หลายคนคงรู้ดีว่าการจะได้เป็น 1 ใน 35 คนต่อวันของ No Name Noodle ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าได้เห็นเมนูใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวรับช่วงก่อนซัมเมอร์ของญี่ปุ่น ก็น่าจะเข้าใจทันทีว่าทำไมหลายคนถึงยอมตื่นมากดจองโต๊ะตั้งแต่ 9 โมงเช้าของทุกวันอาทิตย์
ล่าสุด No Name Noodle ร้านราเมนเจ้าของรางวัล Michelin Bib Gourmand สองปีซ้อน (2025-2026) ภายใต้แนวคิด Ramen can make people happy เปิดตัวเมนูเย็นประจำฤดูกาลที่จะพาเราเดินทางสู่บรรยากาศต้นฤดูร้อนของญี่ปุ่น ผ่านรสชาติที่ทั้งสดชื่น ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยรายละเอียดตามสไตล์ของร้าน
ซึ่งเมนูในซีซันนี้อย่าง Nama Sakuraebi Konbusui Hiyasisoba ราเมนเย็นน้ำคอมบุและกุ้งซากุระสด ความน่าสนใจของเมนูนี้คือการออกแบบประสบการณ์การกินให้สนุกขึ้น เชฟชินตั้งใจให้ลูกค้าเริ่มต้นจากการชิมราเมนเย็นในรูปแบบดั้งเดิมก่อน เพื่อสัมผัสรสชาติของวัตถุดิบทั้งหมดในชามอย่างเต็มที่ แล้วจึงค่อยนำเส้นไปจุ่มกับน้ำซุปเย็นอีก 2 ชนิดที่เสิร์ฟแยกมา เปลี่ยนประสบการณ์การกินให้คล้ายสึเคเมนในอีกมิติหนึ่ง ทำให้หนึ่งชามสามารถมอบรสชาติและความรู้สึกที่แตกต่างกันได้หลายแบบจากการจับคู่ระหว่างเส้น 3 ชนิดและซุป 3 สไตล์ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันตั้งแต่อุณหภูมิ กลิ่น รสสัมผัส ไปจนถึงรสชาติที่ค่อยๆ ทิ้งท้ายอยู่ในปากหลังกลืน
เริ่มที่รสชาติหลักของเมนูมาจากน้ำคอมบุหรือสาหร่ายเคลป์ที่ให้ความอูมามิช่วยเพิ่มความหวานตามธรรมชาติของกุ้งซากุระสดให้ออกมายิ่งขึ้น ก่อนจะเสริมความกลมกล่อมด้วยน้ำซุปปลาแห้งนิโบชิที่ทำให้น้ำซุปมีความสดชื่น และไม่หนักจนเกินไป แม้จะเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบมากมายก็ตาม
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ทำให้ชามนี้น่าสนใจคือการรวมเส้นโฮมเมด 3 ชนิดไว้ในชามเดียว เริ่มจากเส้นโฮลวีตที่ให้กลิ่นหอมคล้ายรวงข้าว เส้นแป้งสาลีโมจิที่มีความเหนียวนุ่ม หนึบหนับ และเคี้ยวสนุก ไปจนถึงเส้น Mokumen แบบแบนที่ทำจากแป้งข้าวสาลีฮาอิกะ ซึ่งให้สัมผัสแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ทำให้การกินแต่ละคำมีมิติและความรู้สึกไม่เหมือนกัน
นอกจากน้ำซุปหลักในชาม ทางเชฟยังเสิร์ฟซุปเย็นอีก 2 ชนิดสำหรับใช้จุ่มเส้นเพื่อเปลี่ยนรสชาติระหว่างมื้อ เริ่มจากซุปโชยุพอนสึเย็นที่ใช้โชยุรสเข้มข้นตัดกับพอนสึโฮมเมดของร้าน ให้รสเปรี้ยวเค็มสดชื่นช่วยปลุกต่อมรับรสได้ดี ขณะที่ซุปสีเขียวที่ทำจากถั่วลันเตาหวานและถั่วแระญี่ปุ่นจะให้รสชาติที่นวลกว่า สดชื่นกว่า และสื่อถึงความเขียวชอุ่มของต้นฤดูร้อนในญี่ปุ่นตามภาพที่เชฟต้องการถ่ายทอด
สำหรับเมนูนี้สามารถเลือกสั่งได้ทั้งแบบ A La Carte ราคา 1,280 บาท หรือเลือกเป็นเซต โดย Original Set ราคา 1,615 บาท จะมาพร้อมข้าวหน้าหมู เครื่องดื่ม 1 อย่าง และไอศกรีม 1 รสชาติ ส่วน Premium Set ราคา 1,785 บาท ที่จะเปลี่ยนเป็นข้าวหน้าเนื้อวากิว พร้อมเครื่องดื่มและไอศกรีมเช่นเดียวกัน
ใครที่อยากลองสัมผัสเมนูฤดูกาลจานนี้ต้องไม่ลืมว่าทางร้านเปิดให้จองที่นั่งทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. สำหรับเข้ารับประทานในช่วงวันอังคารถึงวันอาทิตย์ของสัปดาห์ถัดไป โดยมีทั้งหมด 4 รอบ ตั้งแต่เวลา 11.00-14.15 น. และด้วยจำนวนที่นั่งเพียง 35 คนต่อวัน สามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเพจของ No Name Noodle BKK

