×

FBI ชี้เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังเหตุแฮ็ก Binance มูลค่ากว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต

01.11.2026
โลโก้ Binance บนหน้าจอสมาร์ทโฟน

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ (31 ต.ค.) ระบุว่า เกาหลีเหนือเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อ Binance กระดานซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลไปมากกว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์

 

FBI ระบุว่าได้ทำงานร่วมกับหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (USSS) และฝ่ายสืบสวนคดีอาญาของกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS-CI) และพบว่ากลุ่ม TraderTraitor แปลงสินทรัพย์ที่ขโมยไปเป็น Ethereum เป็นหลัก หน่วยงานคาดว่าขั้นต่อไปกลุ่มนี้จะนำเงินไปฟอกผ่านบริการ DeFi (Decentralized Finance หรือการเงินแบบกระจายศูนย์ที่ไม่มีตัวกลาง) และบริการแลกเปลี่ยนเหรียญแบบทันที (Instant Swap) ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินขั้นถัดไป

 

ฝั่ง Binance เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจัดหาเงินมาครอบคลุมความเสียหายได้แล้วราว 90% จากมูลค่ารวม 6.3 พันล้านดอลลาร์ และมีแผนเปิดให้ผู้ใช้ถอนเงินได้อีกครั้งภายในวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นว่าจะชดใช้ลูกค้าเต็มจำนวน วันเสาร์ที่ผ่านมา Binance โพสต์บนโซเชียลมีเดียยืนยันอีกครั้งว่าบริษัทจะรับผลกระทบทั้งหมดไว้เอง ผู้ใช้จะไม่สูญเสียเงิน

 

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเหตุครั้งนี้เป็นการแฮ็กที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้อุตสาหกรรมที่กำลังพยายามผลักดันคริปโตเข้าสู่กระแสหลัก

 

ประวัติการโจมตีของแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ

 

แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือมีประวัติโจมตีกระดานเทรดคริปโตมาแล้วหลายครั้ง FBI และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เคยกล่าวหาว่ากลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังการปล้นคริปโตครั้งใหญ่หลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่นเหตุโจมตี Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว และการขโมยคริปโตมูลค่าราว 620 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

 

TraderTraitor เป็นหน่วยแฮ็กระดับหัวกะทิของเกาหลีเหนือ และเป็นกลุ่มเดียวกับที่ FBI เคยระบุว่าอยู่เบื้องหลังเหตุแฮ็ก Bybit

 

เมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังตรวจสอบว่าเกาหลีเหนือเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี Binance หรือไม่ ทรัมป์เปรียบเทียบกับสมัยก่อนที่คนใช้วิธีเซ็นเช็คแล้วถอนเงินแบบดั้งเดิม โดยบอกว่าแฮ็กเกอร์กลุ่มนี้ต่างออกไป และเมื่อถูกขโมยไปแล้วก็จะไม่ได้เห็นเงินนั้นอีก พร้อมยอมรับว่ารู้สึกมาตลอดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างอันตราย

 

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจเปิดช่องทางเจรจากับเกาหลีเหนือรอบใหม่ และบอกว่าอาจได้พบกับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือภายในปีนี้ อย่างไรก็ดี เมื่อต้นเดือนนี้เขากลับลดความคาดหวังลง โดยบอกว่า “ไม่แน่ใจว่ามีใครขอพบ”

 

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories