วันนี้ (6 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียงรณรงค์เลือกตั้งในเขตบางขุนเทียนและเขตจอมทอง พร้อมทั้งเปิดเผยและชี้แจงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีข้อกล่าวหาเรื่องระบอบอากง และพฤติการณ์การเรียกรับผลประโยชน์เพื่อซื้อขายตำแหน่งข้าราชการภายในกรุงเทพมหานคร
ชัชชาติได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่า จากการติดตามรายละเอียดการแถลงข่าวของกลุ่มการเมือง พบว่าข้อมูลส่วนใหญ่ยังไม่มีเนื้อหาและหลักฐานเชิงรูปธรรมที่ชัดเจน พร้อมยืนยันว่าไม่มีระบอบอากง หรือขบวนการซื้อขายตำแหน่งในยุคการบริหารของตนแต่อย่างใด เนื่องจากแนวทางการเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เป็นสิ่งที่คณะผู้บริหารไม่สามารถยอมรับได้ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อมถอยในระบบราชการ
ในมิติด้านความโปร่งใสและการตรวจสอบ ชัชชาติ ชี้แจงว่า ตนเองเข้ามาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีฐานเสียงสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) สังกัดส่วนตัว แต่บริหารงานภายใต้กลไกการคานอำนาจและการตรวจสอบ ที่สมบูรณ์จาก ส.ก. ทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียม ซึ่งหากมีการกระทำทุจริตหรือพฤติการณ์เรียกรับเงินจำนวนมหาศาลจริง ตนเองคงไม่สามารถคงสถานะการบริหารอยู่ได้ และ ส.ก. ในแต่ละพื้นที่ย่อมต้องตรวจพบความผิดปกติในกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การประชุมร่วมกับทีมงานหรือข้าราชการระดับสูงจะต้องมีการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของผู้เข้าร่วมประชุมนั้น ชัชชาติระบุว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงและเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เนื่องจากรูปแบบการทำงานของทีมงานในปัจจุบัน เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาทิ แพลตฟอร์ม NotebookLM เป็นหลัก ส่งผลให้ผู้เข้าประชุมทุกคนจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อสืบค้นข้อมูลและเตรียมความพร้อมในการตอบคำถามอย่างทันท่วงทีตลอดเวลา
สำหรับแนวทางการดำเนินการหลังจากนี้ ชัชชาติระบุว่า ในฐานะบุคคลสาธารณะตนมีความยินดีและพร้อมรับการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทีมงานฝ่ายกฎหมายทำการตรวจสอบรายละเอียดและบันทึกข้อมูลที่มีการพาดพิงทั้งหมดแล้ว หากพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลเท็จหรือถ้อยคำที่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ทำให้ได้รับความเสียหาย ก็จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอนเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองอย่างถึงที่สุด


