ONSENS พลิกโฉม Yunomori สู่การเป็นผู้นำ Everyday Wellness Destination ปรับโฉมบริการออนเซ็นรวมชาย-หญิง ประเดิมสาขาแรกที่พัทยา เจาะกลุ่มต่างชาติ คนรุ่นใหม่ที่อยากใช้เวลาร่วมกัน ครึ่งปีหลังเตรียมเปิดตัว Yunomori MOVE
สตูดิโอฟื้นฟูร่างกาย ตั้งเป้าดันรายได้-กำไรปี 2569 โต 10-15%
สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569
บริษัทมีรายได้สูงสุดนับตั้งแต่เปิดบริการมา โดยกำไรสุทธิเติบโต 30% จากไตรมาส 4/2568 สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรม Wellness และ Spa ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ GenZ และ GenY ที่หันมาเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ มากกว่าการกินดื่มสังสรรค์
เพื่อตอบรับกระแส Social Wellness บริษัทจึงปรับโฉม Yunomori สาขาพัทยา เปิดออนเซ็นที่ให้บริการแบบ Mixed-Gender เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคู่รัก โดยใช้งบลงทุนปรับปรุงสาขา 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินลงทุนที่มาจากกระแสเงินสดหมุนเวียนภายในบริษัท โดยไม่ทุ่มงบลงทุนก้อนใหญ่ แต่เน้นการลงทุนที่คุ้มค่า สามารถต่อยอดธุรกิจจากพฤติกรรมลูกค้าได้
ปัจจุบัน ONSENS มีรายได้หลักมาจากธุรกิจออนเซ็นและสปา 83% บริการอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) สัดส่วนประมาณ 14%และรายได้อื่นๆ ทั้งนี้หลังจากการเปิดบริการ Yunomori Move คาดว่าธุรกิจใหม่จะเข้ามาช่วยเพิ่มการเติบโต
ด้วยสัดส่วนรายได้ 10% ของรายได้ทั้งหมด
การปรับโครงสร้างธุรกิจและต่อยอด Wellness Ecosystem ให้ครบวงจรครั้งนี้
จะช่วยกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพารายได้หลักจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมากเกินไป ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ONSENS กางแผนครึ่งปีหลัง ชูกลยุทธ์ 3P ดันรายได้-กำไรโต 10-15%
สำหรับทิศทางธุรกิจครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทคาดว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้และกำไรที่ระดับ 10-15% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปี ทิศทางหลังจากในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัททำสถิติรายได้สูงสุด โดยในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว บริษัทได้เตรียมปรับโฉมบริการเพื่อตอบรับกระแส Social Wellness ด้วยกลยุทธ์ 3P
- Performance: มุ่งเน้นการเติบโตแบบออร์แกนิกด้วยการขยายฐานลูกค้ารายใหม่ ควบคู่ไปกับการเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อหัว ผ่านการนำเสนอเมนูอาหารและแพ็กเกจบริการใหม่ๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าใช้บริการและใช้เวลาอยู่กับร้านนานขึ้น และเดินหน้ากลยุทธ์ Collaboration และ Partnership กับพันธมิตรในกลุ่มสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ อาทิ Friends Found คอมมูนิตีสำหรับนักวิ่ง, Sabai Run Club Bangkok และ YPS Pilates Club BKK ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 48.9% และลูกค้าต่างชาติ 50.1% ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี
- People: ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร นำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้พนักงานสามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนคน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้อัตรากำไร (Margin) ปรับตัวสูงขึ้น
- Profit Sustainability: เน้นรักษาคุณภาพของกำไร และลงทุนเพื่อปรับตัวรองรับกับเทรนด์ใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมในอนาคต
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดให้บริการ Yunomori MOVE สตูดิโอด้าน Movement & Recovery ผสานการออกกำลังกาย อาทิ Pilates, Barre, Strength Training และ Stretching เข้ากับศาสตร์การฟื้นฟูด้วยออนเซ็นและสปาไว้ในสถานที่เดียว
สำหรับความคืบหน้าโครงการใหม่ ปัจจุบันบริษัทได้เดินหน้าพัฒนาโครงการ Social Wellness Hotel ทองหล่อ 17 มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนภายใต้การร่วมลงทุน (JV) ระหว่างบริษัทในสัดส่วน 45% และบริษัท พีซีแอลบี แอสเสท จำกัด สัดส่วน 55% โดยคาดว่าโครงการจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงครึ่งปีหลัง 2570

