกม แต่อาจหมายถึงการรู้จัก ‘แพ้ให้เป็น’ เพื่อที่จะกลับมา ‘สู้ใหม่’ ได้อีกครั้ง
และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลที่คำว่า ‘แพ้ให้เป็น’ มีความหมายมากกว่าเรื่องของกีฬา
เพราะชีวิตของคนเราก็มีวันที่แพ้หรือผิดหวังไม่ต่างจากเกมกีฬามากนัก
เราอาจพลาดงานที่หวังไว้ สอบไม่ผ่านในสิ่งที่ตั้งใจ ความสัมพันธ์ที่คิดว่าจะไปต่อกลับต้องจบลง หรือบางครั้งอาจเป็นเพียงวันที่เราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่ต้องการ
เราอาจเสียใจกับมันได้ เสียดายได้
แต่หลังจากนั้น สิ่งสำคัญคือการยอมรับว่าเราแพ้ในวันนี้ เก็บสิ่งที่ผิดพลาดกลับมาเรียนรู้ และถามตัวเองว่าเราจะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง
เพราะการแพ้ครั้งหนึ่งไม่ได้บอกว่าเราจะต้องแพ้ตลอดไป เหมือนกับทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยในวันนี้
ชนะได้ ก็ต้องรู้จักชนะ
และเมื่อแพ้ ก็ต้องรู้จักแพ้ให้เป็น
ก่อนที่จะกลับไปยืนขึ้นอีกครั้ง แล้วสู้ต่อในเกมถัดไปของชีวิต
เรื่อง: ปวีน เทพพวงทอง
ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย



