×

Gen Z หวังใช้ทักษะ AI เพิ่มรายได้ อดีตพนักงาน Microsoft วัย 25 ปีชี้ ผลงานที่จับต้องได้มีค่ากว่าใบรับรอง

28.09.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงคนและหุ่นยนต์กำลังแข่งขันกัน พร้อมข้อความ Gen Z หวังใช้ทักษะ AI เพิ่มรายได้ ชี้ผลงานจริงมีค่ากว่าใบรับรอง

มาเรียนา อันตายา อดีต Product Manager ของ Microsoft วัย 25 ปี มองว่าความรู้ความเข้าใจในการใช้ AI คือหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดที่ช่วยเพิ่มรายได้ของเธอ

 

 
 

“จำนวนงานที่ฉันทำได้และความเร็วในการทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าที่ฉันสร้างให้คนอื่นและผู้ถือหุ้นได้มากขึ้น” ผู้ประกอบการที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กระบุ

 

ปัจจุบัน อันตายาเป็นผู้ก่อตั้ง quantifAI สตาร์ตอัปฟินเทคที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้างและทดสอบโมเดลแมชชีนเลิร์นนิงที่เชื่อถือได้

 

ผลงานจริงมีค่ากว่าใบรับรอง

 

อันตายาเรียนรู้พื้นฐานด้าน AI ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ และเริ่มใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง ChatGPT ทันทีที่เปิดตัว

 

ช่วงแรกเธอใช้ทำนายผลการแข่งรถ Formula 1 หรือคาดการณ์ว่าทีมไหนจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่การใช้งานหลักที่สุดคือการเขียนโค้ด

 

หลังเรียนจบในปี 2023 เธอสมัครงานสายเทคโนโลยีหลายสิบตำแหน่ง ทั้งงานบริหาร, วิศวกรรมซอฟต์แวร์ และงานออกแบบ ก่อนจะได้ฝึกงานที่ Microsoft ซึ่งเธอได้ทำงานด้านฟีเจอร์เสียง และต่อมาได้สร้างระบบประเมินผลและเครื่องมือสำหรับโมเดล AI ด้านเสียง

 

ตอนนี้เธอพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้น AI และแชร์วิธีสร้างให้ผู้ติดตามบนโลกออนไลน์ ซึ่งเธอมองว่าทักษะเหล่านี้มีค่ามากกว่าวุฒิการศึกษาอย่างเดียว

 

“ถ้าคุณมีหลักฐานจริงว่าสร้างอะไรขึ้นมาและเผยแพร่มันทางออนไลน์ได้ คนอื่นก็จะเห็นว่ามันเป็นหลักฐานที่มีประโยชน์” อันตายาอธิบาย “ซึ่งมีค่ามากกว่าป้ายรับรองเล็กๆ ใดๆ”

 

ในชีวิตประจำวัน เธอใช้ AI จัดตารางงาน, ร่างคำตอบอีเมลทุกฉบับในกล่องจดหมาย, วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก และรวบรวมสถิติการเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์จาก Zoom

 

เธอมองว่าการรู้วิธีใช้เทคโนโลยีนี้จะทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ในที่ทำงาน “นั่นคือสิ่งที่ฉันทำ และมันพาฉันไปสู่โอกาสมากกว่าที่เคยจินตนาการไว้เยอะ”

 

Gen Z 67% เชื่อ AI ช่วยให้ทำงานได้มากขึ้น

 

มุมมองของอันตายาสอดคล้องกับแนวโน้มในวงกว้าง เพราะคนรุ่นใหม่มักตื่นเต้นกับผลกระทบของ AI ต่ออาชีพมากกว่าคนรุ่นก่อน

 

ผลสำรวจของ PwC เมื่อปี 2025 ซึ่งสอบถามคนทำงานรุ่นใหม่กว่า 2,000 คนในสหราชอาณาจักร พบว่า Gen Z 67% คาดว่า AI จะช่วยให้ทำงานได้มากขึ้น ขณะที่เกือบครึ่งคาดว่า AI จะช่วยเพิ่มเงินเดือนและความมั่นคงในงาน

 

เรียนฟรีก่อนจ่ายเงิน และเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นไว้

 

สำหรับคนที่อยากเริ่มพัฒนาทักษะ AI แมตทิว แชนซีย์ นักวางแผนการเงินที่ได้รับการรับรองและผู้ก่อตั้ง Tax Alpha Companies มองว่าคอร์สฝึกอบรม AI ฟรีมีคุณค่ามาก

 

“เนื้อหาที่เคยต้องจ่ายค่าเรียนถึงจะเข้าถึงได้ ตอนนี้กลับเปิดให้เรียนฟรี และมักเผยแพร่โดยบริษัทที่สร้างเครื่องมือนั้นขึ้นมาเอง” เขาระบุ

 

แชนซีย์แนะนำว่าเวลาเลือกคอร์สให้ดูว่าใครเป็นผู้สร้าง, เนื้อหายังทันสมัยหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือเรียนจบแล้วได้ผลงานที่ทำเสร็จจริงออกมาหรือแค่ได้ทำแบบทดสอบ

 

ส่วนคนที่ตัดสินใจจ่ายเงินลงเรียน เขาแนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่านายจ้างจะช่วยออกค่าใช้จ่ายหรือไม่ เพราะนายจ้างจำนวนมากมีสวัสดิการด้านนี้ แต่พนักงานกลับไม่ค่อยใช้สิทธิ

 

บทความต้นทางยังสรุปแนวทางไว้ 3 ข้อ ข้อแรกคือลงทุนเวลาก่อนลงทุนเงิน เพราะการพัฒนาทักษะ AI เป็นการลงทุนในอาชีพระยะยาว ซึ่งเวลามักมีค่ามากกว่าค่าเรียน

 

ข้อที่สองคือให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าใบรับรอง เพราะโปรเจกต์ที่ลงมือทำจริงและช่วยปรับปรุงการทำงานได้ มักมีน้ำหนักในสายตานายจ้างมากกว่า

 

ข้อสุดท้ายคือหาก AI ช่วยให้รายได้เพิ่มขึ้น ควรนำส่วนที่เพิ่มไปเก็บออมหรือลงทุนก่อนจะเพิ่มการใช้จ่าย ทั้งการสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน, การชำระหนี้ และการสะสมเงินเพื่อการเกษียณ ซึ่งจะช่วยให้ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

 

ภาพ: TA design / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




EDITOR'S PICKS


Latest Stories