ภาพความสนุกสนานของเหล่าคนรุ่นใหม่ที่พร้อมใจกัน ‘ออกมาเต้น’ แอโรบิกที่สวนลุมพินี จนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับประเทศ เป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดที่น่าสนใจ
สำหรับพวกเขา – เหล่าผู้คนแห่งอนาคตที่เข็มนาฬิกาชีวิตยังคงก้าวเดินไปข้างหน้า – สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องของการใช้จ่ายวันเวลาและเงินทองมากมายไปกับการอยู่ในผับบาร์มืดๆ เสียงดังสนั่น จะคุยกันต้องตะโกนพอประมาณ และการยกแก้วชนกันกับหนุ่มสาวโต๊ะข้างๆ อย่างเดียวอีกแล้ว
แต่มันคือการได้ออกกำลังกาย ได้ดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งตามสวนสาธารณะ วิ่งตามถนนหนทาง การเข้าฟิตเนส เข้าคลาสพิลาทิส ฟิตร่างสำหรับแข่ง Hyrox ไปจนถึงการออกมาเต้น (เอ้า. ออกมาเต้น) แอโรบิกไปพร้อมกัน
เหงื่อที่รินไหล แสงแดดที่สาดส่อง และรอยยิ้มของน้องคนนั้นที่เพิ่งเข้ารันคลับมาใหม่
ว่าแต่มันใช่ใช่ไหมแบบนี้?

ความจริงเทรนด์การออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง ไม่ได้ถึงกับเป็นเรื่องใหม่อะไรขนาดนั้น
ถ้อยคำ ‘Healthy is wealthy’ เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงกันมายาวนานประมาณหนึ่งแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของคนกลุ่มหนึ่งที่ใส่ใจกับการดูแลร่างกายรักษาสุขภาพของตัวเอง เพราะสำหรับชีวิตใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราเหมือนกันคือการไม่มีลาบ เอ้ย ‘การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ’
ในช่วงเวลาหนึ่งผู้คนต่างแห่กันไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสต่างๆ อย่างมากมาย มีฟิตเนสแบรนด์ทั้งใหญ่และเล็กเปิดกันเต็มไปหมด และหลายเจ้าเปิดขยายบริการอย่างรวดเร็วอย่างผิดสังเกต (ซึ่งมันก็มีกรณีที่ผิดจริงดังสังเกต)
จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่อายุหย่อนจากการครบครึ่งศตวรรษไม่เท่าไร ก็เคยเห็นและเคยคิดที่จะสมัครมาก่อนเหมือนกันเมื่อสัก 20 กว่าปีที่แล้ว
เช่นกันกับการวิ่งตามสวนสาธารณะก็เคยผ่านการวิ่งมาแล้วหลายสวน และพอจะรู้หัวใจตัวเองว่าชอบบรรยากาศในการวิ่งสวนที่ไหนมากที่สุด (ซึ่งในกรุงเทพฯมันก็มีสวนที่ดีขนาดนั้นไม่กี่แห่ง)
อย่างไรก็ดีต้องบอกว่ามีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรเหมือนกันสำหรับเทรนด์ของคนที่เคยอายุ 20 กว่า (20 Something) เมื่อ 20 ปีที่แล้วกับชาว 20 Something หรือคน Gen Z ในปัจจุบัน
เพราะจากที่ได้เห็นน้องๆ คนรุ่นใหม่ที่ดูสดใสในตอนนี้ มีคนจำนวนมากที่เลือกออกกำลังกายกันอย่างจริงจัง ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เฉพาะในประเทศไทย แต่คนรุ่นใหม่ของโลกทั้งใบสนใจในเรื่องของการใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างมาก
มากเสียจนพวกเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายวันเวลาไปจากคนรุ่นก่อน

สำหรับคนรุ่นที่เคยอายุ 20 เมื่อ 20 ปีที่แล้ว วันเวลาของเรามักจะถูกใช้จ่ายไปกับไม่กี่อย่าง
มีบ้างที่ออกกำลังกาย (เช่น เล่นฟุตบอล), ไปดูหนัง, โยนโบว์ลิง, เล่นเกมตามร้านเช่าเกมหรืออินเตอร์เน็ตคาเฟ่
และเมื่อตะวันลับฟ้าจะนัดรวมตัวกันสังสรรค์ตามร้านเหล้า ผับ บาร์ แล้วแต่ว่าเพื่อนคนไหนอยากจะชวนไปนั่งดื่มและพูดคุยกันที่ไหน
บทสนทนาในร้านเหล้าโดยส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเรื่องของคนหนุ่มสาว เช่น มึงกูชอบน้องคนนั้น, มึงกูอกหักเพราะน้องคนนี้ และสำหรับบางคนที่ช่ำชองก็อาจจะมีเรื่องเล่ามาฝากเพื่อนๆ ในมุมสนุกสนาน
ไม่ได้มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้นหรอก
แต่สำหรับคนหนุ่มสาวของยุคสมัยนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะได้รับอิทธิพล ‘ในทางที่ดี’ จากโลกกว้างที่มาพร้อมกับโซเชียลมีเดีย (ที่ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย) หรืออาจจะบอกว่าโซเชียลมีเดียนี่แหละที่มีส่วนในการกำหนดเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่
เพราะภาพของคนที่ออกกำลังกาย ได้ถูกเปลี่ยน Perception ไปใหม่ให้ดูเท่ คูล สดใส ตามการนำเสนอของเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีมากมาย ไม่เหมือนในสมัยก่อนที่การไปออกกำลังกายก็ใส่กันตามมีตามเกิด ไม่ได้มีตัวเลือกให้มากนัก
ตอนนี้หากเข้าฟิตเนสหรือไปตามสวน ก็จะพบเจอกับคนหนุ่มสาวที่แต่งตัวมาแบบ ‘คิดมาแล้ว’ เสื้อสีนี้ กางเกงสีนี้ และรองเท้ารุ่นนี้สีนี้
บางคนมาพร้อมกับหมวกสีสวยและหูฟังเฮดโฟนแบบไร้สายที่ยิ่งดูเท่ดูคูลขึ้นไปอีก
ภาพเหล่านี้ถูกฉายย้ำและซ้ำทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบน Instagram ซึ่งทำให้เกิดการรับรู้และความสนใจ มารวมกับเรื่องของข้อมูล ความรู้ ที่มีให้ศึกษากันมากขึ้นกว่าสมัยก่อนมากมายนัก ทำให้น้องกลายเป็นคนที่ Well-educated ในเรื่องของการดูแลร่างกาย
ยกตัวอย่างง่ายๆแค่เรื่องของรองเท้าในการออกกำลังกาย สำหรับคนสมัยก่อน (ไม่อยากใช้คำนี้เลย) เวลาไปเลือกซื้อรองเท้ามากที่สุดเราก็แค่ลองสวมและใส่มันดูว่าเข้ากับเท้าไหม แต่ไม่ได้รู้หรอกว่ามันดีหรือเหมาะกับเท้าเราอย่างไร (เพราะคนขายก็ไม่รู้เหมือนกัน)
ผู้เขียนเคยซื้อรองเท้าวิ่ง Nike Free มาใส่เพราะชอบในความเท่ แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่ได้เหมาะนักกับร่างกายและสภาพหนทางที่จะไปวิ่ง จนทำให้ครั้งหนึ่งหลังวิ่งจบมินิมาราธอน ตะคริวขึ้นเท้าถึงกับเดินไม่ได้อยู่พักใหญ่
ส่วนในปัจจุบันน้องๆ รู้และเข้าใจว่ารองเท้าแต่ละแบบมีความหลากหลาย แบบนี้ Daily run แบบนี้ Trainer แบบนี้ใช้ซ้อม แบบนี้ใช้แข่ง เช่นกันกับเสื้อผ้าอาภรณ์ที่มีการเลือกอย่างดีทรงนี้เข้ากับตัวหรือไม่เข้ากับตัว
ที่เหลือคือการลงสนามจริง และสิ่งที่ดีสำหรับยุคนี้คือการที่มี Community หรือชุมชนที่รองรับคนที่สนใจและใส่ใจในสิ่งที่คล้ายกัน
เช่น รันคลับ (Run club)

15 ปีก่อนหน้านี้คำว่า ‘รันคลับ’ เป็นของใหม่สำหรับคนไทย ที่แบรนด์จากต่างประเทศพยายามจุดกระแสขึ้นมาแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับสักเท่าไร
จำได้ว่าครั้งหนึ่งที่เคยร่วมงานกับ Nike เคยตั้ง ‘มิชชัน’ สำหรับน้องๆ ในโรงเรียนมัธยมว่าหากทุกคนช่วยกันวิ่งได้ระยะทางที่กำหนด (โดยวัดจากอุปกรณ์เฉพาะในช่วงเวลานั้น) จะพาวงร็อคเบอร์หนึ่งอย่าง Bodyslam มาแสดงถึงโรงเรียน – คือต้องหาวิธีเชิญชวนกันขนาดนั้น (แต่ก็สำเร็จด้วยดีนะ)
10 ปีก่อนการวิ่งเริ่มบูมหนักเป็นกระแสในบ้านเรา รันคลับในแนวทางแบบไทยๆ คือทีมหรือชมรมวิ่งต่างๆ ซึ่งมีส่วนทำให้วงการวิ่งคึกคักมาตั้งแต่นั้น แต่รันคลับมาเปรี้ยงจริงๆ เอาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่เกิดการนัดกันไปวิ่งตามสวนสาธารณะในเมือง
ไลฟ์สไตล์ของคนจึงเริ่มเปลี่ยนไปจากการนัดไปแฮงก์เอาต์กันที่ร้านมืดๆ เปลี่ยนมาเป็นการนัดเจอและวิ่งไปด้วยกันในสวน
ก่อนจะตบท้ายด้วยกาแฟดีๆ สักแก้ว และบทสนทนามากมายที่พรั่งพรูพร้อมกับอะดรีนาลีนที่หลั่งไหล
รันคลับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะมันกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมที่ทำหน้าที่ทดแทนการไปนั่งดื่มตามผับหรือบาร์ได้อย่างดี นั่นคือการพาเราไปพบเจอและทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ได้
เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง หรืออาจจะเปลี่ยนสถานะได้ในอนาคต
แน่นอนว่าอาจจะมีการตั้งคำถามว่าไปวิ่งหาแฟนกันหรือเปล่า แต่มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรสักหน่อย คนสมัยโบราณเขาก็ต้องไปหาคู่กันในวัด คนรุ่นพ่อรุ่นพี่หลายคนก็พบรัก (ที่ดี) กันผ่านการชนแก้ว เราก็ทำกันผ่านวิธีแบบนี้ทั้งนั้น
และอย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เป็นหัวใจของเรื่องราวคือการออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง คนที่ได้ก็คือตัวเราเอง (แต่หัวใจให้คนอื่นดูแลไป)
มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก Strava ระบุว่าคน Gen Zers ใช้การออกกำลังกาย (วิ่ง ฟิตเนส จักรยาน ฯลฯ) เพื่อพบกับคนอื่นเพื่อแชร์เรื่องราวสิ่งที่สนใจมากกว่าคน Gen Xers มากถึง 39 เปอร์เซ็นต์
ในรายงานข่าวจาก Wall Street Journal ยังมีถ้อยคำที่ยกมาและน่าสนใจว่า “ฉันคิดว่าการวิ่งเป็นสิ่งที่จะสามารถนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่จริงจังและยั่งยืนได้ในอนาคต”
เหตุผล?
“เพราะเราต่างผ่านช่วงเวลาความเจ็บปวดมาด้วยกัน” ฟังแล้วง่อววว ทันที
แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่การวิ่ง แต่ยังสามารถเป็นการออกกำลังกายอะไรก็ได้อีกมากมาย จะเข้าฟิตเนส เข้าคลาสพีลาทีส ไปเล่น Hyrox ไปเต้นแอโรบิก
หรือปัจจุบันที่มาแรงที่สุดคือการไปตีเทนนิส กีฬาที่ดู ‘แกรม’ ถูกใจวัยใส
อะไรก็ได้ ทำไปเถอะ เพราะใช้จ่ายวันเวลา (และเงินทอง) ไปกับการดูแลตัวเองแบบนี้มันดีเสมอ 🙂


