ครั้งสุดท้ายที่คุณได้ปล่อยให้ตัวเองหยุดพักจริงๆ คือเมื่อไร? ชีวิตคนเมืองอย่างเราที่อยู่กับความเร่งรีบและความวุ่นวายจนชิน ทำให้หลายครั้งเราลืมหันกลับมาฟังเสียงร่างกายและจิตใจของตัวเอง
และบางที… ‘การพัก’ ก็อาจไม่จำเป็นต้องเป็นการพาตัวเองออกเดินทางไกล แต่แค่เริ่มจากการทำให้ร่างกายและจิตใจได้สัมผัสความสงบและเชื่อมต่อกับธรรมชาติแทนหน้าจอบ้าง ดังเช่นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไป Weekend Getaway กับกิจกรรม Well-fest 2 วัน 1 คืน ที่ Dusit Thani Bangkok คัดสรรมาเพื่อฮีลใจเหล่าคนเมืองในโอกาสร่วมฉลองวันสุขภาพโลก (Global Wellness Day)
เริ่มต้นด้วยการ Check-in ห้อง Deluxe พร้อมมุมพักผ่อนที่เสิร์ฟวิวสวนลุมพินีอันเขียวชอุ่ม ให้ความสบายตาและเย็นใจไปพร้อมๆ กัน

จากนั้นจึงเริ่มเปิดประสบการณ์ดูแลตัวเองด้วยการฟังบรรยายจากพญ. สุรีรัตน์ จาก BDMS Wellness Clinic ในหัวข้อ Impact of Mindful Sleep ที่มาแชร์เคล็ดลับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพเพื่อชาร์จพลังชีวิต

คุณหมอได้แชร์อินไซต์ที่น่าสนใจว่า หลายคนยอมทุ่มเทเงินทองมากมายไปกับสกินแคร์ราคาแพงหรือวิตามินสูตรต่างๆ แต่กลับมองข้ามสิ่งสำคัญที่ได้มาฟรีและมีประสิทธิภาพที่สุดอย่าง ‘การนอน’ เพราะในช่วงที่เราหลับลึก สมองจะทำหน้าที่มหัศจรรย์ด้วยการล้างสารพิษและเคลียร์ของเสียที่สะสมมาทั้งวันออกไป ซึ่งหากเรานอนหลับไม่ดีในระยะยาว ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนความหิวที่จะทำให้เราอยากกินของหวานและของมันมากขึ้นในวันรุ่งขึ้นด้วย

คุณหมอจึงฝากประโยคชวนคิดไว้ว่า “การนอนคือการลงทุนที่ดีที่สุด ทั้งทางด้านสุขภาพและความงาม” และหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมง แต่มันคือการนอนหลับอย่างมีสติและมีคุณภาพเพื่อรีเซ็ตชีวิตในทุกๆ วัน
หลังจากเก็บเกี่ยวเกร็ดความรู้เรื่องการนอนไปแบบเต็มอิ่ม เราก็พาตัวเองไปขยับร่างกายกันต่อกับเซสชัน Detox Yoga ยืดเหยียดกายใจเพื่อขับสารพิษที่ตกค้าง บริเวณระเบียงของห้องสวีทที่ทำให้เราได้โยคะพร้อมเสพวิวเมืองและพื้นที่สีเขียวแบบตระการตา

ต้องบอกเลยว่านี่คือโยคะที่ ‘ทำถึง’ ของจริง เพราะไม่ใช่แค่การมายืดเหยียดรับลมชิลๆ แต่เป็นเซสชันที่ชวนให้แอบซี๊ดซ๊าดไปกับความตึงร้าวจากการถูกยืดกล้ามเนื้อแบบเน้นๆ ได้ทั้งเหงื่อและล้างความเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งสัปดาห์ออกไปจนเบาสบายตัว

ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนแรกด้วยกิจกรรม Sound Healing อาบใจด้วยพลังเสียงคลื่นความถี่บำบัดโดยแจน ศรียุกต์สิริ ที่ช่วยปรับโหมดให้สมองได้พักผ่อนอย่างล้ำลึกก่อนนอน
ความพิเศษของเซสชันนี้ที่ต่างไปจากเดิม คือการเปิดโอกาสให้เราได้เปล่งเสียงของตัวเองเพื่อร่วมบำบัดไปด้วย มอบสัมผัสที่แปลกใหม่และสร้างแรงสั่นสะเทือนที่เชื่อมโยงร่างกายกับจิตใจเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง

เมื่อตื่นเช้ามาต้อนรับวันใหม่ เราออกไปรับลมเย็นๆ ด้วยการ วิ่งในสวนลุมพินี ปล่อยให้หัวใจและปอดได้ทำงาน ก่อนจะกลับมายืดเหยียดผ่อนคลายน่องกันที่ D-garden ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายชวนนอน


หลังจากเรียกเหงื่อจนกระปรี้กระเปร่า ก็ได้เวลามาเติมพลังกับมื้อเช้าดีๆ ที่ห้องอาหาร Pavilion ซึ่งเราต้องขอยืนปรบมือให้กับไลน์อาหารของที่นี่จริงๆ เพราะจัดเต็มทั้งเมนู Buffet และ A la Carte ที่ละลานตาจนเลือกไม่ถูก
แต่ไฮไลต์เด็ดที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดและต้องขอยกนิ้วให้เลยก็คือ ไลน์พาสทรีของที่นี่ โดยเฉพาะ Kouign Amann พาสทรีสัญชาติฝรั่งเศสที่อบใหม่แป้งกรอบหอมฟุ้ง เคลือบชั้นคาราเมลบางๆ ด้านนอก กัดแล้วได้เท็กซ์เจอร์ความอร่อยแบบ ASMR และกรีกโยเกิร์ตเนื้อเนียนนุ่มเข้มข้น เรียกว่าเป็นมื้อเช้าที่เติมเต็มพลังงานดีๆ ให้กับร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แล้วเข้าสู่เซสชันฮีลใจกับกิจกรรม Mandala Art โดยครูเต้อจาก Ratha Healing ที่ชวนเรามาสร้างสรรค์งานศิลปะแมนดาลา ผ่านการเลือกจัดวางดอกไม้หลากสีสันได้อย่างอิสระตามใจชอบ
ซึ่งเวิร์กช็อปนี้จะช่วยสะท้อนให้เราเข้าใจสภาวะอารมณ์ของตัวเอง ณ ขณะนั้น พร้อมปลดปล่อยความรู้สึกที่คั่งค้างเพื่อให้ได้กลับมาทบทวนและรู้จักตัวเองมากขึ้


โดยความพิเศษคือระหว่างที่สมาธิเราอยู่กับดอกไม้ เรายังได้ฟังเสียงคลื่นพลังงานจาก Gong โดยเต้จาก The Sound of Ahosi ขับกล่อมคลอไปด้วย เป็นบรรยากาศที่ทั้งสงบ อบอุ่น และเบาสบายใจ

ก่อนจะปิดท้ายวันอย่างสวยงามจากภายในสู่ภายนอกด้วยกิจกรรมโยคะพร้อมการบำบัดด้วยพลังคลื่นเสียง และเบิร์นแคลอรีกับการเต้นแอโรบิกจากยอดตึกของโรงแรม


ถือเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ใจกลางกรุงที่ช่วยรีเซ็ตพลังงานชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับใครที่อยากมาร่วมค้นหาความสุขสงบจากภายในในกิจกรรมครั้งต่อไป สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่โรงแรม Dusit Thani Bangkok
ภาพ: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล, Dusit Thani Bangkok

