×

เตรียมพร้อมสู่ HYROX กับโค้ชโค้ก แชมป์ประเทศไทยที่ Engine Lab

08.06.2026
  • LOADING...
โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab

อีกสองเดือนเศษก็จะถึงวาระของ HYROX การแข่งขันที่เหล่าสายฟิตเต็มใจควักเงินมาทรมานตัวเองกันแล้ว! ใครที่เป็นมือใหม่ป้ายแดง แต่อาจยังไม่มั่นใจในพละกำลัง หรือยังกังวลเรื่องฟอร์มท่าที่ถูกต้องและเซฟ ลองแวะมาปรับพื้นฐานให้แน่นปึ๊ก พร้อมเก็บเทคนิคแบบเน้นๆ กับคลาส HYROX Foundation ที่ Engine Lab เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ยิมสำหรับฝึกซ้อม แต่คุณจะได้เทรนแบบใกล้ชิดกับ ‘โค้ชโค้ก’ แชมป์อันดับ 1 และ Brand Ambassador ของ HYROX Thailand ตัวจริง!

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 1โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 2

 

What is it?

 

Engine Lab เป็นยิมใหม่ย่านสาทรในสไตล์ Performance-Based ที่ถูกออกแบบให้เป็น ‘ห้องแล็บ’ สำหรับปรับจูนร่างกายและจิตใจให้สตรองพร้อมลุย เรียกว่าเป็นที่ที่เราจะได้ มา Re-engine ศักยภาพในตัวเองออกมาให้ถึงขีดสุด

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 3โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 4

 

สำหรับใครที่เล็งสนามแข่งไว้ คลาส HYROX Foundation ของที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ตอบโจทย์มาก เพราะตัวคลาสจัดเต็มตั้งแต่พื้นฐาน ทั้งการจัดฟอร์มและเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความทนทาน (Endurance) ลดโอกาสบาดเจ็บ และปูรากฐานให้แน่นที่สุดก่อนลงสนามจริง  

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 5โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 6

 

ที่สำคัญคือ Facility ของยิมยังครบครันและเอื้อให้เราได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 7โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 8

 

Try

 

เริ่มแรกโค้ชโค้กให้เรา Warm up กันเล็กน้อย ก่อนจะเลือกคาร์ดิโอกับสเตชันที่ตัวเองชอบ (ต่อให้ไม่มีที่ชอบก็ต้องทำอยู่ดี) 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 9โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 10โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 11

 

หลังจากได้เหงื่อกันไปบ้างแล้ว ก็ถึงเวลาของ 8 สเตชันที่เรารอคอย ท่าที่เราจะได้ฝึกวันนี้ไม่ใช่การจำลอง HYROX ทั้งหมด แต่เป็นการผสมผสานท่า Strength Training พื้นฐานที่จำเป็นในการเพิ่มความอึดและการใช้พละกำลัง 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 12

 

Challenge ของวันนี้คือ Workout Session 40 นาทีเต็ม โดยจะแบ่งเป็นสเตชันละ 2 นาที และพักหายใจ 30 วินาที

 

ปลดล็อกสเตชันแรกด้วย Run (@RPE 8) การวิ่งในระดับความเหนื่อยที่เริ่มหอบแต่ยังคงควบคุมลมหายใจให้ไปต่อได้ หรือใช้กำลังประมาณ 80% ของทั้งหมด 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 13

 

การวิ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นตัวตัดสินเกมของ HYROX เลยก็ว่าได้ หากคุณคุมจังหวะการวิ่งได้ดีก็เท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่งแล้วในสนามนี้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 14

 

เขยิบมา Arms Only Sled Pull หรือการลากเลื่อนด้วยเชือก ซึ่งโจทย์ที่โค้ชโค้กให้คือ การล็อกแกนกลางลำตัวให้แน่น แล้วใช้เฉพาะแรงแขนในการดึงเท่านั้นเพื่อฝึกความแข็งแกร่งของท่อนบนแบบเน้นๆ ถือเป็นการเช็กระดับความฟิตของ Core และ Upper ได้เป็นอย่างดี 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 15

 

ส่วนเรื่องน้ำหนักไม่ต้องกังวลไป เพราะโค้ชจะมีช้อยส์ให้เลือกตั้งแต่น้ำหนักที่เบากว่าเกณฑ์แข่งขันจริงสำหรับมือใหม่ หรือถ้าใครฟิตจัดอยากจะเทสต์ระบบเดียวกับวันแข่งก็ย่อมได้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 16

 

และเพื่อให้การ ‘ดึง’ ทรงพลังขึ้น รวมถึง ‘แบก’ น้ำหนักได้อึดขึ้น การฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงจึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สเตชันถัดมาเราจึงมาลุยกันต่อที่ท่า Dumbbell Bent Over Rows ที่จะช่วยสร้างแผ่นหลังให้แกร่งพอที่จะซัพพอร์ตเราไปจนจบการแข่งขัน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 17

 

หันไปข้างๆ จะเห็นเพื่อนๆ เดินสวนสนามกันในท่า Kettlebell Farmer’s Carry ท่านี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการฝึกความมั่นคงของแกนกลางลำตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นท่าที่ช่วยให้เราฝึก Grip Strength ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งปัจจุบัน Grip Strength ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของดัชนีความอายุยืน (Longevity) อีกด้วย 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 18โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 19

 

ลุยกันต่อที่ RowErg (@RPE 8) สเตชันกรรเชียงบก โดยรอบนี้โค้ชโค้กใส่เงื่อนไขสุดท้าทายเพิ่มเข้ามา ด้วยการบังคับให้ควบคุมความเร็ว Strokes Per Minute ให้ต่ำกว่า 35 ครั้งต่อนาที 

 

โจทย์นี้ทำเพื่อบีบให้เราต้องฝึกระเบิดพลังด้วยการออกแรงถีบขาและดึงแขนในแต่ละครั้งให้หนักหน่วงขึ้น ควบคู่ไปกับการฝึกคุมจังหวะตัวเอง (Pacing) เพื่อไม่ให้เร่งความเร็วจนหลุดโฟกัส หรือกินแรงจนเกินไป

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 20โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 21โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 22โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 23

 

มาถึงสเตชันที่ไม่คิดว่าจะเจออย่าง Arm Push Up ที่รอบนี้โค้ชโค้กคุมเข้ม บังคับให้อกต้องลงไปแตะพื้นทุกครั้งเพื่อสร้างฐานกำลังท่อนบนให้แข็งแรง และเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสำหรับสเตชันปราบเซียนอย่าง Burpee Broad Jumps  

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 24โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 25

 

จากนั้นมาบริหารช่วงล่างกันบ้างกับ Kettlebell Goblet Squats  ท่านี้จะช่วยเค้นและสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อขา หน้าขา และสะโพก ทำงานร่วมกันได้อย่างทรงพลัง ซึ่งเป็นอีกพื้นฐานสำคัญสำหรับสเตชันสุดท้ายอย่าง Wall Ball

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 26โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 27

 

ด่านวัดใจที่เหล่าผู้เข้าแข่งขันในสนามจริงต้องกัดฟันสู้เฮือกสุดท้าย หลักการคือการส่งแรงจากล่างสู่บนด้วยการสควอทแล้วระเบิดพลังโยนบอลอัดกำแพง 

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 28

 

สเตชันนี้คือบททดสอบขั้นสุดในการโฟกัสลมหายใจและควบคุมจิตใจ ในภาวะที่ร่างกายล้าจนแทบจะสิ้นใจของแท้

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 29

 

Result

 

มองเห็นชะตากรรมตัวเองก่อนแข่งจริง! การเหนื่อย หอบ แทบสิ้นใจในคลาสนี้เหมือนเป็นการเตือนสติให้รู้ซึ้งว่า สนามจริงต้องเจอกับอะไร และต้องเตรียมตัววางแผนรับมืออย่างไรบ้าง หากไม่อยากขิตกลางคัน

 

ข้อดีคือมันช่วยให้เราเห็นจุดเด่นที่ทำได้ดีอยู่แล้ว และรู้ชัดเจนเลยว่ามีตรงไหนที่ต้องกลับไปซ้อมเพิ่มเติม

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 30

 

Good for

 

HYROX Foundation คือคลาสที่เราค่อนข้างแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจกีฬานี้ รวมถึงคนที่ชอบการฝึกสาย Hybrid เพราะโปรแกรมออกแบบมาให้ได้ฝึกอย่างรอบด้าน และไฮไลต์สำคัญคือความครบครันของยิม ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนในสนามแข่ง Official ช่วยให้เราได้ฝึกจนคุ้นมือ และเพิ่มความมั่นใจก่อนลงแข่งจริงได้อย่างแน่นอน

 

โค้ชโค้กและนักกีฬาฝึกซ้อม HYROX ที่ Engine Lab 31

 

Engine Lab

Open: จันทร์-พฤหัส 6.30-21.00 น., ศุกร์-อาทิตย์ 7.00-18.00 น.

Address: ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 3 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

Budget: 600-650 บาท ต่อคลาส 

Instagram: https://www.instagram.com/enginelab.bkk/ 

 

 

 
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories