ชัยชนะเหนือคริสตัล พาเลซ 5-0 พาไบรท์ตันขึ้นสู่อันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/27 ด้วยผลงาน 16 คะแนนจาก 7 นัด พร้อมสถิติยิงไปแล้ว 23 ประตู
ประเด็นสำคัญ
นี่คือผลงานของทีมที่มี ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ กุนซือวัย 33 ปี คุมทัพ หลังจากเจ้าตัวเคยเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนักในฤดูกาลก่อน แต่สโมสรยังเลือกให้เขาทำงานต่อ
อีกด้านหนึ่ง ไบรท์ตันยังต้องรับมือกับการเสียผู้เล่นสำคัญอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้ง เบน ไวต์, มาร์ก กูกูเรยา, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ มอยเซส ไกเซโด ต่างย้ายออกไปอยู่กับสโมสรใหญ่
แต่ไบรท์ตันยังคงหาทางกลับมาแข่งขันในพรีเมียร์ลีกได้เสมอ แถมจบอันดับเลขตัวเดียวตลอด 2 ฤดุกาลหลังสุด
อะไรทำให้สโมสรที่มีงบประมาณน้อยกว่าทีมชั้นนำหลายแห่ง สามารถขายนักเตะตัวหลักและสร้างทีมชุดใหม่ขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง?
1. โทนี บลูม กับการใช้ข้อมูลสร้างความได้เปรียบ
โทนี บลูม เข้ามารับตำแหน่งประธานไบรท์ตันในปี 2009 พร้อมประสบการณ์จากธุรกิจการพนันกีฬาและการวิเคราะห์ข้อมูล
เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Starlizard บริษัทที่ใช้ข้อมูลและแบบจำลองทางสถิติประเมินการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีคิดในการบริหารสโมสร โดยเฉพาะการมองหานักเตะที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ได้รับความสนใจจากตลาดมากนัก
แนวคิดนี้ทำให้บลูมมองว่า ไบรท์ตันไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับสโมสรใหญ่ด้วยการทุ่มเงินซื้อนักเตะราคาแพงเสมอไป แต่ควรเลือกมองหาผู้เล่นที่ยังมีค่าตัวไม่สูงนัก และมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปได้อีกไกล หรือพูดง่ายๆ คือการค้นหาดาวรุ่งที่มีค่า Potential สูง ซึ่งใครที่เคยเล่น Football Manager (FM) น่าจะเข้าใจเรื่องนี้กันดี
แต่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถการันตีได้ว่านักเตะคนนั้นจะประสบความสำเร็จ สโมสรจึงยังต้องอาศัยแมวมองและฝ่ายฟุตบอลประเมินทั้งฝีเท้า บุคลิก และความเหมาะสมกับทีม ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา
วิธีนี้ช่วยให้ไบรท์ตันเข้าถึงนักเตะจากตลาดที่สโมสรใหญ่บางแห่งอาจยังไม่ได้ให้ความสำคัญ และนำพวกเขามาพัฒนาต่อในพรีเมียร์ลีกแบบเงียบๆ
2. ขายตัวหลักแทบทุกปี แล้วหาคนมาแทนอย่างไร?
ตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา ไบรท์ตันทำรายได้มหาศาลจากการขายนักเตะ
เบน ไวต์ ย้ายไปอาร์เซนอลด้วยค่าตัวราว 50 ล้านปอนด์, มาร์ก กูกูเรยา ย้ายไปเชลซีด้วยค่าตัวรวมที่อาจสูงถึง 62 ล้านปอนด์, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ย้ายไปลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวเบื้องต้นราว 35 ล้านปอนด์ และ มอยเซส ไกเซโด ย้ายไปเชลซีด้วยค่าตัวที่อาจสูงถึง 115 ล้านปอนด์
หากเป็นหลายสโมสร การเสียผู้เล่นสำคัญต่อเนื่องกันอาจทำให้ต้องกลับมาสร้างทีมใหม่ แต่ไบรท์ตันพยายามลดผลกระทบด้วยการวางแผนกำลังคนล่วงหน้า
กรณีของไกเซโดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน สโมสรซื้อตัวเขาจากอินเดเพนเดียนเต เดล บาเย ด้วยค่าตัวประมาณ 4.5 ล้านปอนด์ในปี 2021 ก่อนพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในกองกลางที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของพรีเมียร์ลีก
เมื่อไกเซโดย้ายออกในปี 2023 ไบรท์ตันคว้า คาร์ลอส บาเลบา จากลีลล์เข้ามาเสริมแดนกลาง แม้เจ้าตัวต้องใช้เวลาปรับตัว แต่สโมสรมองถึงศักยภาพในระยะยาวมากกว่าผลงานเพียงไม่กี่นัดแรก
การหานักเตะใหม่ของไบรท์ตันจึงให้ความสำคัญกับคุณสมบัติที่ทีมต้องการ ทั้งความสามารถทางเทคนิค สภาพร่างกาย และโอกาสในการพัฒนา ไม่ได้มองเพียงชื่อเสียงหรือผลงานที่ผ่านมา
สโมสรยังใช้สัญญาระยะยาวเป็นเครื่องมือรักษาอำนาจต่อรอง หากข้อเสนอไม่เหมาะสม ไบรท์ตันสามารถเลือกเก็บนักเตะไว้ใช้งานต่อได้
และถึงตรงนี้ น่าจะพอมองเห็นภาพกันแล้วว่า ทำไมทุกครั้งที่มีข่าวว่าไบรท์ตันยอมปล่อยนักเตะคนสำคัญออกจากทีม เราจึงพอคาดเดาได้ว่า พวกเขาน่าจะมีแผนรองรับเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมนักเตะในทีมให้ก้าวขึ้นมาทดแทน หรือมองหาผู้เล่นรายใหม่เอาไว้ล่วงหน้า
แน่นอนว่าไม่มีสโมสรใดหาตัวแทนได้ถูกต้องทุกครั้ง แต่การวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อยก็ช่วยให้ไบรท์ตันไม่ต้องเริ่มต้นหานักเตะใหม่อย่างเร่งรีบ หลังเพิ่งเสียตัวหลักไป
3. โครงสร้างบริหารที่ทำงานต่อได้ แม้เปลี่ยนคน
เบื้องหลังการซื้อขายนักเตะคือการแบ่งหน้าที่ระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายฟุตบอล
บลูมกำหนดทิศทางระยะยาวของสโมสร ขณะที่ พอล บาร์เบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลการดำเนินงานและธุรกิจ ส่วนฝ่ายฟุตบอลรับผิดชอบการสรรหาและพัฒนานักเตะ รวมถึงการวางแผนร่วมกับผู้จัดการทีม
โครงสร้างนี้ถูกทดสอบอีกครั้งในปี 2026 เมื่อ เจสัน เอย์โต แยกทางกับสโมสรในเดือนมิถุนายน หลังรับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาได้ไม่ถึงหนึ่งปี
ไบรท์ตันเลือกแต่งตั้ง ไมค์ เคฟ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ขึ้นรับตำแหน่งแทนในเดือนกรกฎาคม
เคฟทำงานกับสโมสรมาตั้งแต่ปี 2022 จึงมีความคุ้นเคยกับบุคลากรและกระบวนการทำงานเดิม การเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ช่วยให้ไบรท์ตันรักษาความต่อเนื่องของงานฟุตบอลได้ โดยไม่ต้องเริ่มวางโครงสร้างใหม่ทั้งหมด
สโมสรยังลงทุนกับศูนย์ฝึก American Express Elite Football Performance Centre ซึ่งรองรับทั้งทีมชุดใหญ่ อะคาเดมี และงานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา
ทั้งหมดนี้ช่วยให้ไบรท์ตันมีระบบรองรับตั้งแต่การค้นหานักเตะไปจนถึงการพัฒนาฝีเท้า และสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในสโมสร
4. ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ กับฟุตบอลที่ไบรท์ตันต้องการ
ปี 2024 ไบรท์ตันสร้างความประหลาดใจด้วยการแต่งตั้ง ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ วัย 31 ปี (ณ เวลานั้น) เข้ามาคุมทีมต่อจาก โรแบร์โต เด แซร์บี
ก่อนหน้านั้น เฮอร์เซเลอร์เพิ่งพาซังต์ เพาลี คว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 และเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของเยอรมนี แต่ยังไม่มีประสบการณ์คุมทีมในพรีเมียร์ลีก
ลองคิดดูว่า หากเป็นสโมสรอื่นที่ต้องหาผู้จัดการทีมคนใหม่ อาจเลือกทางที่ปลอดภัยกว่านี้ ด้วยการมองหาโค้ชที่เคยผ่านงานกับทีมใหญ่ หรืออย่างน้อยก็มีประสบการณ์ในฟุตบอลอังกฤษมาบ้าง
แต่ไบรท์ตันกลับเลือกโค้ชวัย 31 ปีจากลีกรองเยอรมนี เพราะมองว่าแนวทางฟุตบอลของเขาตอบโจทย์ทีม ทั้งการขึ้นเกมจากแดนหลัง การเพรสซิงแย่งบอล และความสามารถในการทำงานกับนักเตะอายุน้อย
หลังผ่านฤดูกาลแรกและช่วงเวลาที่ผลงานขึ้นๆ ลงๆ ในปีต่อมา วันนี้การตัดสินใจของไบรท์ตันเริ่มแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น ภายใต้การทำงานของเฮอร์เซเลอร์ในฤดูกาล 2026/27
เพราะหลังผ่านไปเพียง 7 นัด ไบรท์ตันยิงไปแล้วถึง 23 ประตู มีนักเตะทำประตูได้มากถึง 11 คน และยังเก็บคลีนชีตได้อีก 5 นัด
เกมล่าสุดที่เปิดบ้านถล่มคริสตัล พาเลซ 5-0 เป็นภาพสะท้อนที่ดี เมื่อ ดิเอโก โกเมซ, ยาซิน อายารี, ชาราลัมโปส คอสตูลาส และ แจ็ค ฮินเชลวูด ต่างมีชื่อบนสกอร์บอร์ด แสดงให้เห็นว่าไบรท์ตันไม่ได้ฝากความหวังในการทำประตูไว้กับนักเตะเพียงไม่กี่คน
ขณะเดียวกัน เฮอร์เซเลอร์ก็ไม่ได้เลือกใช้งานเฉพาะดาวรุ่ง เพราะยังมีผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่าง ลูอิส ดังค์ และ ปาสกาล โกรสส์ คอยช่วยทีม โดยเฉพาะโกรสส์ที่มีส่วนร่วมกับประตูไปแล้ว 7 ครั้ง จากการยิง 3 ประตู และทำ 4 แอสซิสต์
ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า แม้ไบรท์ตันจะขึ้นชื่อเรื่องการปั้นดาวรุ่ง แต่การสร้างทีมของเฮอร์เซเลอร์ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้เล่นรุ่นพี่ เพื่อช่วยให้ทีมรักษาผลงานได้ระหว่างที่นักเตะอายุน้อยกำลังเติบโต
5. เคยมีจุดที่ผลงานไม่เป็นใจ แต่ไบรท์ตันยังเลือกไปต่อ!
ถึงวันนี้ไบรท์ตันจะกำลังทำผลงานได้ดี แต่เส้นทางของเฮอร์เซเลอร์ก็ไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ไบรท์ตันเคยอยู่ในช่วงที่ผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวัง โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ต่อคริสตัล พาเลซ ที่ทำให้เสียงวิจารณ์จากแฟนบอลดังขึ้น และอนาคตของเฮอร์เซเลอร์เริ่มถูกตั้งคำถาม
เพราะต่อให้สโมสรมีแผนงานดีแค่ไหน สุดท้ายฟุตบอลก็ยังเป็นเรื่องของผลการแข่งขัน และเมื่อทีมไม่ชนะ คำถามย่อมกลับมาหาคนเป็นผู้จัดการทีมก่อนเสมอ
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ทำไมไบรท์ตันถึงยังมั่นใจว่าฟุตบอลของเฮอร์เซเลอร์จะพาทีมกลับมาได้?
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่วิธีทำงานของสโมสร ซึ่งให้ความสำคัญกับทิศทางการเล่นและการพัฒนาทีมควบคู่ไปกับผลการแข่งขัน บลูมและบาร์เบอร์ยังคงสนับสนุนเฮอร์เซเลอร์ แถมตัดสินใจต่อสัญญาให้เขาจนถึงปี 2029 ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
เฮอร์เซเลอร์เองเคยพูดถึงความสัมพันธ์กับผู้บริหารว่า พวกเขาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาอยู่เสมอ ทั้งในวันที่ทีมชนะและวันที่ผลงานไม่เป็นใจ
การให้เวลาโค้ชทำงานต่ออาจไม่ได้รับประกันว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่สำหรับไบรท์ตัน พวกเขาเลือกให้เฮอร์เซเลอร์แก้ไขสิ่งที่ยังไม่ลงตัว แทนการเปลี่ยนผู้จัดการทีมแล้วเริ่มต้นกันใหม่
และเมื่อมองกลับมาที่ผลงานในวันนี้ อย่างน้อยการตัดสินใจครั้งนั้นก็เริ่มมีคำตอบให้เห็นแล้ว
แล้วหลังจากนี้ไบรท์ตันจะไปได้ไกลแค่ไหน?
อันดับ 3 หลังผ่าน 7 นัดแรก ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของไบรท์ตัน แต่แน่นอนว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะยังเหลือการแข่งขันอีกถึง 31 นัด
ถึงอย่างนั้น ผลงานช่วงต้นฤดูกาลก็ทำให้เริ่มมีคำถามว่า ไบรท์ตันจะสามารถยกระดับตัวเองขึ้นไปได้อีกแค่ไหน?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สโมสรได้รับการยอมรับในเรื่องการค้นหาและพัฒนานักเตะ ก่อนขายต่อด้วยค่าตัวมหาศาล แต่หากมองในแง่ความสำเร็จบนสนาม ไบรท์ตันยังมีอีกหลายอย่างที่รอให้พิสูจน์
เฮอร์เซเลอร์เองก็เคยพูดถึงความต้องการที่จะพาสโมสรคว้าถ้วยรางวัล ซึ่งหากทำได้จริง คงเป็นอีกก้าวสำคัญของทีมที่ครั้งหนึ่งเคยต้องดิ้นรนหนีตกชั้นในพรีเมียร์ลีก
และเมื่อมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่โทนี บลูมสร้างมาตั้งแต่ปี 2009 วันนี้ไบรท์ตันเดินทางมาไกลพอสมควร จากสโมสรในลีกระดับล่างของอังกฤษ สู่ทีมที่สามารถแข่งขันกับบรรดาสโมสรใหญ่ได้อย่างน่าจับตา
แต่ไม่ว่าฤดูกาลนี้จะจบลงอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ไบรท์ตันกำลังเป็นทีมที่ทำฟุตบอลได้สนุกทีมหนึ่งของพรีเมียร์ลีก
ทั้งวิธีการเล่นที่กล้าเปิดเกมรุก นักเตะดาวรุ่งที่พร้อมแจ้งเกิด และรูปแบบการทำทีมที่แม้จะเสียผู้เล่นคนสำคัญไปอยู่เรื่อยๆ ก็ยังมีหน้าใหม่ก้าวขึ้นมาให้แฟนบอลได้ทำความรู้จัก
และด้วยฟุตบอลแบบนี้ เชื่อว่า ‘ทีมนกนางนวล’ น่าจะตกแฟนบอลให้ปันใจเชียร์ได้อีกไม่น้อยเลยทีเดียว
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/sport/football/articles/cmwyd05wj00do
- https://thestandard.co/brighton-and-their-secrets/
- https://www.theguardian.com/football/2026/oct/18/brighton-crystal-palace-premier-league-match-report?utm_source=chatgpt.com
- https://www.reuters.com/sports/soccer/brightons-patience-pays-off-huerzeler-helps-seagulls-soar-2026-10-18/?utm_source=chatgpt.com
- https://www.skysports.com/football/news/13598114/fabian-hurzelers-brighton-are-the-best-team-in-the-premier-league-right-now-a-collective-effort-with-10-different-scorers


