ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงการเลือกตั้งกลางเทอมที่รัฐไอโอวาและแคนซัส ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการลงคะแนนเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ (3 พฤศจิกายน) ตามเวลาท้องถิ่น
ประเด็นสำคัญ
ในการขึ้นเวทีปราศรัยที่รัฐไอโอวา ทรัมป์ได้ทำนายว่า “จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย” พร้อมทั้งย้ำคำมั่นสัญญาว่า จะแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ให้กับผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคน หากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
ขณะที่เขาเตือนว่าหากพรรคเดโมแครตชนะในสภาทั้งสองแห่ง สหรัฐฯ จะตกอยู่ใน “ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบปี 1929”
ทรัมป์ชื่นชม สส.เดโมแครต พลิกขั้วหนุนผู้สมัครวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน
อีกประเด็นที่สร้างความฮือฮาก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง คือการ ‘เปลี่ยนขั้ว’ ของเฮลีย์ สตีเวนส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ที่ตัดสินใจถอนการสนับสนุนอับดุล เอล ซาเยด ผู้สมัครวุฒิสมาชิกของพรรคเดโมแครตในรัฐมิชิแกน ที่เธอเคยพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อเดือนสิงหาคม และหันไปสนับสนุนคู่แข่ง อย่าง ไมค์ โรเจอร์ส ผู้สมัครวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน
โดยสตีเวนส์กล่าวว่า เธอรู้สึกว่า สิ่งที่ออกมาจากแคมเปญของเอล ซาเยด นั้นคือ ‘ความเกลียดชัง’
ขณะที่ทรัมป์ กล่าวชื่นชมเธอระหว่างปราศรัยที่ไอโอวา และประกาศต้อนรับให้เธอเข้าร่วมพรรครีพับลิกัน
“ผมไม่รู้จักเฮลีย์ ไม่เคยเจอเธอมาก่อน แต่เฮลีย์ได้พูดในสิ่งที่น้อยคนนักจะกล้าพูด ผมอยากให้เธอมาเข้าร่วมพรรครีพับลิกันนะ จริงๆ แล้วผมคิดว่ามันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ เธอได้แสดงความจงรักภักดีอย่างยิ่ง ซึ่งแทบไม่เคยปรากฏมาก่อน” ทรัมป์กล่าว
เขายังกล่าวโจมตี เอล ซาเยด ซึ่งเป็นผู้สมัครชาวมุสลิม ว่าเป็น ‘ญิฮาดิสต์ (jihadist)’ พร้อมทั้งใช้วาทกรรมที่แสดงความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม มุ่งเป้าไปยังผู้สมัครวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตรายนี้
“ลองนึกภาพดูสิ เราคงต้องให้เขาเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ” ทรัมป์กล่าวเชิงตั้งข้อสังเกต โดยเปรียบเทียบ เอล-ซาเยดว่า เป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ตอกย้ำอคติที่มีต่อชาวมุสลิม
การพลิกขั้วดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากเกิดความขัดแย้งภายในพรรคระหว่างสตีเวนส์ ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มีแนวคิดสายกลาง และเอล ซาเยด ซึ่งเป็นนักการเมืองหัวก้าวหน้า โดยทั้งสองมักปะทะคารมกันในระหว่างการหาเสียงชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิก ซึ่งก่อนหน้านี้สตีเวนส์ให้การสนับสนุนเอล ซาเยด หลังจากที่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อเดือนสิงหาคม
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น สตีเวนส์และโรเจอร์สถูกพบเห็นว่าไปร่วมพิธีทางศาสนาด้วยกันในเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าเธอสนับสนุนใคร ก่อนที่เธอจะตอบคำถามในวิดีโอที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย โดยเปลี่ยนไปสนับสนุนผู้สมัครวุฒิสมาชิกจากรีพับลิกัน และปฏิเสธที่จะร่วมหาเสียงกับเอล ซาเยด พร้อมทั้งเรียกร้องให้เอล ซาเยด ออกมาปฏิเสธโฆษณาทางการเมืองที่กล่าวอ้างถึงความเชื่อมโยงระหว่างราคาสินค้าที่สูงขึ้นกับการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐฯ ต่อสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา
การเปลี่ยนข้างของสตีเวนส์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันที่ค่อนข้างสูสี ทำให้ ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาของพรรคเดโมแครต ออกมาประณามการกระทำดังกล่าว
โพลชี้ เดโมแครตคะแนนนำใน 7 รัฐกุมเสียงข้างมากวุฒิสภา
ทั้งนี้ ผลสำรวจล่าสุดของ New York Times ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม พบว่าพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำพรรครีพับลิกันในรัฐสำคัญทั้ง 7 รัฐที่จะเป็นตัวกำหนดว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา
ผลสำรวจความคิดเห็นซึ่งจัดทำโดย New York Times และมหาวิทยาลัยเซียนา แสดงให้เห็นว่า เอล ซาเยด มีคะแนนนำคู่แข่งอย่าง โรเจอร์ส ในการชิงวุฒิสมาชิกรัฐมิชิแกน อยู่ที่ 53% ต่อ 42% ซึ่งผลสำรวจนี้จัดทำขึ้นก่อนที่สตีเวนส์ จะเปลี่ยนท่าทีไปสนับสนุนโรเจอร์ส
ภาพ: REUTERS/Evan Vucci
อ้างอิง:

