×

เปิดแผนญี่ปุ่น ดัน ‘การทูตพลังงาน’ เร่งหาแหล่งพลังงานใหม่ รับมือความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง

20.04.2026
  • LOADING...
แผนที่โลกแสดงเส้นทางพลังงานและประเทศที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการทูตพลังงานของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสูงถึง 94% โดยเกือบทั้งหมดต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีอิหร่านที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ถือเป็น ‘สัญญาณเตือน’ ที่ทำให้ญี่ปุ่นตระหนักถึง ‘ความจำเป็นเร่งด่วน’ ในการกระจายความเสี่ยงและหาแหล่งพลังงานที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน

 

 
 

ญี่ปุ่นดัน ‘การทูตพลังงาน’

 

รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินหน้าผลักดัน ‘การทูตพลังงาน’ เพื่อเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถของญี่ปุ่นในการรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงานโลก

 

โดยสหรัฐอเมริกา เป็นตัวเลือกอันดับแรกของทาคาอิจิ ในการกระจายแหล่งพลังงาน ซึ่ง สอดคล้องกับนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการเพิ่มการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลของสหรัฐฯ ไปยังต่างประเทศ แม้ในปี 2025 ญี่ปุ่นจะนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพียง 4% ของการนำเข้าทั้งหมด แต่มีแนวโน้มว่า ในเดือนพฤษภาคมของปีนี้ ปริมาณการนำเข้าจะพุ่งสูงขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

 

ญี่ปุ่นยังมองออสเตรเลียและเอเชียแปซิฟิก เป็นตัวเลือกด้านแหล่งพลังงานใหม่ที่น่าสนใจ โดยออสเตรเลียเป็นแหล่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น อีกทั้งในการประชุมสุดยอดออนไลน์กับผู้นำ 15 ชาติ ทาคาอิจิ ได้นำเสนอโครงการ ‘POWERR Asia’ (Partnership on Wide Energy and Resources Resilience) เพื่อสนับสนุนทางการเงิน สำหรับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค

 

ญี่ปุ่นได้ประกาศมอบเงินช่วยเหลือมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการจัดหาพลังงานรวมถึงน้ำมันดิบ โดยกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นประเมินว่า เงินช่วยเหลือจำนวนนี้มีมูลค่าใกล้เคียงกับการนำเข้าน้ำมันดิบ 1 ปีของกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งนี้เงินทุนสำหรับโครงการจะถูกระดมมาจากหลากหลายแหล่ง

 

ทาคาอิจิเน้นย้ำว่า ญี่ปุ่นและชาติในเอเชียมีความเชื่อมโยงและต้องพึ่งพาอาศัยกันอย่างลึกซึ้งผ่านระบบห่วงโซ่อุปทาน ญี่ปุ่นเองก็ต้องพึ่งพาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปิโตรเลียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ กรอบความร่วมมือนี้จึงมุ่งหวังที่จะช่วยประเทศในเอเชียจัดหาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เพื่อรักษาระบบห่วงโซ่อุปทานและขยายคลังสำรอง

 

นอกจากนี้ ประเทศในแถบแอฟริกา รวมถึงตะวันออกกลางก็ยังเป็นตัวเลือกที่ญี่ปุ่นจะผลักดันแนวทางการทูตนี้ เพื่อสร้างความร่วมมือทางด้านพลังงานระหว่างกัน โดยญี่ปุ่นมีการเจรจากับโอมานและซาอุดีอาระเบียเพื่อเข้าถึงท่าเรือที่สามารถหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงอย่างช่องแคบฮอร์มุซได้ รวมไปถึงการส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนแองโกลา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของแอฟริกา เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการสร้างความยืดหยุ่นทางด้านพลังงานร่วมกัน

 

ความท้าทายของญี่ปุ่น

 

ญี่ปุ่นยังพยายามแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ในเอเชียกลางและลาตินอเมริกา โดยพบว่า ‘การแข่งขันกับจีน’ นับเป็นความท้าทายอย่างมากของญี่ปุ่น เนื่องจากจีนมีความได้เปรียบและเป็นผู้ตีตลาดและเดินหน้าการทูตพลังงานในภูมิภาคเหล่านี้ไปก่อนแล้ว

 

ในเอเชียกลาง จีนได้ดึงดูดภูมิภาคนี้ผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (Belt and Road Initiative) และตกลงความร่วมมือด้านก๊าซธรรมชาติกับเติร์กเมนิสถานอย่างใกล้ชิด ขณะที่ญี่ปุ่นยังเผชิญความท้าทายเรื่องต้นทุนการขนส่งที่สูง เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ไม่มีทางออกสู่ทะเล

 

ขณะที่ในลาตินอเมริกา จีนเป็นตลาดส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของบราซิล ในขณะที่ญี่ปุ่นแทบไม่มีประวัติการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคนี้เลย แต่ปัจจุบันก็กำลังเริ่มเจรจาความร่วมมือกับบราซิลและอาร์เจนตินา เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ด้านพลังงานกับประเทศในแถบนี้

 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีความท้าทายจาก ‘ข้อจำกัดในการใช้พลังงานจากรัสเซีย’ ในขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม กำลังหันไปจัดหาพลังงานจากรัสเซีย แต่ญี่ปุ่นกลับมีทางเลือกที่ ‘จำกัดมาก’ จะขยายความร่วมมือได้แค่ในโครงการ Sakhalin-2 ที่ได้รับการยกเว้นเท่านั้น เนื่องจากญี่ปุ่นได้เลือกที่จะร่วมมือกับชาติตะวันตกในการคว่ำบาตรและโดดเดี่ยวรัสเซีย จากกรณีการรุกรานยูเครน ซึ่งกลายเป็นสงครามยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

 

แฟ้มภาพ: Japan Cabinet Public Affairs Office

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising