×

คนอเมริกันใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 53 ล้านคน สูงเป็นประวัติการณ์ สะท้อนอะไร

02.11.2026
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันต่อแถวเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า

เมื่อวานนี้ (1 พฤศจิกายน) ชาวอเมริกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วมากกว่า 53.14 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งราว 210 ล้านคน เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2022 ซึ่งอยู่ที่ 46 ล้านคน โดยแบ่งเป็นการลงคะแนนล่วงหน้าด้วยตนเอง 29 ล้านคน และการลงคะแนนทางไปรษณีย์ 23 ล้านคน

 

สถิติแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของฝั่งเดโมแครตที่มีผู้ลงทะเบียนออกมาใช้สิทธิล่วงหน้าแล้วกว่า 11 ล้านคน เทียบกับฝั่งรีพับลิกันซึ่งอยู่ที่ราว 8 ล้านคน

 

โดยมีหลายรัฐบันทึกตัวเลขการเลือกตั้งล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เท็กซัส (มากกว่า 7 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 ล้านคนจากปี 2022), เซาท์แคโรไลนา (เพิ่มขึ้น 83%), เมน (เพิ่มขึ้น 44%), แคนซัส (เพิ่มขึ้น 34%) และมิชิแกน (เพิ่มขึ้น 32%)

 

ผลสำรวจระดับชาติล่าสุดระบุว่า พรรคเดโมแครตมีคะแนนนิยมนำอยู่ที่ 51.5% ต่อ 43.1% โดยนโยบายภาษีศุลกากรของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการตัดสินใจทำสงครามร่วมกับอิสราเอลเพื่อต่อสู้กับอิหร่าน ถูกมองว่าเป็นปัจจัยซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพ

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ตั้งข้อสงสัยต่อความปลอดภัยของการลงคะแนนทางไปรษณีย์อย่างต่อเนื่อง และเคยพยายามใช้อำนาจออกคำสั่งฝ่ายบริหารบีบให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบซองไปรษณีย์ แต่ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำร้องขอจำกัดการลงคะแนนทางไปรษณีย์ก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้

 

การลงคะแนนเสียงล่วงหน้าเกิน 50 ล้านคน สะท้อนอะไร?

 

ข้อมูลวิเคราะห์จากศูนย์ประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของพลเมือง (CDCE) มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ และนักยุทธศาสตร์การเมือง ระบุว่า ยอดผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าที่สูงเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงปัจจัยสำคัญ ดังนี้

 

1. ความสะดวกทางโลจิสติกส์และการขยายทางเลือก

 

รัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ ได้ขยายตัวเลือกการลงคะแนนล่วงหน้าแบบแสดงตนเพิ่มขึ้นจาก 24 รัฐในปี 2000 เป็น 47 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ในปี 2026 ซึ่งช่วยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถจัดการเวลาได้สะดวกกว่าการรอไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงเพียงวันเดียว

 

2. ความต้องการเปลี่ยนแปลงและกระแสปลุกมวลชน

 

ตัวเลขการออกมาใช้สิทธิล่วงหน้าที่คึกคัก โดยเฉพาะกลุ่มพรรคเดโมแครต สะท้อนถึงความต้องการออกมากำหนดทิศทางนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงอิทธิพลของสื่อโซเชียลมีเดียที่ดึงดูดให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับการเลือกตั้งมากขึ้น

 

3. ความวิตกกังวลทางการเมือง

 

ผู้ลงคะแนนจำนวนมากตัดสินใจลงคะแนนล่วงหน้า เนื่องจากความรู้สึกกดดันหรือวิตกกังวลต่อสถานการณ์การเมือง โดยต้องการ “จัดการภารกิจให้เสร็จสิ้น” โดยเร็วที่สุด เพื่อลดความตึงเครียด

 

4. มิติทางสังคมและการรณรงค์ในชุมชน

 

การจัดกิจกรรมกระตุ้นการมีส่วนร่วมในชุมชน เช่น แคมเปญ Parties at the Polls ที่สร้างบรรยากาศเฉลิมฉลอง ณ จุดลงคะแนน ก็มีส่วนช่วยดึงดูดประชาชนให้ออกมาร่วมใช้สิทธิล่วงหน้าเพิ่มขึ้น

 

แม้ตัวเลขผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าจะยังไม่สามารถทำนายผลลัพธ์สุดท้ายของการเลือกตั้งได้ แต่ปรากฏการณ์การออกมาลงคะแนนทุบสถิติในครั้งนี้ ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการตื่นตัวทางการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอเมริกัน ที่พร้อมใจกันออกมารักษาสิทธิ เพื่อหวังสร้างความเปลี่ยนแปลงและอนาคตที่ดีกว่าเดิม ก่อนคูหาเลือกตั้งจะเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่น

 

ภาพ: Nathan Howard / Reuters

 

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories